The Sims Mobile เล่นยังไง – 10 สูตรเล่นเก็บเควส ไม่ต้องจ่ายตังค์

สูตรเกม SIMs Mobile สำหรับคนเพิ่งเริ่มเล่น

ปกติแล้ว เกมแนวนี้ไม่ค่อยสันทัน จะถนัดแบบ Puzzle เกมไพ่ แต่พอมีน้องที่ออฟฟิศแนะนำให้โหลดเกม The Sims Moblie มาให้บองเล่นก็เกิดอาการ ติดเกม เล่นเลยเที่ยงคืนอยู่บ่อย ๆ 

ไม่ดีเลย ไม่อยากให้ใครมาเป็นเหมือนตัวเอง ก็เลยเอาเทคนิคที่ค้นพบระหว่างเล่นไปเรื่อย ๆ แบบ มีเวลาพักนอนด้วย จะได้มีความสุขทั้งโลกแห่งความเป็นจริง และโลกสมมติ

เกมซิมส์นี้นับไปรับมาอายุก็เกือบ 15 ปี เข้าไปแล้ว โดยผู้เขียนเองได้ยินเป็นครั้งแรกก็ตอน ม.4 ต้องยืมแผ่นซีดีจากเพื่อนมา แครกเกม  แต่เนื่องจากช่วงนี้นเรียนหนัก ก็เลยไม่ได้เล่นเกมมากเท่าไหร่นัก เปิดได้แปบเดียวรู้สึกว่ามันหนักเครื่องด้วย สเป็กคอมก็ไม่ได้สูง เดียวจะพังเอา  (สู้เพื่อนที่มีการ์ดจอสูง ๆ ไม่ได้)

ก่อนไปเล่นเกมซิมส์โมบาย มาดูกันก่อนว่ามีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

1. คัพเค้ก

เมื่อพลังงาน (ดูจากสายฟ้า) กำลังจะหมด ก็ใช้คัพเค้กเพื่อแลกสายฟ้านี้ได้  พลังงานเต็มอยู่ที่ 30/30  และหากไปอาบน้ำและนั่งขักโครก ก็อาจจะ เพิ่มเป็น 34/30 ก็ได้

2. ชิ้นเค้ก

เป็นอีก 1 ไอเท็มที่ต้องซื้อ หรือเอาเงินแบงก์ไปแลก มีไว้สำหรับเติมพลังในปาร์ตี้  พลังงานที่ใช้ในปาร์ตี้เป็นสายฟ้าแบบพิเศษมีระดับเป็น 10/10

3. Event

อีเว้นจะเป็นขั้นตอนนอกเหนือจากการทำเควส ซึ่งเป็นสิ่งที่แต่ละตอนกำหนดมาว่าต้องไปทำอะไรบ้าง อย่างเช่น ระดับเริ่มต้นก็ไปเป็นนักร้อง เล่นดนตรีในสวน หรือ เป็นคนชงกาแฟ ก็ต้องมาเสิร์ฟกาแฟในสวน

4. สายฟ้า

สายฟ้าเป็นจำนวนพลังงานที่ต้องเสียไปเมื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยปกติจะอยู่ที่ 30/30 นอกจากจะได้โบนัสพิเศษ ที่ทำให้คะแนนสายฟ้ากลายเป็น 3X/30 อาจจะได้มากถึง 40/30 ก็ได้ โดยพลังงานนี้ใช้กับการทำอีเว้นท์ และทำงาน รวมถึงการเลี้ยงลูกด้วย

5. ทำงาน

ทำงานแล้วได้อะไร? แน่นอนว่าทำงานแล้วจะได้เงิน เป็นรายครั้ง และ ได้สกอร์ความเชี่ยวชาญในการทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้ปลดล็อคไอเท็มใหม่ ๆ ในการแต่งบ้านอีกด้วย

พอมีเกมแนวครอบครัว แต่งบ้าน อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน  สำหรับคนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง  แต่ในชีวิตจริงอาจจะยังกู้ได้ไม่พร้อม และอายุไม่ถึง ก็ซ้อมเล่นไว้ก่อน  กู้บ้านได้แล้วก็ต้องแต่งบ้าน  ซื้อที่ดินททแต่งงาน  มีลูก  สวย ๆ กันไป  มาดูกันว่าเล่นยังไงให้เก็บเงินได้เยอะ ๆ จนแทบไม่ต้องใช้คัพเค้กเลย

1 กดดูวิดีโอ

ถ้าหากพลังงานหมด  และไม่ต้องการใช้เงินสด ซื้อแบงก์ และ เหรียญ ในเกม ก็ให้ดูวิดีโอให้เยอะ ๆ  โดยจะแบ่งออกเป็น Item แต่งบ้าน, คัพเค้ก, แบงก์, ไอเท็มสนทนา

2 ทำเควส

อ่านคำสั่งกันให้ดี ๆ  ในกล่องด้านมุมด้านขวา  จะมีรายละเอียดบอกว่า แต่ละวัน ต้องทำอะไรบ้าง? อย่างเช่น ให้สนทนากับเพื่อน ๆ บ้าง, ให้เปลี่ยนชุด เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย 1 ครั้งต่อวัน, ซื้อไอเท็มแต่งบ้าน, ให้ทำอีเวนท์ 2 ครั้งต่อปี

3 แต่งบ้าน เล็ก ๆ น้อย ๆ 75 เหรียญ

ในทุก ๆ ขั้นตอนก่อนผ่านไป Chapter หน้า  ในแอปฯ เกมจะมีกำหนดให้คุณต้องเสียเงินแต่งบ้านอย่างน้อย 75 เหรียญ หรือ ต้องซื้อที่ดิน แต่งห้อง  ซึ่งจะทำให้คุณได้เงินเพิ่มมานิด ๆ หน่อย  ๆ

4 ทำงาน ที่สั้น ๆ

ถ้าทำงานยาว ๆ 7 ชั่วโมง แล้วจะได้เงินน้อยกว่า ทำงานสั้น ๆ 1 ชั่วโมง  ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก้ตาม ไม่เชื่อลองกดดู!  ถ้าหากจะเล่นด้วยการใช้สายฟ้าแลกระยะเวลาจบงานมา ก็ต้องเลือกเวลาสั้น ๆ  แต่หากจะกดทิ้งไว้ ให้เล่นเอง  ก็ต้องเลือกแบบยาว 7 ชั่วโมง แล้วเราก็ไปนอนได้ ไม่ต้องนั่งเล่นเอง

5 เล่นให้จบเกม

ถ้าเลือกระยะเวลาทำงานแบบสั้น หรือ เลือกทำเควสแบบสั้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง แล้วจะทำให้เกมจบไวขึ้น  ได้คะแนนอัพ Level เร็วขึ้น

6 คุยกับคนแปลกหน้า

เมื่อยัง Level น้อย  ๆ  ไม่เกิน 15  ก็ต้องคุยกับคนแปลกหน้าเยอะ ๆ จะทำให้ได้ เครื่องหมาย * สีฟ้า เยอะขึ้นทำให้เพิ่ม Level เร็วขึ้น โดยไม่ต้องทำงาน  และทำ Event กับคนแปลกหน้าด้วย

7 ไปปาร์ตี้

ปาร์ตี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 21 ชั่วโมง แบบย่นย่อไม่ได้เสียด้วย ดังนั้น จะต้องปล่อยให้ตัวละครเล่นเองทิ้งไว้ แล้วก็ ออกมาทำ Event ทำงาน และ เลี้ยงลูกได้เอง

8 หนีกลับบ้านมานอน

ระหว่างที่ทำอีเว้นท์ หรือ ทำงาน ตัว “สายฟ้า” จะค่อย ๆ หมดไป ดังนั้นถ้าไม่อยากเสีย “คัพเค้ก” ก็กลับบ้านมานอนเตียงได้

9 ทำ Event คุยกับลูก

Event ระหว่างทำงาน กับคุยกับคนแปลกหน้านั้น จะไม่เร็วเท่ากับ การคุยกับลูก ซึ่งใช้การกด เพียง 5 ครั้ง ก็ครบแล้ว

10 เกษียณอายุ รับมรดก

เมื่อเล่นได้ Level ประมาณ 16 ตัวละครก็จะเริ่มเกษียณแล้ว และต้องกด Retire ซึ่งหากคุณยังไม่อยากรีไทร์ ก็อย่าเพิ่งกด ใช้ตัวละครทำงานไปเรื่อย ๆ  ได้ แต่หากอยากได้รับมรดกและเริ่มต้น Chapter ถัดไป ก็ต้องกด Retire ตัวละครได้

 

มาดูบรรยากาศการเล่นเกม
The Sims Mobile 2018 กันได้เลย

 

สิ่งที่เกม The sims mobile เหมือนชีวิตจริง ก็คือ การขยันทำงาน แล้วจะได้เงิน  ทำงานแล้วต้องมีรสนิยมการแต่งตัวและแต่งบ้านที่เพิ่มขึ้น   พอมีเงินแล้วก็อยากใช้ชีวิตที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายยิ่งขึ้น  โดยส่วนตัวแล้ว การเล่นเกม ช่วยให้สะดับความอยาก Shopping ในชีวิตจริง มาติดเกม แล้วประหยัดเงินที่จะเอาไปซื้อของในโลกของความเป็นจริงมาก.. ลองเล่นดูแล้วจะติด 55+

“พิเรน” “พิเรนทร์” สะกดยังไงกันแน่? ถึงจะถูก.. (มีที่มาจากไสยศาสตร์)

ที่มาของชื่อวัดพระพิเรนทร์

เชื่อว่าวันเสาร์ – อาทิตย์ ของช่วงเดือนปีนี้  ทุกคนคงกำลังดู ออเจ้า แม่การะเกด และกำลังขบเขี้ยวด่า คอนสเตนติน ฟอลคอน อยู่เป็นแน่ บางคนไม่ได้อ่านประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส – ไทย อย่างละเอียด  ก็ไปโทษด่าทอเขา ว่าเป็นกบฏแผ่นดินไทย  ปัจจุบันก็เดินกันเต็มถนนข้าวสาร

ซึ่งเหตุการณ์ที่เราทะเลาะกับฝรั่งเศส ไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว  เกิดขึ้นยุคพระนารายณ์ – พระเพทราชา (ประมาณ พ.ศ. 2321)  และ ร.ศ. 112 ราว พ.ศ. 2429 ซึ่งตอนนั้นฝรั่งเรียกเหตุการณ์ทะเลาะกันระหว่าง ไทย กับ ฝรั่งเศส ว่า สงคราม Franco – Siamese War 

ห่างกัน 100 กว่าปี คิดเป็น 2 – 3 ชั่วอายุคนเท่านั้น   สยาม อยุธยา ยังคงติดต่อกับประเทศฝรั่งเศสกันอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะไม่เข้มข้นเท่ากับตอนสมัยยุคสมเด็จพระนารายณ์  ความนิยมที่ไทยมีกับฝรั่ง (ที่ไม่ใช่ฝรั่งเศสชาติเดียว) ก็ยังมีอยู่ อย่างบริษัท คิมเบอร์รี่ คาร์ก ผู้นำเข้า ข้าวของเครื่องใช้หลายอย่าง ก็ยังก่อตั้งบริษัทในยุครัชกาลที่ 4 ยาวมาถึงปัจจุบันนี้ (อ่านต่อเรื่องวัดไตรมิตร)

กลับมาย้อนยุค ร.ศ. 112 นั้น  ก็ดันมีปัญหากับฝรั่งเศสอีกครั้ง ตอนนั้นเป็นเรื่องทะเลาะกัน จนฝรั่งเศสมีคนตาย  นักการทูตของเขาจึงมาต่อรองกับรัฐบาลไทย ว่าจะขอสิทธิ์การดูแลบางพื้นที่ ตอนนั้นไทยยังไม่ยอมอ่อนข้อว่าจะให้พื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง

ถึงกระนั้น  ฝรั่งเศสกลับบ้านไปเอาเรือรบมา (จริง ๆ อาจจะมีขนมาอยู่แถวอินโดจีน- ประเทศเพื่อนบ้าน เราอยู่แล้ว ก็ไปขับมา)  ตอนนั้น พม่า ถูกประเทศอังกฤษ ขยายอำนาจเข้าไปจะยึด โดยนำพาราชวงศ์ไปอยู่อินเดีย  ทหารอังกฤษมีไม่มาก  ได้พม่าทั้งเมืองก็ Happy แล้ว ส่วนฝรั่งเศสตอนนั้นได้ เขมรไปแล้ว แต่อยากได้สยามด้วย  แต่พระมหากษัตริย์ไทยไม่ยอม  คนไทยก็ไม่ยอม  คนไทยโชคดีกว่าประเทศข้าง ๆ เพราะพระมหากษัตริย์ (รัชกาลที่ 4 – 5 ) ทรงเรียนภาษาฝรั่งมาจากมิชชั่นนารี ทรงฟังคำพูด และ แกะ ความคิดของต่างชาติออก  พูดสั้น ๆ ก็คือ ทันเกม

 

ภาพจาก silpa-mag com

ในครั้งนั้น มีนายตำรวจ ยศ ศักดินา 2,000 ซึ่งตำแหน่งนี้มีมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา แต่ก็ผลัดเปลี่ยน คนในตำแหน่งนี้มาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง ช่วงเหตุการณ์ ใกล้ ๆ ร.ศ. 112 นี้  ตำรวจตำแหน่งพระพิเรนทร์นี้ นึกว่าตัวเองมีวิชาคุณไสย  จะดำน้ำหายตัวไปเจาะเรือรบฝรั่งเศส  ซึ่งสุดท้ายก็พากันไปตาย  เนื่องจากคนไทยคุ้นเคยกับเรือที่ต่อด้วยไม้  ไม่ได้ทันว่า เรือฝรั่งตีมาเป็นเหล็กผสมมาบ้าง แข็งแรงเพียงใด

หลังจากนั้นคนก็ลือกันไปทั้งพระนครแล้วว่า  พระพิเรนทร์ท่านสิ้น  ต่อจากนั้นใครที่ทำอะไรดูเกินตัว  ชาวเมืองก็จะเรียกว่า “เล่นพิเรนทร์” ดังนั้นจึงเป็นการสะกดที่มี ท.ทหาร และ ร.เรือ การันต์

 

ภาพกรุงเทพฯ ช่วงรัตนโกสินทร์

เส่น่ห์ของบ้านเมืองสยามเรานั้น สวยงามนัก เป็นที่จับตาต้องใจของฝรั่ง  โชคดีที่มีฝรั่งเอากล้องถ่ายรูปเข้ามาแล้วตั้งแต่สมัยช่วงรัชกาลที่ 4 จึงมีโอกาสได้เห็นบ้านเมืองสยามในสมัยก่อน  ซึ่งเราเพิ่งมาเปลี่ยนชื่อเป็น ไทยแลนด์ แดนศิวิไลซ์ กันสมัยรัชกาลที่ 6 นี้เอง

ก็อย่างว่าแล  พอมีละคร ก็สนุกสนานกันไปตามเอ่ยกัน อ่านเพื่อสนุกสนาน กันถมไป .. ดีจริง จะได้มีคนพูดภาษาเดียวกับเราอย่างน้อยสักช่วง  และเรื่องราวประวัติศาสตร์จะได้ไม่สูญหายไป

เรื่องโดย
แอดมินต้นหอม

ประวัติศาสตร์ “สถานีวัดมังกร” แผ่นดินที่คิงสยาม ยกให้เจ็ก

สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีวัดมังกร ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง  –  หลักสองบางแค

อีกไม่นาน  ถ้านับแบบเป๊ะ ๆ  จะเหลือเวลา 18 เดือน  เพราะมีข่าวรั่วมาว่า ส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ต่อจากสถานีหัวลำโพง จะทะยานต่อไปได้ถึงเขตหลักสอง ของบางแค  และพร้อมเปิดใช้บริการในช่วงเดือน กันยายน 2562  คาดว่าเป็นการจบสัญญาในเฟสการก่อสร้าง ระหว่างดีลเลอร์ ที่ได้เซ็นไว้กับ สถานีรถไฟฟ้า  และมีภาพให้ชมกันอย่างต่อเนื่อง จาก เพจ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ที่เห็นแล้วทำใจสั่น  โดยเฉพาะ ชาวไทยเชื้อสายจีน   โดยเฉพาะ “สถานีวัดมังกร”

 

สงครามเก้าทัพ สมัย รัชกาลที่ 1 ปราบก๊กต่าง ๆ ให้รวมเป็นหนึ่งเดียว
พื้นที่ เกาะรัคนโกสินทร์สมัยก่อน
พื้นที่พระนคร

ก่อนจะไปถึงสถานีวัดมังกร  ต้องย้อนเล่าก่อนว่า  แผ่นดินตรงนี้ ไม่ใช่พื้นที่ที่คนจีนมาอยู่ตั้งแต่ต้น  ก็อย่างที่ทราบว่า ไทยเราค้าขายกับประเทศจีนผ่านเรือสำเภา  ก่อนหน้านี้ลงท่าที่อยุธยากันมากกว่า  หลังจากย้ายกรุงมาที่เกาะรัตนโกสินทร์  คนจีนที่ยังเหลืออยู่  ก็ Move ตัวเองมาตั้งถิ่นฐานอยู่ย่าน ธนบุรี  และได้รับมอบหมาย จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ตั้งแต่รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ให้ขุดคลอง รอบกรุง ให้เหมือนกับอยุธยา  ตามแผนการรับมือข้าศึก แบบอยุธยา  เพื่อตั้งป้อม ให้เหมือนกัน  เตรียมติดปืนใหญ่ (ยุคที่ Cannon Lock ยังรุ่งเรือง)  ย้อนไปยุค ร.ศ. 1 ที่คนจีนยังเป็นชนชั้นแรงงาน  มาขุดคลอง ขับรถสามล้อ  สิ่งก่อสร้างที่เกิดพร้อมกัน ยุค ๆ นั้น ได้แก่

  • เสาชิงช้า
  • ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
  • ท่าเรือที่ ตลาดมหาราช
  • ตลาดท่าเตียน
  • ถนนข้าวสาร
  • บ้านพานถม บ้านดินสอ ฯลฯ อีก 8 ชุมชน
  • ล้ง 1919

หลังจากที่ ขุดคลองตั้งป้อมเสร็จแล้ว รัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริ และ พระราชประสงค์ ที่จะขอเวรคืนพื้นที่รอบ ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  กับริมคลอง แถว ๆ นั้น  โดยทรงมอบพื้นที่ ที่ดิน ย่านเยาวราช ให้ชุมชนชาวจีน อยู่อย่างเป็นทางการ  พวกเราจึงมีที่อยู่ ที่ทำกิน กันตั้งแต่แถวโซนสะพานพุทธ และถนนเจริญกรุง ทั้งเส้น  เพราะหลังจากขุดคลองแล้ว คนจีน ก็สร้างถนนกันต่อ  (ยาวทั้งเส้นถนนตก) และได้รับ Priority เนื่องด้วยธุรกิจของนายเลิศ ซึ่งเคยทำรถรางมาก่อน  ก็มาต่อเป็น รถเมล์สาย 1 วิ่งเส้นทางนี้เป็นที่แรก

 

สมัยนั้นคนจีนนอกจากรับจ้างแล้ว  เมื่อเริ่มมีฐานะ ก็ทำหน้าที่เก็บส่วย ค่าเช่าที่ต่าง ๆ แทนเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วก็นำส่งให้กับรัฐบาล  (ก่อนย่านเยาวราชจะก้าวสู่ยุคมาเฟีย ตี๋ใหญ่ 2499 อันธพาลครองเมือง แบบเก็บค่าคุ้มครอง)  ตอนนั้นมีคนจีนอยู่ย่านเยาวราชกันเยอะ และขยับขยาย มาทางสำเพ็ง สามย่าน และ โซนรอบเจริญกรุง บางรัก สี่พระยา

ยุคนั้น  ประเทศจีน เป็นยุคที่เพิ่งแพ้สงครามฝิ่น  เจ้านายเก่า โดนตัดเส้นเอ็นแขนขา ยึดทรัพย์ส่งเข้าส่วนกลาง  ใครที่ทำตัวร่ำรวยมาก โดยยึดเงินหมด  เหล่ากง เห็นเช่นนั้น ได้ยินว่า เมืองไทยนั้นแสนสบาย เป็น  Blue Ocean ก็เลยฝากอากง ขึ้นเรือมากับเพื่อนของแก  ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ผงชูรส ยี่ห้อดังของไทยในปัจจุบัน  อากงก็เลยถูก Import  เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เสื่อผืน หมอนใบ นอนมาข้างบนเรือ  เหมือนกับในละคร  และมาเจอกับอาม่าที่เกิดบนแผ่นดินไทยอยู่แล้ว ในชุมชนชาวจีนสักที่หนึ่ง (ถ้าเจอโปรไฟล์แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง)  หลังจากทั้งสอง พบรักกันแล้ว ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเครือญาติหลายฝ่าย กว่าจะได้มาอยู่ตรงย่านถนนเสือป่า หลังโรงพยาบาลกลางในปัจจุบันนี้

กั๊กพระยาศรี

ลืมเล่าว่าเมื่อก่อน จะมีชุมชนชาวจีน ที่ตั้งตนเป็นก๊ก ๆ  ที่ต้องเป็นก๊ก ก็เพราะว่าจะได้ดูแล คุมกันง่าย  เพราะต่างเป็นชนชั้นแรงงาน  ถูกคนไทยมองว่าเป็นเหมือนกลุ่มคนงานก่อสร้าง  ไร้ศักดินา  ก็เลยต้องมีหมู่นาย เป็นของตัวเอง  ก๊กใหญ่ ๆ  จะอยู่ตรง ถนนราชดำเนิน กับตรง สะพานพุทธ  ซึ่งหากสังเกต จะพบว่า ถนนตรงสะพานพุทธ แทนที่จะดิ่งเป็นเส้นตรง  แต่กลับต้องมีวกเลี้ยวนิดหน่อย เพราะตอนนั้นมีพระยาคนหนึ่งไม่ยอมขายที่  และ  ก๊กพระยาศรี (ตรงถนนผ่านฟ้) มีอิทธิพลมาก ถึงขั้นว่า ทีมงานพระคลังในสมัยนั้นต้องเจรจาต่อรองอยู่นานมากกว่า จะย้ายออก

ปัจจุบันมีชุมชนลิเกเก่าอยู่ใกล้เคียงกับ ก๊กพระยาศรี ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ น่าจะขึ้นสวรรค์ไปหมดแล้ว เสียดายที่อดรู้เรื่องราวชุมชนสมัยนั้น  แต่หากใครอยากเห็นความเป็นอยู่สมัยก่อนจริง ๆ ให้เดินไปตรง ชุมชนวัดราชนัดดา  ที่อยู่ใกล้เคียง  ยังคงเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์  ไม่เหมือนกับฝั่งเทเวศน์ และ สามพระยา ที่กลายเป็นฟิวชั่นไปหมดแล้ว

 

สำเพ็ง – สามแพร่ง – โรงพยาบาลกลาง

เคยได้ยินคำด่าว่า “อีสำเพ็ง” ไหม?  มันเหมือนกับการว่าถึงผู้หญิงขายตัว  แต่จริง ๆ ซ่อง เล้า โสเภณี ที่ย้ายมาจากอยุธยา   เขามาอยู่กันเป็นซ่องจริงจัง อยู่ที่ซ่องยายแฟง ต้อนรับ แขกบ้านแขกเมือง มาหลายปี  จนมีตำนานที่แกทำบุญสร้างวัด  “วัดคณิกาผล”  และเชิญหลวงพ่อโต กับ รัชกาลที่ 4 ขณะที่ยังทรงผนวช  นิมนต์มาสวดให้พร  สวดไปสวดมาเหมือนด่ามากกว่า ว่ายายทำธุรกิจที่ผิดศีล  มาสร้างวัด บุญที่ควรจะได้ 1 บาท ก็อาจจะได้ไม่เต็มสลึง

ภาพซ่อง สมัยก่อน จาก Silpa-Mag

วัดคณิกาผล – วันกันมาตุยาราม

หลังจากนั้น ลูกหลานยายแกได้เข้ารับราชการ มียศ มีศักดิ์ ก็ได้สร้างวัดอีกรอบ เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับแม่ของแก ซึ่งเป็นบุตรสาวของยายแฟง ตั้งชื่อว่า “วัดกันมาตุยาราม”  ซึ่งมีประวัติต่อเนื่องกัน ปัจจุบันยังมีลูกหลานไปกราบไหว้ศาลยายแฟง  ลืมบอกว่าคนไทยก็ติดหวยกันมานมนาน  สมัยนั้น เป็นหวยที่ออกวันละ 2 รอบ (อาจจะมากกว่านั้น) และเว้นไม่เล่นวันพระ  ซึ่งเรียกว่า หวย ก. ข.  จับเป็นตัวหนังสือ ก.ไก่ – ฮ.นกฮูก และลือกันว่า คนที่ใบ้หวยแม่นสุด คือ พระอาจารย์หลวงพ่อโต

บ่อนการพนันสมัยก่อน

โรงพยาบาลกลาง

ซึ่งความดราม่า ก็มาตอนยุคโคมเขียว  จำไม่ได้แล้วว่าทำไมต้องห้อยโคม สีเขียว  (ถ้าจำไม่ผิดแล้วจะเกี่ยวข้องกับการเสียภาษี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย)  ซึ่งหลังจากย้ายมาอยู่ในโซนสำเพ็ง นี้ได้ไม่นาน ก็เกิด Bomb ในยุคสงครามโลก  และการมาเที่ยวซ่องโสเภณีของชาวต่างชาติิ ทำให้เกิดโรคบุรุษมากมาย   หรือเกิดโรคห่า  อหิวาห์ ไม่แน่ใจ  มียุคหนึ่ง ที่หญิงโสเภณี เสียชีวิตยกเล้า  เกิดเป็นภาพที่ไม่น่าจดจำ  ศพไร้ญาติ เกลื่อนซ่อง และคนที่อาการสาหัส ต้องไปนอนกองรวมกันในพื้นที่ชั่วคราว เหมือนเต็นท์อะไรสักอย่างง เป็นภาพที่น่าเวทนา   และช่วงนั้นมีหมอมิชชันนารี เอาการรักษาสมัยใหม่มาช่วยรักษา ในที่ Site นั้น จึงถือกำเนิดเป็น “โรงพยาบาลกลาง” ตั้งอยู่ตรงนั้น  โรงพยาบาล จึงเป็นโรงรักษาสมัยใหม่แห่งแรก ๆ ที่เกิดในยุคใกล้เคียงกับ โรงพยาบาลศิริราช และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ภาพจากเว็บไซต์เรือนไทย

แพร่งสรรพ์ศาสตร์

คือ หญิงขายบริการ ไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้  เพราะมีตำนานเคียงคู่มากับทุกชนชาติ    พื้นที่ขายบริการ ย้ายไปอยู่โซน แพร่งสรรพ์ศาสตร์ และใกล้เคียง  (ตึกแถวหน้าถนน ตลาดมืด )  ห้องแถว ห้องเช่าเล็ก ๆ แบบที่เห็นในละคร  (ยุคตี๋ใหญ่)   ก็มีเรื่องเล่าว่า  มีโรงรับชำเราบุรุษ เกิดขึ้นมากมาย  ภายในห้อง เมื่อเปิดใช้บริการ  จะมีผู้หญิงรออยู่ในห้อง  และมีน้ำเปล่าให้ 1 ขวด  (เพื่อเอาไว้ล้าง -*-)  เป็นเรื่องที่เล่ามาแล้วอนาถมาก  สงสารผู้หญิงสมัยก่อน  มีทั้งที่เต็มในจและไม่เต็มใจ  (ปัจจุบันนี้ เรื่องการค้ากาม นี้ย้ายมาแถว รัชดา – พระรามเก้า อย่างเปิดเผยชอบกล)

 

วัดมังกร

เป็นวัดดังที่ถือกำเนิดเรื่องแก้ชง  ที่ดังก็เพราะเป็นวัดจีน หลังใหญ่แห่งแรก  ถือเป็นจุดกำเนิด พุทธศาสนานิกายมหายาน  เป็นศาลเจ้าใหญ่ที่มีพระจีนจำวัดอยู่จริง ๆ  คนไทยเชื้อสายจีนก็มาขอพรทุกช่วงของชีวิต

และต่อไปก็จะกลายเป็นสถานีรถไฟฟ้าหลัก เพื่อลงเดินมาเยาวราช และ สำเพ็ง  (ดีไม่ดี จะเป็นจุดพลุกพล่านกว่าสยามสแควร์เสียอีก)

หลุดภาพของสถานีวัดมังกรจากเพจ MRT PR มาให้ชมกัน

ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

 

สำหรับใครที่บ้านอยู่แถวนี้ก็ทนทรมานไปอีกนิดหน่อย เดี๋ยวก็จะสบายแล้ว  สงสารก็แต่คนลาดพร้าว รังสิต  ที่รถติดระนาว  .. วันนี้ขอจบรีวิวไปก่อนนะคะ  ติดตามกันที่เพจได้เน่อ.. เสิร์ชชื่อ “เรื่องสั้นเรื่องเล่า อ่านแล้วสบายใจ by แอดมินต้นหอม”

 

ขอบคุณภาพจาก mrt pr, ศิลปวัฒนธรรม, เรือนไทย มา ณ ที่นี้ด้วยค่า

Social Media มี หรือ ไม่มี ดีนะ

ความเร็วระดับ 5G เร็วกว่านี้ก็ตามทัน

เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทุกวันนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาทันที และหลายๆ คน รู้ข่าวสารจากการตามเพจ มากกว่าจากทีวี และเห็นได้ชัดว่าทุกวันนี้ รายการข่าวเอง ยังเอาข่าวมาจากโซเชี่ยลมีเดียนั่นแล

รอบ ๆ ตัว ก็ยังมีบางท่านยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ  ไม่มี account ไม่มีอินเตอร์เน็ต รับรู้ข่าวสารแบบฟังจากเพื่อน

 

โซเชี่ยลมีเดียไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ คือ ผู้มีบัญชีโซเชี่ยลมีเดีย กลับเลือกใช้ไม่เป็น  บางคนยังติดโพสทุกอย่าง ทุกความคิดเห็น ที่ไม่ผ่านการตริตรอง  และบางเรื่องก็ไม่ควรลงเพราะคนอื่นจะเดาใจเราได้

 

โดยเฉพาะคนที่ทำตัวเซเล็บมาก ๆ หากไปไหนมาไหนคนเดียว อาจจะเป็นอันตรายได้ จากพวกโรคจิตที่ติดตามชีวิต ซึ่งเรื่องพวกนี้มีให้เห็นบ่อย ๆ ทั้งที่เป็นข่าว และไม่เป็นข่าว  อย่างดาราดังหลายท่าน เวลาออกจากบ้าน ต้องไม่ไปไหนมาไหนคนเดียว

 

โพส เปลี่ยน ชีวิต

อย่างบางคนเราอ่านที่เขาโพส แล้วคิดว่า “ทำไมกล้าลงนะ” อย่างเช่น เรื่องความสัมพันธ์ ของเพื่อน หรือ คู่สมรส  ไม่มีใครที่อยากจะได้ยินคนที่เรารักพูดไม่ดีกับเรา  ก็ไม่เข้าใจว่าถ้าไม่รักขนาดนั้น จะยังอยู่ด้วยกันไปทำไม

 

บางคนเราไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นคนแบบไหน ก็ได้เห็นมุมมอง ความคิดของเขาผ่านโพสโซเชี่ยล นี่แหละ

 

ความสัมพันธ์

บางคนโพสรูปลูก รูปแฟน รูปกิ๊ก จนคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกัน ต้องมารู้เรื่องราวของคุณอย่างที่ไม่จำเป็นต้องรู้  มันเป็นเรื่องไม่ส่วนตัวเท่าไหร่ เมื่อมีคนอื่นมาส่องดูความเคลื่อนไหว รู้หมดว่าเครือญาติมีใครบ้าง

 

Setting Privacy แค่ไหน?

คนที่เขามี Social Media  เขาใช้เฟซบุ๊กอย่างไรให้ดู Smart  …  สังเกตจาก เซเลบริตี้ตัวจริง ที่ไม่มี Official Page มีคนตามเฟซส่วนตัวเกิน 5,000 คน  ก็ใช้วิธีการ วิจารณ์เรื่องต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณ   พูดจา เกาะกระแส แต่เป็นกลาง และพาดพิงคนอื่นให้น้อยที่สุด

 

สำหรับการเริ่มต้นมี Social Media นั้นไม่ยาก แต่จะใช้อย่างไรให้ไม่เป็นปัญหานั้นต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันต่อไป.. แม้กระทั่งศิลปินแห่งชาติ ก็ตกม้าตายมาแล้ว ดังนั้นการโพส  นอกจากดูเรื่องการสะกดผิดแล้วต้องดูเรื่องมารยาทด้วย

 

เรื่อง : Febissue

[ติดจอง] ลูกใครหล่อจัง! ส่องความน่ารักของหนูน้อย ลูก้า บัทเทอรี่ ยิ้มทะลุเลนส์

ฉายแววน่ารัก! ลูกชายพอลล่า เทเลอร์ บัทเทอรี่

 

หลงรักกันสิ! เมื่อแม่ถ่ายคลิป ถ่ายภาพ น้องลูก้า หาของไม่เจอ.. ทำหน้างง ๆ  งานนี้คลิปเดียว มีคนกด ♥ ให้กับวิดีโอนี้ 100,000 กว่าๆ  แล้ว .. น่ารักแค่ไหน ดูเอง!  ทายถูกหรือยังจ้ะ ว่าหนูน้อยรูปหล่อนี่ลูกใคร “น้องลูก้า บัทเทอรี่” ลูกชายสุดน่ารัก ของคุณแม่พอลล่า นักแสดงสาว ลูกครึ่งสัญชาติอังกฤษนี้เอง  วันนี้ Febissue.com รวมความน่ารักของน้องเอาไว้ให้ดูกันแล้ว

คลิปลูก้าหาของไม่เจอ

 

ยิ้มสบายใจ.. น่ารัก ฉายแววนายแบบตั้งแต่เด็กๆ  รูปร่างหน้าตาแบบนี้ ใส่อะไรก็ขึ้นไปหมด เชื่อว่าอีกไม่นาน แบรนด์เสื้อผ้าต่าง ๆ ก็จะเข้ามาจับจองแน่ ๆ แต่แม่พอลล่าก็ทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ใส่ได้ทั้งลูกสาว ลูกชาย  ที่โตกันหมดแล้ว  แม้ว่าเราจะไม่ค่อยเห็นน้องลูก้าออกงานบ่อย ๆ เพราะบ้านนี้  เน้นอยู่กันอย่าง Family ติดดินธรรมดา  แต่แฟนคลับคุณแม่ก็อดติดตาม หลงรักลูกๆ ของเธอไปด้วย

เด็กชายลูก้าวัย 2 ขวบกว่า ๆ ยิ้มใสๆ

 

อากาศมันร้อน ต้องอาบน้ำสักหน่อย

เล่นหิมะ หนาว ๆ

ผมรักการออกแค้มป์ฮะ

เพ้นท์หน้า น่ารักป่ะฮะ

เอ.. วันนี้เรากำลังจะไปไหนเนี่ยะ!

ปาร์ตี้กับเพื่อนแม่ และเข้าสังคมของพี่สาวฮะ


 

คุณแม่ก็เป็นซุปตาร์  เชื่อว่าอีก 10 กว่าปีนิด ๆ คงได้เห็นซุปตาร์ตัวน้อย ให้ลูก้าได้เข้ากล้อง จอเงิน จอแก้ว เถอะครับคุณแม่ ถ้าน้องจะน่ารักขนาดนี้ .. มีแววได้ตามรอย พี่นาย ณภัทร หล่อทะลุเลนส์ หล่อเข้ม หล่อคม !

คุณแม่ พอลล่า เทย์เลอร์ บัทเทอรี่
พี่สาว ไลล่า เทย์เลอร์ บัทเทอรี่

ขอบคุณภาพจาก : @paulataylorbuttery

ประวัติเจ้าของชื่อถนน “วิภาวดีรังสิต” คนสนิทที่สมเด็จพระราชินีไว้ใจที่สุด

ประวัติชื่อถนน “วิภาวดีรังสิต” เบื้องหลังเหตุการณ์ ฮ. ตก ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

หลายคนสงสัย และไม่อินว่า ทำไมชื่อของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยมีใครรู้จักในประวัติศาสตร์มาก่อนถึีงกลายมาเป็นชื่อถนนสายหลัก ที่คนไทยใช้กันอยู่เป็นประจำ ทั้งรถติด และตัดออกสู่หัวเมืองอย่างปทุมธานีได้ง่าย ๆ และมี โทรลเวย์ขนาดอยู่ข้างบน  และ มีตอม่อ  Hopewell  อุบาทว์ ๆ โผล่แหงนขึ้นมาตรงช่วงหลักสี่กว่า 20 ปี  ซึ่งตอนเริ่มสร้างกะจะยกเอาทางรถไฟขึ้นไว้เหนือถนน เพื่อบรรเทาจราจรที่ติดขัดช่วงถนนหน้าดอนเมือง ให้รถขับง่ายขึ้น  ปรากฎหว่ากลายเป็น Hope well สมชื่อ คือ เมื่อไหร่จะสร้างเสร็จสักที????

ภาพจากเพจ เมืองไทยในอดีต แชร์ว่า ย้อนอดีต “ถนนวิภาวดีรังสิต” เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514 หรือ 47 ปีก่อน เป็นภาพมุมสูงของ ถนนวิภาวดีรังสิต ตรงโค้งวัดเสมียนนารี ขอนำมาย้อนกลับให้คนรุ่นใหม่ได้รับชม เพื่อเป็นความรู้
++++++
เครดิต :: หนังสือรายงานประจำปี 2514 กรมทางหลวง, ตามลายน้ำ ปรากฏในรูปภาพ

สืบเนื่องจากบทความก่อน ที่เล่าถึงเรื่อง กรณีข้อพิพาทของถนนอินทามระ  มีเพื่อนในเฟซบุ๊ก บอกว่าอยากฟังประวัติของพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต หรือ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ซึ่งหลายท่านยังไม่เคยทราบว่า สกุลเดิมของท่าน คือ “รัชนี” ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านงานประพันธ์

ประวัติชื่อถนน “วิภาวดีรังสิต” โรแมนติกปนวิคทอเรีย

พระองค์เจ้าหญิงวิภาวดี เป็นมือขวาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ซึ่งแม้ว่าจะมีคนติดตามสมเด็จพระนางเจ้าฯ หลายท่าน  ซึ่งเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ สรุปความมาจากหนังสือ ของ จินต์ชญา บุตรีของท่านผู้หญิงพึงจิตร ศุภมิตร (ข้าหลวงคนแรกของสมเด็จพระนางเจ้าฯ)

พระองค์เจ้าวิภาวดี มีอายุมากกว่าสมเด็จพระนางเจ้า เป็นทั้งเลขาส่วนพระองค์ และเป็นคนที่ให้คำปรึกษาเรื่องราวต่าง ๆ  เมื่อเสด็จพระราชกรณียกิจ  คำว่า “พระราชกรณียกิจ” ไม่ได้เหมือนที่เราเห็นในทีวีกันทุกวันหลังข่าว  คุณอาจจะยังไม่ทราบว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเสด็จแปรพระราชฐานอาศัยอยู่ที่ภาคใต้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของท่าน  ก่อนที่จะมาประทับที่วังไกลกังวลในช่วงปลายพระชนม์ชีพ

ว่ากันว่า เหตุที่ในหลวงต้องไปอยู่ภาคใต้ ก็เพราะมีปัญหาเรื่องการก่อการร้าย  และความ ทุรกันดาร อยู่มาก  และสมัยนั้นยังมีลัทธิคอมมิวนิสต์ และผู้ก่อการร้าย  ซึ่งเป้าหมายของการ Bomb แต่ละครั้ง  ก็เล็งมาที่บุคคลสำคัญ ๆ  ของทางราชการครั้งนั้น  และครั้งที่เป็นคราวเคราะห์ของพระองค์เจ้าวิภาวดี  ท่านเสด็จแทนพระราชินี เพื่อไปรับตำรวจตระเวนชายแดนที่ถูกกับระเบิดได้รับบาดเจ็บ ทางเฮลิคอปเตอร์

และเป็นที่รู้กันดีของข้าราชบริพาร  การเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพ หรือเฮลิคอปเตอร์ เป็นอะไรที่ดูไม่ปลอดภัยเลย  เพราะเครื่องก็ไม่ได้ใหม่  เราซื้อต่อมาจากประเทศนอกกันอีกที และก็เสี่ยงเมื่อมีการลอบยิง  เทคนิคการบิน – บังคับเครื่องของคนขับเครื่องบิน ก็ไม่ใช่ว่าจะโอเคเหมือนในหนังฝรั่ง  ดังนั้น ก่อนเดินทาง มักต้องเซ็นใบยินยอมว่าหากเสียชีวิตจากเหตุการบิน จะไม่ฟ้องร้องต้นสังกัด

และเวลาจะเดินทาง ไป – กลับ  กรุงเทพฯ ดอนเมือง เครื่องบินกองทัพ ก็โครง น่ากลัว ไม่ได้เดินทางง่ายเหมือนการขึ้น Airbus อย่างที่เราเข้าใจกัน  เพราะในหลวงท่านทรงไม่ได้ฟุ่มเฟือย  (จากหนังสือ เรื่อง “ชาววังช่างเล่าเรื่อง” ของคุณ จินต์ชญา ท่านเบิกค่าใช้จ่ายใช้บริการสายการบินเอกชนสิ้นเปลืองเหมือนนักการเมืองเลย)

ภาพจากเว็บไซต์ Tnew

หลังจากเกิดเหตุการณ์ ฮ. ของที่พระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีประทับ ตก และทรงบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิต  สมเด็จพระนางเจ้าเองท่านก็รอฟังเหตุการณ์อยู่  แต่ไม่มีใครกล้ากราบทูลก่อน  เมื่อท่านทราบแล้วถึงขั้นหลั่งน้ำตาและเศร้าไปหลายเดือนมาก ๆ ในปีนั้นสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ซึ่งเป็นถนนใหม่สายหลักของไทยเสร็จพอดี  ทางหลวงมาขอพระราชทานชื่อจากในหลวงรัชกาลที่ 9  ด้วยความที่ท่านทรงดำริเห็นว่า  ถนนสายนี้ผ่านดอนเมือง  ซึ่งเป็นจุดจอดเครื่องบินทั้งทหาร และพาณิชย์ ท่านจึงตั้งชื่อว่า “ถนนวิภาวดีรังสิต” อย่างที่เราได้ยินกันทุกวันนี้

ประวัติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

เรื่องของพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เป็นที่เล่าขาน กันอยู่ในกลุ่มข้าราชบริพาร และบรรดาคนใกล้ชิดกับชาววัง จนมาถึีงเมื่อตั้งเป็นชื่อถนนทำให้มีคนสนใจประวัติของท่านอยู่มาก  และหลายคนไม่ทราบว่า ท่านคือ ผู้ประพันธ์ นวนิยาย ที่นำมาสร้างเป็นละครชื่อดังถึง 5 ครั้ง สร้างชื่อให้กับ หมิว ลลิตา , ติ๊ก เจษฎาภรณ์ และ เทย่า โรเจอร์ ให้เป็นที่รู้จักของคนไทย

ละคร ปริศนา

นวนิยายเรื่อง “ปริศนา” เป็นชุดต่อกัน กับ “เจ้าสาวของอานนท์” และ “รัตนาวดี” และตัวละครทุกชื่อในนวนิยาย   กลายเป็นชื่อของเด็กไทย Generation ใหม่  ทั่วบ้านทั่วเมืือง ไม่ว่าจะเป็น เด็กหญิงปริศนา เด็กหญิงรัตนาวดี  เด็กชายพจน์  เด็กชายอานนท์ ฯลฯ  และเรื่องนี้มีฉากเต้นรำ แบบคนสมัยก่อน ที่สวยงามเหมือนเจ้าหญิงเบลล์ในเรื่อง Beauty and the Beast ของ วอลท์ ดิสนี่ส์

 

เรื่องย่อของนวนิยายเรื่อง ปริศนา กล่าวถึงเด็กสาว ที่ทางฝ่ายพ่อไม่ค่อยรัก  เธอไปเติบโตที่ต่างประเทศ หลังกลับมาอยู่ที่ไทย ก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ปรับตัวกับวัตนธรรมไทยยากสักหน่อย  เธอมีความชื่นชอบในการแต่งตัวเข้ารูป  และนุ่งชุดว่ายน้ำ ออกกำลังกาย  ในขณะที่หญิงไทยหลายคนในสมัยนั้น  ยังอายในการโชว์หุ่นและรูปร่าง   โดยพระองค์เจ้าวิภาวดี ได้เคยบอกว่า  คุณวาสนา กระแสสินธุ์ บุตรีของ ขุนพิพิธวิรัชชการ ซึ่งพระองค์เจ้าวิภาวดีมองว่า เธอมีความเหมือนนางเอกละครชื่อ “ปริศนา” ของเธอมากที่สุด (โดยเฉพาะตรงลักยิ้ม)

 

คุณวาสนา กระแสสินธุ์

 

ถ้าหาก “ปริศนา” ถูกนำมา Remake อีกรอบ .. คุณว่าใครจะเหมาะที่จะมารับบท นางสาว ปริศนา มากที่สุด?  แอดมินมี Candidate มาให้เลือก ตามนี้

คนที่ 1 มีน พีชญา

สาวไทยที่ดูเรียบร้อย มีลุคของคุณหนูไฮโซนิด ๆ  แต่เธอไม่มีลักยิ้มนะ!

 

คนที่ 2  มิว  นิษฐา

สาวหน้าไทยอีกคนที่แอดมินก็ว่าเธอก็เหมาะกับบท “ปริศนา”
แต่ต้องมีความแก่นเซี้ยวและลุคเซ็กซี่กว่านี้อีกนิดหนึ่ง


คนที่ 3 แต้ว ณฐพร

ความจริง ลุคของ “แต้ว” นี่ก็ได้ เหมาะกับ บท “นางสาวปริศนา”  แต่ต้องเพิ่มความ Alert เข้าไปหน่อย
หลังจากได้รับบทสาวเหนือ สาวอีสาน

 

 

คนที่ 4 ปู ไปรยา สวนดอกไม้

ตามนิสัย และ ลุค ของปู ไปรยา เธอคือ นางสาวปริศนา เลยทีเดียว แต่ก็ยังคิดตรงที่ใบหน้าไม่ไทย
ซึ่งนั่นก็ ไม่ใช่ปัญหา  เพราะเทย่า โรเจอร์ ผ่านจุดนั้นมาแล้ว


 

คนที่ 5 แพนเค้ก เขมนิจ

ผู้หญิงหน้าไทย หน้ากลม มีลักยิ้ม  เหมือนกับต้นฉบับไม่มีผิด และเธอก็มีลุค Sexy ด้วย
ซึ่งหากแพนจะมารับบท “ปริศนา” ทางผู้จัดต้องรีบจองตัวแล้ว
จากบทวนิดา ละครพีเรียตที่ตีบทแตกก็ผ่านมาแล้ว

 

คนที่ 6 จุ๋ย วรัทยา

แอดมินว่าจุ๋ยได้.. เธอเคยเล่นละครที่ออกแนว พีเรียต คู่กับ เจนี่ เทียน มาแล้ว

 

คนที่ 7 ใหม่ ดาวิกา

สาวใหม่นี่ทำได้อยู่แล้ว  เธอหน้าตาแบบสาย ฝ. จริง
แต่ความตีบทแตก กับทุกบท (เป็นกระเทยก็เล่นมาแล้ว)
และแอดมินคาดหวังกับ ฉากเต้นรำกับชายพจน์มาก

 

 

คนที่ 8 เบลล่า ราณี

เธอเป็นลูกครึ่งอังกฤษ ที่หน้าไทยมาก ๆ  และหน้ากลมด้วย
ถ้าเสริมความเปรี้ยว และ sexy ไปหน่อย และให้เธอปล่อยนิสัยแก่น ๆ  ออกมา เธอน่าจะเป็น “ปริศนา” ได้

สุดท้ายนี้ แนะนำคนที่ชอบเรื่องราวในวัง ให้ตามอ่านหนังสือของคุณพี่ท่านนี้  ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเขา  แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์อย่างใกล้ชิด ในรูปแบบที่คนในวังมาเล่าให้ฟังเอง ยังไงอย่าลืมตามหาอ่านกัน (เล่มหนึ่งหมดแผงแล้ว สต็อกก็ไม่มีต้องตามซื้อมือสอง)

 

 

เรื่อง : เรียบเรียงจาก หนังสือ ชาววังช่างเล่าเรื่อง  Wikipedia, http://www.phenkhao.com/contents/378700 สืบค้น 11 มกราคม 2561
ภาพ : http://seesite.blogspot.com/2012/02/35.html,http://www.phenkhao.com/contents/378700 สืบค้น 11 มกราคม 2561

‘อินทามระ’ ฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้ – บริจาคที่ดินสร้างถนนแต่โดนลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์

กทม. แพ้คดีเปลี่ยนชื่อถนนพลการ ส่งผลลูกหลานสะเทือนใจ

เหตุผลที่วันนี้มาเล่าเรื่องถนนอินทามระ เนื่องจาก  การถกเรื่องประวัติศาสตร์ในเพจ ‘เมืองไทยในอดีต’ จากภาพ ถนนวิภาวดีรังสิต  ด้านโค้งย่านวัดเสมียนนารี ซึ่งตอนนี้มีรถไฟฟ้าดักผ่านเข้าสู่หมอชิตใหม่เรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ช่วงหลังปี 2561 หมอชิตย้ายกลับมาโซนเดิมแล้ว

 

บางท่านในเพจมาเห็นภาพนี้ครั้งแรกก็สงสัยว่าถ่ายยังไง ยุคนั้นไม่มีโดรน  พอผู้เขียนโพสต์ภาพถนนวิภาวดีปัจจุบัน แต่คนละช่วง  มุมสูงเกินกว่าโดรนจะบิน  ก็มีคนมาถามว่าถ่ายจากไหน  คุณพระ! เครื่องบงเครื่องบินก็มีนะจ้ะ ทำเป็นเล่นไป

 

ภาพจากเพจ เมืองไทยในอดีต แชร์ว่า ย้อนอดีต “ถนนวิภาวดีรังสิต” เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514 หรือ 47 ปีก่อน เป็นภาพมุมสูงของ ถนนวิภาวดีรังสิต ตรงโค้งวัดเสมียนนารี ขอนำมาย้อนกลับให้คนรุ่นใหม่ได้รับชม เพื่อเป็นความรู้
++++++
เครดิต :: หนังสือรายงานประจำปี 2514 กรมทางหลวง, ตามลายน้ำ ปรากฏในรูปภาพ

วิภาวดีรังสิต เป็นพระนามของบุตรี กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ซึ่งนอกจากคุณหญิงท่านจะเป็นราชนิกุลแล้ว ท่านยังมีอีก 2  หน้าที่สำคัญ ที่ควรค่าแก่การทราบไว้ประดับความรู้ คือ ท่านเป็นผู้ประพันธ์หนังสือเรื่อง ปริศนา และ เจ้าสาวของอานนท์  รวมถึงท่านเป็นนางสนองพระโอษฐ์คนสนิทของสมเด็จพระราชินีนาถ ในร้ชการที่ 9 ด้วย

หนังสือนวนิยายสองเล่มที่พูดถึงนี้ (มีอีกหลายเรื่องที่ท่านประพันธ์)  มีความสำคัญต่อประเทศเราคือ ทำให้คนไทยได้เห็นภาพบรรยากาศของสังคมไทยยุคต้นรัชกาลที่ 9 อย่างละเอียด  ทั้งด้านความคิด ทรรศนะ ค่านิยม  และ  วัฒนธรรม  โดยสาวที่ชื่อปริศนานี้ มีต้นแบบจริงมาจากคุณวาสนา  ผู้หญิงยุคใหม่ที่ชอบการสวมบิกินนี่ว่ายน้ำ แต่คนไทยยุคนั้นรับไม่ได้ (อิจฉาหุ่นเข้าล่ะสิ ชิ)

 

นำภาพถนนวิภาวดีปัจจุบันมาให้ดูเล่น ๆ ..

ถนนวิภาวดี ช่วงลำลูกกา
ถนนวิภาวดี ช่วงลำลูกกา

ไว้เบื้องหน้าจะกลับมาเล่าเรื่องพระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต ตอนนี้มีเรื่องสนุก ๆ น่าสนใจมากกว่า คือเรื่องของตระกูลอินทามระ ที่ฟ้องร้อง กทม.

ทำไมเรื่องฟุตปาธ กทม แก้ไม่ได้สักที

ถ้ายังจำกันได้  มันจะมียุคหนึ่งที่การสร้างถนนของกรุงเทพ เป็นยุคบอดมืด  คือจะทุบ จะสร้าง จะซ่อมท่อ วนไป จนงงว่าทำไมทำทั้งทีไม่ทำให้มันดี ๆ ไปเลย  แล้วอย่างเรื่องไอ้ฟุธบาตนี้ทำไมแก้ปัญหากันไม่ได้  แตกทุก ๆ 100 เมตร อยากบ้าตาย  กรุงเทพฯ ไทยแลนด์ น่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวเดียวในโลกที่มีคนตกท่อระบายน้ำตาย

ตระกูลอินทามระ & สุทธิสารวินิจฉัย

 

ศึกระหว่างตระกูลอินทามระกับ กทม. ก็มีอยู่ว่า

ในอดีตช่วงปี พ.ศ. 2504 ที่มีการสร้างถนนวิภาวดี เพื่อเชื่อมไปยังหัวเมืองอย่างปทุมธานี ก็เกิดมีเส้นทาง ตรอก ซอก ซอย มาตัดตามรายทาง  หนึ่งในนั้น คือ อินทามระ และ สุทธิสารวินิจฉัย ซึ่งผ่านเส้น พหลโยธินในปัจจุบัน  ซึ่งขอย้อนความทรงจำคุณผู้ชมอีกสักนิด  กรุงเทพเรา มาจากพระเจ้าตากย้ายพระนครมาอยู่ฝั่งธนฯ (กุฎีจีน) และ รัชกาลที่ 1 ทรงย้ายพระราชวังข้ามมาอยู่ตรงวัดพระแก้ว  พระราชวังคือโซนวัดพระแก้วในเขตประตูเมืองมา 5 รัชกาล  หลังจากนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงมาซื้อพื้นที่ป่า ย่านดุสิต จนถึงแถว  ๆ  จุฬาลงกรณ์ เผื่อไว้แจกจ่ายให้ลูกหลานของท่านจะได้อยู่อย่างสบาย ๆ

ท่านสร้างพระราชวังวิมานเมฆย่านพระราม 6 และที่ถนน พระราม 6 มีชื่อว่าพระราม 6 เพราะท่านตั้งใจมอบให้กับรัชกาลที่  6  ซึ่งเส้นนี้ตัดกับดุสิต  ต่อมาไม่ชัวร์ว่าถนนพระราม 7 อยู่ตรงไหน  แต่หลังจากเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ก็เหลือแต่สะพานพระราม 7

และถนนคอนกรีตจริงจังเส้นแรก ๆ เพื่อให้รถยนต์ชาวบ้านได้วิ่งยาว ๆ (ไม่นับราชดำเนิน และถนน ตรอก ในเขตพระนคร ที่ไว้วิ่งเฉพาะในเมือง)  ก็เป็นชื่อของนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็คือ พหลโยธิน (วิ่งยาวขึ้นเหนือ) ตรงนี้เริ่มมีความสำคัญขึ้นมาสักหน่อย

ปี พ.ศ.2500 เป็นต้นมา  เชื้อพระวงศ์ ที่เป็นหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์  ก็ขยับขยายมาอยู่ตามขอบ ๆ เมือง  อย่างถนนย่านพหลโยธิน ประดิพัทธ์ สะพานควาย  มีคนรวยมีฐานะมาอยู่มาก  และตามซอยลึก ๆ บ้างก็เป็นที่ดินพระราชทานสมัยศักดินา  หรือเป็นเชื้อพระวงศ์มาซื้อไว้ยกซอย

 

แอดมินรู้จัก ‘อินทามระ’ ครั้งแรกตอนที่เจ้านายเก่าใช้ให้ไปเอาของที่บ้าน   แกบอกว่าบ้านแกอยู่อินทามระ 20  ด้วยความที่เราชื่นชอบประวัติศาสตร์อยู่แล้ว พอได้ยินชื่อนี้ครั้งแรก เดาได้เลยว่าคนอยู่ซอยนี้ต้องไม่ธรรมดา เพราะชื่อนี้เป็นคำประดิษฐ์ที่รัชกาลที่ 6 ทรงแต่งขึ้นมาพระราชทายให้กับนายตำรวจคนสำคัญ  วิธีสังเกตนามสกุลพระราชทานคือ จะเรียงคำถูกต้องตามหลักสันสกฤต

พระองค์เคยใช้คำว่า ‘อินทรานี’ เป็นพระยศให้กับพระชายา ชั้น  พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า

ถนนอินทามระ  เหลือแต่ป้ายปักไว้ ซอย 1 – 59 โดยมีวิภาวดีตัดกลาง  ถัดขึ้นไปก็เป็นสุทธิสารวินิจฉัย ที่เรียบเข้าไปทางรัชดาได้

ภาพจากเว็บไซต์ไทยรัฐ ที่มาจากไทยรัฐฉบับพิมพ์

 

ในปี พ.ศ. 2547 มีการปรับปรุงซ่อมป้ายรายทางบนถนน ทางเจ้าหน้าที่ กทม. เปลี่ยนขื่อถนนอินทามระ ต่อเนื่องตามสุทธิสารวินิจฉัย  ทำให้ชื่อถนนอินทามระหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เรียบร้อย

แน่นอน ตอนฟ้องครั้งแรก ครอบครัว อินทามระแพ้คดี  ใครกันจะมาสนใจว่าถนนนี้คืออะไร? ทำไมต้องให้เปลี่ยนชื่อด้วย  ส่วนครอบครัวอินทามระมาในมุมนิ่ง ๆ เรื่องอะไรจะยอมให้คนทำงานมักง่ายมาเปลี่ยนชื่อที่ดินบริจาค ตัดชื่อบรรพบุรุษออกจากประวัติศาสตร์ได้ยังไง  ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ฟ้องอุทธรณ์ต่อ ฏีกา  และกลับมาชนะคดีในปี 2560 ด้วยเหตุผลที่ว่า  กทม. จะมาฮุบเอาชื่อถนนอีกฝั่งมาทอดยาวปักป้าย โดยไม่ได้ทำตามพระราชกำหนดเรื่องชื่อถนนที่ต้องสืบค้นประวัติที่มา  และ  ดูรายละเอียดข้อกฎหมายเรื่องการตั้งขื่อถนนให้ ดี ๆ จะมามโนเอาว่าชาวบ้านรู้จักชื่ออื่นมากกว่าไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำประชาพิจารณ์  สุดท้ายศาลฎีกาจึงตัดสิน ให้ อินทามระ กลับมามีตัวตนบน GPS อีกครั้ง หลังสูญหายไปกว่า 20 ปี  และไม่น่าเชื่อว่าจะมีการตัดสินที่ไม่เข้าข้างหน่วยงานใหญ่อย่าง กทม.

 

  1. ผลคือ ภายใน 180 วัน (นับจาก กรกฎาคม 60 )  ทางทะเบียนราษฎร์ของผู้ที่อยู่อาศัยริมถนนอินทามระ ต้องเปลี่ยนชื่อถนนใหม่หมด (นับจากซอย 1-59 นั่นเอง)  กะแล้วต้องทำให้เสร็จหมด ช่วงเดือน เมษายน 61)

แต่ล่าสุด (มกราคม 61) เรื่องราวอาจจะไม่จบดี  เพราะ กทม ยืนยันจะไม่เปลี่ยนชื่อถนน แจ้งว่าเนื่องจากมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนแล้วว่า  จดจำชื่อ ‘สุทธิสารวินิจฉัย’ ได้มากกว่า

ครั้งนี้จะเป็นการโบ้ยความรับผิดชอบอีกครั้ง ของคนทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดอีกหรือไม่? กฎหมายยังคงศักดิ์สิทธิ์มีช่องให้คนหัวหมอดิ้นหลุดอีกหรือเปล่า? และประชาชนรู้เห็นกับการทำประชาพิจารณ์จริง ๆ หรือเปล่า? ซึ่งทางครอบครัวอินทามระยังเชื่อมั่นว่าถ้าใครหลายคนได้รู้จักกับประวัติความเป็นมาของ โต๊ะ อินทามระ นายตำรวจผู้เสียสละเพื่อชาติ (ทำงานในกองคลัง กรมตำรวจ)  ก็คงยอมให้ กทม. คืนชื่อเดิมให้กับถนนสายนี้แน่นอน  บางคนมองว่า ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่แล้วรู้ว่าอนาคตจะมาเจอเรื่องแบบนี้  ที่ดินแปลงนี้ควรจะเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ขายเวรคืนเพื่อเลี้ยงดูตัวเองในอนาคตดีกว่าไหม? แต่เพราะท่านคิดแล้วว่าจะเสียสละเพื่อเป็นส่วนรวม แต่คนเพียงบางคนในหน่วยงานปัดสวะ ไม่รับผิดชอบ จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนรุ่นปัจจุบันได้อย่างไร  อนาคตยังจะมีคนกล้าเสียสละเพื่อชาติอีกไหม?

 

 

 

ลวกไข่ยังไงให้ไข่แดงสุก แช่น้ำพุร้อน มาแม่ฮ่องสอนเที่ยวไหนดี

Hot Spring @ Tha Pai Unseen Thailand 

สวัสดีค่ะ วันนี้เราพาทุกคนมาเที่ยว ปาย ในเขต จังหวัด แม่ฮ่องสอน ซึ่งการเดินทางนี้ วันกันว่าเป็นครึ่งหนึ่งของ 2,000 โค้งของการเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน   โค้งเยอะ โค้งชัน ขับยากประมาณหนึ่ง ยิ่งตามหลังรถพ่วงแล้วด้วย ช้าและน่ากลัวมาก

จุดหมายปลายทางของเราวันนี้ คือที่ตัวเมือง ปาย (พักที่โรงแรม บีทูปาย) แต่ระหว่าทางก็เปิด รีวิว เที่ยวตามไปเรื่อย จนสัญญาณ 4G หมด

รายทางมีจุดพักรถ ที่เขียนว่า “จุดพักอ้วก” เพื่อให้คนที่ไม่ร่อยได้นั่งรถนาน ๆ ได้พักแก้เวียนหัว  และมีจุดแวะซื้อของฝาก ตกแต่งสวยงาม แต่ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าฝรั่ง

ที่แรกที่เราจะไป คือ โป่งเดือด กับ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

คือเรามาถึงตอนสาย ๆ แล้ว จึงไม่ได้เข้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวนั้น และโป่งเดือดก็ปิดทำทางพอดี

จุดท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีให้เลือกมากกว่าที่คิด สภาพอากาศเหมือนจังหวัดกาญจนบุรี แต่ก็มี จุด Unseen Thailand อย่าง น้ำพุร้อนท่าปาย

เราไม่คิดว่าจะมีน้ำพุร้อนซ่อนตัวอยู่ที่นี่  บรรยากาศยังเป็นธรรมชาติมากกว่าที่แจ้ซ้อน ลำปาง

การค้นพบน้ำพุร้อนท่าปาย มาจาก เจ้าหน้าที่ทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตระเวนพื้นที่เจอกับแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาตินี้ จึงใช้เป็นแหล่งสปาออนเซ็นแบบธรรมชาติ  ต่อมาหลังจากทหารญี่ปุ่นไปแล้ว ชาวบ้านก็เข้ามาดูแลกันต่อ และ โรงเรียนท่าปาย  เป็นผู้ดูแลอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ทางกรมอุทยานฯ จะได้เข้ามาจัดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานห้วยน้ำดง และบัตรค่าเข้าที่นี่ ใช้เข้าอุทยานห้วยน้ำดังในวันเดียวกันได้ด้วย

  • ค่าจอดรถยนต์ 30 บาท

  • ค่าเข้า (คนไทย) คนละ 50 บาท

คือจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นเปลือกโลกที่เคยเป็นภึเขาไฟ จึงมีน้ำตก น้ำพุร้อนทแผ่นดินแยก ซึ่งตามหลักธรณีวิทยาไม่ใช่เรื่องแปลก

ลักษณะของน้ำพุร้อน ด้านในสุดจะเป็นบ่อ 80 องศาเซลเซียส ที่จะทำให้ใข่แดงสุก แต่ไข่ขาวเหลว ไม่สุก  (มีตะกร้าให้ยืม) จับเวลาสัก 15 – 20 นาทีเท่านั้น จะไปแช่สระน้ำร้อนก่อนก็ได้ แต่มีโซนเหมือนน้ำตกให้ลงแช่ ใครที่อยากได้อารมณ์ส่วนตัวก็มีเป็นสระ  แต่ส่วนใหญ่เด็ก ๆ และครอบครัว ก็มักลงส่วนน้ำตก

ของจริงสวยกว่านี้ มันจะเป็นไอ ๆ หน่อย แต่จะไม่ได้มีขนาดใหญ่อย่างที่คิด  โซนที่ควันขึ้นขนาดนี้จะลงเล่นไม่ได้ เหมือนเอามือจุ่มในหม้อต้มน้ำเชียวแหละ

โคนัน การ์ตูนที่อาจไม่มีวันจบ

การ์ตูนญี่ปุ่น เป็นอีกของสะสมมีราคา ตามสภาพ

วันนี้กำลัง อยากปล่อยหนังสือนวนิยายแปลเซ็ตหนึ่งจึงนั่งตามหาร้านรับซื้อ แต่ว่าต้องผ่อนใจเนื่องจากราคาอาจถูกกดตกลงไปอีก เพราะไม่ใช่หนังสือดัง  ร้านที่รับซื้อและให้ราคาพิเศษกว่า มักจะเป็นหนังสือการ์ตูนเซ็ต ที่ต้องซื้อสะสมหลาย 10 เล่มขึ้นไป  อย่างเรื่อง โคนัน ที่ไม่มีวี่แววว่าจะจบสักที  ตอนนี้ก็เข้าสู่เล่มที่ 85  และในไทยแทบจะไม่มีสำนักพิมพ์อยากแปลมาแบกรับต้นทุนแล้ว

โคนัน เป็นนักสืบวัยรุ่นที่ถูกยาพิษให้กลายเป้นเด็ก จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่โตสักที  และมี รัน เป็นแฟนสาว กิ๊ก ๆ กัน  ในขฯะที่โคนันมักใช้พ่อของเธอเป็นตัวแทนแก้ไขคดี เรื่องราวก็ผ่านมาทั้งหมดเป็น 100 ตอน รวมภาคที่ทำเป็นการ์ตูนภาพยนตร์ จบในตอน  ซึ่งเริ่มแรกผู้เขียนเองก็คาดว่าจะทำออกมาแค่ 3 เดือนแล้วจบ  ไป ๆ มา ๆ ติดพันกันทั้งโลก  และถูกซื้อลายลิขสิทธ์มาทำของพรีเมี่ยมด้วย  ถือว่าเป็นการตูนระดับตำนานอีกเรื่องที่เกือบจะมีพลังเท่ากับโดราเอม่อน

 

ส่วนลุงโมรินั้น ถ้าเป็นคนจริง ๆ ก็คงจะมีปัญหาเรื่องตับไตแล้ว  เพราะโดนยาสลบไปหลายโดส และแกก็ติดเหล้าด้วย และแกไม่เคยคิดสงสัยเลยหรอว่าหลับ ๆ อยู่ ตื่นมาแล้วคดีก็คลี่คลายเอง  ไม่สงสัยหรอว่าอ่จมีคยยืมมือมาช่วย  ซึ่งจุดนี้ก็มีผู้อ่านสงสัยเหมือนกัน และคาดว่าผู้เขียนคงให้ลุงโมริรุ้แต่แอบเก็บเงียบไว้

 

ซึ่งเซ็ตของโคนันนี้แอบเห็นขายอยูาที่เกือบ 3,000 บาท (ถือว่าถูกกว่าที่คิด) ใครจะซื้อของมือสองแนะนำนัดรับดี ๆ หน่อย เพราะเดี๋ยวนี้โกงกันเยอะ บางหน้าก็ขาด

 

ที่มาจากร้านรับซื้อหนังสือการ์ตูนมือสอง แห่งหนึ่ง (1) ระบุชื่อหนังสือที่อาจจะรับซื้อให้ราคาดีกว่าราคาปก ดังนี้

1.โคทาโร่ทุกภาค
2.dr.kทุกภาค
3.จินมี่ทุกภาค
4.ก้าวแรก
5.ชู้ตทุกภาค
6.อีกา
7.คู่คน
8.คินดะอิจิทุกภาค
9.ต้องรอด
10.บ้านพักอลเวง
11.ชมพิศวง
12.คุโรมาตี้
13.จอมคนทาเครุ
14.สิงห์นักปั่น
15.ศึกสามก๊ก
16.GTO
17.เซเลอร์มูน
18.ซันซิโร่x2
19.หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ
20.เซ้นเซย่าทุกภาค
21.จอมคนแดนฝัน
22.คอบบร้า
23.ออเร้นโร้ด
24.ล่าอสูรกาย
25.สุภาพบุรุษทรชน
26.แบล้คแจ้ค
27.ฮิโนโทริ
28.โยจินโบและผลงานคนวาดเรื่องอื่นๆทุกเรื่อง
29.ไซเฟอร์
30.เจ้าส้ม
31.ดร.โนงูจิ
32.ทายาทอสูรสงคราม
33.ต๊องแน่
34.ยอดกุ้กแดนมังกร
35.ไยบะ
36.ทัช ยอดรักนักกีฬา
37.h2
38.ก๊อง
สยาม
1.วันพีช
2.กั๊ซเบล
3.ซิตี้ฮันเตอร์
4.ลามู
5.ได
6.ลุยแหลก
7.ทัลลูต
8.หมัดสั่งสร้างฝัน
9.เลิฟลี่คอมเพล็ก
10.บาซาร่า
11.ถ้วยน้ำชา
12.เสน่ห์สาวข้าวปั้น
13.ตะวันรักที่ปลายฟ้า
14.นักกี้
15.รันเซ่
16.เลิฟ ผู้ชายหัวใจสีชมพู
17.ปรสิต
18.มนต์ดำมรณะ
19.อิตโต้1
20.สึบาสะ
21.ผีคีทาโร่
22.เล็กพริกขี้หนู
23.คุจากุ
เนชั่น
1.โจโจ
2.ดราก้อนบอล
3.โดเรมอน
4.แสลมดั้ง
5.ฮิคารุ
6.อาราเล่
7.ทารจัง
8.ลักกี้แมน
9.มอนสเตอร์
10.มีดที่13
11.จีซัส
12.บอย
บูรพัฒน์
1.ครูขาหนูเหงา
2.เฉินห้าวหนาน
3.มังกรหยก+ดาบมังกรหยก
4.อลวนรักจากฟากฟ้า
บงกช
1.จังหวะร้อคดนตรีรัก
2.มาเฟียที่รัก
3.มายู ซีรี่ย์
4.คุณหมาป่า
5.กฏเหล็กของหัวใจ
6.เรียล
7.อายะ
8.คิวพี
9.แชมเปี้ยนขนมปัง
10.ดัมเป
ไพเรท+การ์ตูนเก่า
มังกรซ่อนลาย
ถึงจะเห่ย
ยิงสวนตะวัน
มือปราบปืนดุ
แซงจูรี่
ฮีท
เคียวชิโร่2000
สามก้ก
ไร
นากัส
เลโอ
คินนิกุแมน1
สวรรคลำน้ำแดง
แกล้งจุ้บให้รุว่ารัก
ไฟรักไฟริษยา
เดมอส
แคนดี้
รันเซ่
จอรจี้
มนรักโยโกฮาม่า กรุงโรม กลีบกุหลาบ
ฟอรจทีน
ออโรร่า
สายธารรัก
นักโทษสาว
ฮิเมโกะ
นักสู้คอมพิวเตอร์
วิงแมน
เดอะสตาร์
สปรินเตอร์
จิ๋วพลังอึด
ถล่มโรงเรียนอสูร
คุจากุ
การาสุ
นินจาคว้าเมฆ
แฮปปี้พีเพิล
เรือรบยามาโต้
กาแล็คซี่999
ผีคีทาโร่
ผีน้อยคิวทาโร่
ออเร้นโร้ด
ทรูเลิฟรู
คลังสยอง
วีเม่นและผลงานคนวาดทุกเรื่อง
จีซัส
49วันต้องสู้/49วันต้องตาย
เรียวม่า
อาสึมิ
หักเหลี่ยมเซียน
หมัดจอมกะล่อน
อิจิเงกิ
สองสิงสำอางค์
คิวทอง
ครอบครัวตัวฮอ
นัยตาเธอสีม่วง/เพอเพิลอาย
ยามาโต้ยอดนักสู้/การ์ตูนหมา
คำสาปฟาโรห์
นักสู้เกมกด/คอมพิวเตอร์
เทพบุตรสุดซ่า
แบทเทิลรอยัล
ก๊อง

 

หากคุณมีหนังสือที่มีชื่ออยู่ในลิสต์สักชุดสองชุด สภาพดี แต่ไม่ต้องการเก็บแล้ว ก็หาที่ปล่อยขายได้ที่เว็บหรือร้านรับซื้อทั่วไป ใช้คีย์เวิร์ดหาไม่ยาก ส่วนใหญ่หน้าร้านจะอยู่ที่สะพานควาย หรือแถบท่าพระ ย่านโรงเรียนศึกษานารี ลองตามหาร้านกันดูนะจ้ะ

 

ที่มา :

(1) ร้าน C2books Cartooncenter

(2) 10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับยอดนักสืบจิ๋วโคนัน   จากเว็บไซต์ mangozero

ขอบคุณ “ตูน บอดี้สแลม” ที่สร้างเรื่องดีๆ ให้กับคนไทยตลอด 2 เดือน

 รวมทุกกระแสที่เกิดขึ้นจากการวิ่งของพี่ตูนไว้

ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า  หากไม่มีโครงการ “ก้าวคนละก้าว” สภาพจิตใจของคนไทยคงจะไม่ฟื้นเร็วขนาดนี้ เนื่องมาจากความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่เราเจอกันทั้งประเทศ  เมื่อต้องส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙  

และโครงการ “ก้าว” เป็นงาน CSR  แท้ๆ ที่ไม่เคยมีใครคิดทำจริงจังเท่านี้มาก่อน  เมื่อ “พี่ตูน” ออกมาบอกว่า จะจัดวิ่งครั้งที่ 2 เพื่อมอบเงินบริจาคให้กับมูลนิธีโรงพยาบาลรามาธิบดี ช่วยเหลือโรงพยาบาลศูนย์ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ  รวมทุกกระแสที่เกิดขึ้นจากการวิ่งของพี่ตูนไว้ ดังนี้

พิสูจน์ได้ว่าคนเราวิ่งได้ 2000 กิโลจริงๆ

หลายคนสงสัยว่าคนเราสามารถวิ่งได้ถึีง 2,000 กิโลเมตร ได้จริงๆ หรอ? เนื่องจากการวิ่ง มาราธอน หรือ ฮาฟมาราธอน พี่ตูนวิ่งมาหมดแล้ว และเขาก็เป็นนักกีีฬาวิ่ง ที่รู้จักวิทยาศาสตร์การกีฬา มีคุณหมอดูแลและปรึกษา  และเขาก็ต้องประเมินและวางแผนมาก่อนแล้วว่า แดดเท่านี้ ระยะทางเท่านี้ มีโอกาสไปถึง “เชียงราย” ได้จริงหรือเปล่า.. ลบคำประมาทคนที่ว่าพี่ตูนบ้า ไปได้เลย

Nike Sponser หลักที่ไม่ได้ออกตัวแรง

รองเท้าไนกี้ เป็นรองเท้าวิ่งที่พี่ตูนใส่อยู่นานมากแล้ว  และครั้งนี้ตั้งแต่แรกพี่ตูนก็ไม่ได้ต้องออกทีเซอร์  ไม่ต้องทำคลิปวิดีโอพรีเซนต์รองเท้าไนกี้เลย ทั้งๆ ที่ Nike สนับสนุนอยู่เบื้องหลังมากกว่าที่เราคิดไว้อีก  ซึ่งพี่ตูน เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ของ Nike มานานมากๆ แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าทีมงาน Nike ที่เป็นฝรั่งจะเข้าใจความมุ่งมั่นในครั้งนี้ด้วย   ถ้าเป็นบางแบรนด์ มีแต่จะบอกว่าห้ามใส่ของเขาวิ่งนะ

งาน Tied in ที่แอบเข้ามาก็สู้พลัง OTOP ไม่ได้

มีหลายคน  แม้กระทั่งดารา พยายาม เอาสินค้าของตัวเองมาบริจาคให้พี่ตูนถือ เพื่อที่จะได้มีภาพปรากฎออกสื่อ แต่ก็ทำได้เพียงครั้งราว เนื่องจาก สินค้า Otop ของลุงป้าน้าอา  และวัตถุดิบเพิ่มเติม อย่าง  กล้วยที่ยกมาทั้งเครือ   สะตอบ้าง  อะไรที่มีและหาได้พื้นเมืองก็ถูกยัดเข้ารถ live หมด

คนดังมาวิ่ง

งานนี้มีคนดังมาวิ่งมากมาย  เสียดายที่คนโฟกัสดาราแค่ไม่กี่คน  โดยเฉพาะพี่โดม ปกรณ์ ที่ซุ่มซ้อมมาหลายวันก่อนจะมาเจอพี่ตูนที่จังหวัดนนทบุรี  ก่อนที่จะส่งต่อไปสุพรรณบุรี โดยมีน้องวันใหม่ จากครอบครัวฉัตรบริรักษ์มาร่วมวิ่ง  และล่าสุด พี่โน้ส อุดม แต้พานิช  พยายามจะวิ่งช่วย แต่ได้ไม่กี่ก้าวก็ไม่ไหว  ก็ขึ้นรถ live ช่วยเรียกแขกแล้วกัน


หลอมรวมน้ำใจ

ปรากฎการณ์ “ก้าวคนละก้าว” ทำให้คนทั่วประเทศที่อยู่ระหว่างเส้นทางออกมารอพี่ตูน  แม้ว่ายอดบริจาคจะเกิน 700 ล้านตามที่ตั้งใจไว้แล้ว  แต่ก็ยังลุ้นต่อไปว่าหากถึงเชียงรายตามที่ตั้งเป้าหมายไว้  ยอดบริจาคจะทะลุ 1,000 ล้านหรือเปล่า?  กับอีก 10 วันสุดท้ายที่จะสิ้นสุดการวิ่งในวันที่ 25 – 26 ธันวาคม 2560 นี้

คนไหนพี่ตูน

“เออ..”  เด็กๆ บางคน คุณแม่บอกว่าให้มารอพี่ตูน รอเซลฟี่  โดยเฉพาะ สองพี่น้องชุดพละเสื้อเหลืองนี้ น่ารักมากๆ  มารอเซลฟี่กับพี่ตูน เปิดคลิปวิดีโอตามกฎ  แต่ก็ไม่รู้ว่าคนไหนคือพี่ตูน  (เห็นวิ่งมาหลายคน)  แม้ว่า พี่ตูนตัวจริงจะวิ่งมาหาถึงหน้ากล้อง  แต่เหมือนน้องก็ยังไม่รู้ว่า.. เอิ่ม.. นี่พี่ตูนนะ

ทุกสปีชี่ส์ ออกมาให้กำลังใจ

มันน่ารักมาก  คนไทยเอาช้างมาวาดรูปพี่ตูนรอ .. น่ารักพอๆ กับน้องลาบาดอว์ ที่มารอพี่ตูนระหว่างทาง  นอกจากนี้ยังไม่ได้นับคนที่พาแมว กระรอกชูก้า และ Species อื่นๆ มารอพี่ตูน

ตูน – ก้อย เมื่อไหร่แต่ง

แต่งกันก็ดีนะ พิสูจน์รักกันมาขนาดนี้แล้ว .. ไม่รู้พี่ตูนรออะไรอยู่? ดูแล้วพี่ก้อยก็ไม่น่าจะเรียกร้องสินสอดเป็นล้านๆ เหมือนดาราแต่งกับมหาเศรษฐี เชื่อว่า พ่อแม่ พี่น้อง ของสองครอบครัว เห็นพี่ๆ ทั้งสองรักกันขนาดนี้แล้ว ก็คงอยากจะให้มีข่าวดีเร็วๆ   ชอบทุกภาพที่ถ่ายทอดออกมาโดยเฉพาะรูปหมอนรองคอรูปกบ.. น่ารักมากๆ

 

ช่างภาพก็เก่งมาก

นอกเหนือจากทีมวิ่งแล้ว ช่างภาพก็ตามติดเช่นกัน  น้อยคนจะรู้ว่า  งานวิ่ง “ก้าวคนละก้าว” ในทีมนี้ มีช่างภาพคอยเก็บภาพบรรยากาศด้วย ภาพส่วนใหญ่ที่พี่ตูนโพสต์ จากคุณ  @ahakorn  ที่หลายคนไม่ทราบว่าเป็น Main Photographer ของงาน “ก้าวคนละก้าว” โดยเฉพาะ เนื่องจากส่วนใหญ่เราจะเห็นภาพที่หลุดมาจากหนังสือพิมพ์ หรือ ภาพจาก Social Media อื่นๆ บ้าง  หรือมีช่างภาพมาแจมบ้างเป็นบางช่วง อย่างคุณ VIN ที่เคยถ่ายภาพ Wedding ให้กับดาราดังๆ หลายคน

และสุดท้ายต้องขอขอบคุณพี่ช่างภาพหลัก คุณ @ahakorn และหากโครงการก้าว จะทำ Photobook ออกมา รับรองว่า แอดมินจะเป็น 1 คนที่ไปต่อแถวจองแน่นอน  มีแต่ภาพน่ารักน่าเก็บแบบนี้  และเป็น Moment ดีๆ ที่น่าเก็บรักษาความประทับใจนี้ไว้ด้วย  Love ทีมก้าวนะคะ