Image

ลิปทาร์ต ฮอลิเดย์ 2017 หารแล้วเหลือแท่งละ 157 บาท

Tarte Holiday 2017 Posh Pout Quick Dry & Glossy Lip Set – 1,400 บาท

อีกหนึ่ง Lip ที่อยากได้ในช่วง Holiday นี้ มี 8 สี ขนาดเล็กจิ้มลิ้ม  ตอนแรกเห็นใน Sephora ชะลอใจว่าจะกดหรือไม่กดดี ผ่านไป 3 วัน ของหมดสต็อกแล้ว.. (แอบเห็นในเว็บ Shopat24 ยังพอมีให้เห็นอยู่  น่ารักสุดๆ ไปเลย

Holiday 2017 Posh Pout Quick Dry & Glossy Lip Set

โดยสีลิปสติกที่ปรากฎโฉมอยู่บน Collection นี้ จะแบ่งออกเป็น 8 สี  4 สีแรกเป็นกลอส และ อีก 4 สีจะเป็นเนื้อแมตต์  สอบถามจากผู้ใช้จริงบอกว่าลิป Tarte เนื้อแมตต์จะให้เนื้อแบบไม่แมตต์มาก และส่วนที่เป็น กลอส จะเหนียวๆ หน่อย   ไม่ควรทาปนกันเพราะมันจะดูเยิ้ม และกลายเป็นคนละ Look

Tarte เซ็ตนี้เหมาะสำหรับหารกันซื้อ 2-3 คน หรือ สำหรับสาวที่คลั่งลิปสติกมากๆ โดนรวมออกโทนชมพู กลางๆ ไม่ได้แดงจัดมาก จึงเป็น Gift set ที่ออกจะเหมาะให้ขชองขวัญปีใหม่กับสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน หรือ ญาติพี่น้อง รับรองว่าได้รับแล้วต้องปลื้มแน่ๆ   สนนราคาอยู่ที่ 1,000 ต้นๆ เท่านั้น  ที่มาเขียนนี่ไม่ใช่เพราะอะไร.. อยากได้..เผื่อว่าคนอ่านมาเห็นแล้วจะซื้อให้เค้าบ้าง ♥

 

Image

ปีใหม่นี้เตรียมซื้อของขวัญให้กับตัวเองหรือยัง – Tarte จาก Sephora

Tarte Natural Artistry Faves Color Set – 950 ฿ เท่านั้น ที่ Sephora

อีกหนึ่งสินค้า สำหรับซื้อเป็นของขวัญให้กับตัวเอง  กันหรือยัง ปีนี้แอดมินแอดมินตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องผ่านช่วง Sale Aholic ปลายปีนี้ไปให้ได้ เพราะว่าสินค้าต่างจัดทำให้สวยงาม รวมแพ็คเกจ และลดราคากระหึ่ม กลัวจะเสียทรัพย์ จะหลักพัน หลักหมื่นก็ไม่ยอม งานนี้อยากได้ชิ้นไหนก็ต้องข่มใจไว้มโนไว้ว่าเป็นเจ้าของไปก่อน

สำหรับรอบนี้ อยากได้ Tarte Natural Artistry Faves Color Set เนื่องจากรวม 3 ชิ้นแล้วราคา ไม่ถึง 1,000 แม้ว่าจะเป็นการจับคู่ที่ดูประหลาดหน่อย ที่เอามาสคาร่า มารวมไว้กับ Blush กับ Lip แต่ก็เป็นสินค้าขายดี ที่กำลังเป็นสินค้าจับฉลากที่น่าจับตามอง มาดูรีวิว จากฝรั่ง ว่า 3 ชิ้นนี้ืทำอะไรได้บ้าง?

  1. ตัวลิปจุ่ม เป็นสีนู้ด ปลายของก้านลิป มันจะงอๆ หน่อย สำหรับแต้มรูปปากเรียวโค้งของคุณ
  2. มาสคาร่า เป็นแบบก้านตรงร แต่ดูแล้วน่าจะใช้ได้ไม่น่านเท่าไหร่ เพราะเป็น Size Mini  และ Mascara ของ Tarte ก็ไม่ได้ขึ้นชื่อเท่ากับ Blush หรือ Lip
  3. Eyeshadow ตัวตลับพาเลต 3 สี นี้ไม่ใช่ Blush On แต่เป็น Eyeshadow เน้นโทนสีน้ำตาลสุภาพ และดูสุขภาพดี เรียบร้อย แต่งหน้าไปทำงานได้   3  สีนี้เป็นชิมเมอร์วาวๆ และตัวด้าน 1 ตัว  มีกระจกด้วย พกติดกระเป๋าได้ (แต่ฝรั่งเขาบอกว่า แพ็คเกจเลอะง่ายมาก)
Natural Artistry Faves Color Set
Natural Artistry Faves Color Set

สำหรับใครที่มีกำลังทรัพย์สำหรับงบซื้อของขวัญในปีนี้แล้วสนใจ  Tarte Natural Artistry Faves Color Set  ที่เอามาโชว์ให้ดูนี้แล้วล่ะก็ ต้องไปซื้อที่ Sephora อย่างเดียว และจะได้ส่วนลด 10% ก็ต่อเมื่อเป็นสมาชิกบัตรของเขาเท่า แต่ส่วนใหญ่คนที่ซื้อไม่กี่ชิ้น ซื้อไม่บ่อย ก็ต้องตกเป็นทาสการตลาด สอยเป็นรายชิ้นไป .. งานนี้ งานมโนต้องมา.. เหมือนชั้นได้เป็นเจ้าของแล้ววววว

[รีวิว] Golden Rose Mini Lip Long Stay 8 สี

ลิปจุ่ม อยู่ทนนาน สีสด จากแบรนด์ โกลด์เด้นโรส 

โกลเด้น โรส เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ลิป ที่แอดมินใช้ประจำ  เป็นแบรนด์นำเข้าจากประเทศตุรกี ที่มีความทนของลิปสติก แน่นเว่อร์ อย่างน่าเหลือเชื่อ และไม่มีกลิ่นเหม็นของน้ำหอม หรือ กลิ่นแสบคออื่นๆ  ตอนนี้ไซส์ใหญ่ออกมาทั้งหมด 26 สี  ตั้งแต่โทนสีชมพู นู้ด ม่วง และแดง วันนี้ที่นำมาโชว์ เป็น แพ็คเกจไซส์มินิ ของสีโทน Pop กับ Pink

Set Mini นี้ เขาได้รวมสีโทนเดียวกัน 4 สี มาบรรจุไว้ในแพ็คเกจถาดโฟม ซึ่งแบ่งออกมาจาก 26 สีหลัก  ขนาด 4 ml. ที่ปลายปี 2017 นี้เพิ่งจะออกมาครบทุกสี

Golden Rose Pop กับ Pink

[รีวิว] Golden Rose Mini Lip Long Stay 8 สี
เอาสีมาคละกัน ไม่สามารถบอกได้เลยว่าสีไหนเป็นเบอร์อะไร เพราะว่ากระดาษที่ติดมากับแพ็คเกจ บอกสีมาไม่ครบ สินค้าซื้อจาก Eveabndboy  แต่สีที่ชอบที่สุดเป็นโทนน้ำตาล กับ น้ำตาลอมชมพู เบอร์ 11 กับ 17 ซึี่งแอดมินเคยมีไซส์ใหญ่อยู่แล้ว (ตอนนี้ไม่รู้ไปวางไว้ไหน) และสีทีทาแล้วไม่รอดคือ น้ำตาลอมม่วง

ลิปจุ่มถือว่าเป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีในไทย ตอนนี้เป็นเครื่องสำอางที่สาวๆ ต้องมี แบรนด์ไหนทำลิปจุ่ม ก็เตรียมรับยอดขายพุ่งๆ  แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกแบรนด์จะทำแล้วรอด ใครที่ต้องการใช้ ต้องเลือกซื้อแบรนด์ที่พอมีชื่อ และ ไว้ใจได้ เนื่องจากของปลอมที่ขายที่ตลาดนัด หรือ ที่ขายตาม IG ทั่วไป อาจจะไม่รอด มีข่าวว่าบางแบรนด์ใช้สีทาบ้านมาเป็นส่วนผสม.. นี่แหละ อยากได้ติดทนนานนัก..มักได้สิ่งไม่ดีมาเสมอ

ดังนั้นการเลือกลิปสติกที่ติดทน ก็ต้องทนประมาณนึงเท่านั้น ยอมเสียเวลาเติมบ้าง เพราะยิ่งติดกับผิวนาน ก็แปลว่า ร่างกายต้องดูดรับสารนั้นไว้กับผิว ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันจะดีหรือไม่ดีในระยะยาว แต่ก็อย่าลืมว่า คนที่ทำงานหนัก คือ “ตับ” ของเรานั่นเอง

รักตับ ต้องไม่รับสารพิษนะคะ

[รีวิว] Uniqle Down Light เสื้อขนเป็ด 2017

2560 หน้าหนาวที่ไม่หนาวเลย 

ยังไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ก็แอบอยากจะได้พวกเสื้อ โค้ช และ เสื้อขนเป็ด เอาไว้ใส่ส่งท้าย 2017 ปรากฎว่าเป็นปีที่ไม่หนาวเลย หน้าหนาวอะไรร้อนอย่างกับมีนา  เป็นปีที่พายุเข้าตลอด เข้าสู่พฤศจิกายนแล้วยังไม่หนาวเลย อากาสเปลี่ยนและเพี๊ยนไปหมด  ได้เอาไปใส่ Live ที่ ภูชี้ฟ้าแค่ครั้งเดียว ไม่ได้ใส่ไปไหนต่ออีกเลย.. โถ่ โถว์  สงสาร ต้องเอาขี้นไม้แขวนเก็บไว้เฉยๆ

เสื้อขนเป็ด Uniqlo นี้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และเป็นแบรนด์ทางเลือกที่ราคาถูกที่สุด ในบรรดาเสื้อขนเป็ดของดีแบรนด์นอก และควบคุมการผลิตโดยคนญี่ปุ่น (ไม่แน่ใจว่าผลิตที่ประเทศจีนหรือเปล่า)  ราคาที่แอดมินได้ซื้อมา ตกอยู่ 1,290 บาท ซึ่งปกติจะขายอยู่ที่ 1,590 บาทมาตั้งแต่เข้าไทย จึงคิดว่าอาจจะเป็นของ Stock ของปีก่อนหรือเปล่า?

Uniqle Down Light มีทั้งหมด 6 สี สีที่เหลืออยู่ที่เซ็นทรัลเวสต์เกต มี 4 สีเท่านั้น  คือ สีดำ สีเทา สีขาว และตัวที่ออกส้มๆ ที่แอดมินได้มา ก็เหลือไซส์ S เป็นตัวสุดท้าย..

อันนี้ลองหาข้อมูลในเว็บมาให้ดูว่าหน้าเว็บเขายังขายอยู่เท่าไหร่? และมีชื่อรุ่นเต็มๆ ว่าอะไร?

ที่มาภาพจาก : http://www.uniqlo.com/th/store/women-ultra-light-down-4007170023.html

สำหรับเนื้อสัมผัส  ออกจะ Love มาก มันนิ่มอย่างบอกไม่ถูก  ความนิ่มนี้ทำให้เนื้อผ้าเบา ทั้งก้อนนี้ ดูไร้น้ำหนัก  และให้ความอบอุ่นเราได้ด้วย  แอบอ่านเนื้อวัสดุ มันไม่ได้ทำมาจากขนเป็ดนะ  ทำมาจากขนอ่อนของนก หรือ ตัวอะไรสักอย่าง ที่บินอยู่ในยุโรป  คือทาง Uniqlo น่าจะซื้อเส้นใยมา และผลิตอีกที่หนึ่ง ซึ่งแอบไปอ่านวิธีการดึงขนมา ก็แอบกลัวว่าจะเป็นการทรมานสัตว์หรือเปล่า?

สิ่งที่ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ คือ ต้องไม่เล็บยาว และไม่เดินข่วนโต๊ะ ข่วนอะไรแหลมๆ ง่ายๆ ไม่อย่างนั้นจะไปดึงเอาขนเป็ดออกมา และทำให้เสื้อเป็นรอย  มันดูเป็นเสื้อที่ดูแลยากเป็นพิเศษ (นั่นก็จริง) ชอบตรงที่มีถุงสำหรับไว้เก็บเสื้อนี้  คือเราสามารถพับและยัดใส่กระเป๋าเดินทางเราได้เลย วางไว้บนๆ หยิบง่าย และด้านในของเสื้อมีช่องกระเป๋าสำหรับใส่ถุงเก็บความร้อนได้ด้วย (ในกรณีที่ต้องการใส่เป็นเสื้อตัวใน เมื่ออยู่ต่างประเทศ)

[รีวิว] Uniqle Ultra Light Down เสื้อขนเป็ด 2017
ทุกสัมผัส ปลื้ม และไม่ผิดหวังที่ซื้อมา  รีวิวนี้เขียนเอง ซื้อเอง ไม่ได้สนับสนุนจากแบรนด์ ใดๆ ทั้งสิ้น  เป็นเสื้อในไม่กี่ตัวที่รู้สึกว่าซื้อมาแล้วไม่ผิดหวัง  (แต่เคยผิดหวังกับกางเกงเดนิม ซักแล้วหดของ Uniqlo)  เสียดายที่หน้าหนาวปีนี้มันไม่มีโอกาสได้ใส่เลยสักนิด หวังว่าจะมีลมเบาๆ มาต้องผิวก็พอ

#######################################################

เขียนโดย ทีมงานเว็บไซต์ Mycontent
ไม่อนุญาตให้นำภาพหรือข้อความไปใช้ทุกกรณี

 

[รีวิว] ถุงช้อปปิ้ง เซ็นทรัล – Central Shopping

ดูเครื่องสำอาง ในถุุงกระเป๋า ตัวใหม่

ก่อนที่พลังในวันนี้จะหมดไป เรามาเติม Energy ด้วย “เครื่องสำอาง” สุดโปรดกันก่อนดีกว่า  สิ่งที่นำมารีวิวในวันนี้ไม่ได้เอามาอวดโชว์ แต่เราเอามาอวดกัน (ต่างกันยังไง??)  ..คือเธอพยายามจะสื่อว่า ไม่ได้เอามาโอ้อวดสรรพคุณ  เพียงแค่เป็นสิ่งที่มีไว้ใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น

สินค้าทุกชิ้นซื้อเอง ผ่านการ Selected by Tonhom มาแล้ว ก็เพราะว่าอยากได้ตามกระแสบ้าง และ ได้ทดลองหน้าเคาน์เตอร์มาแล้วบ้าง ซึ่งของทุกชิ้น ไม่มี Sponser (ชอบตรงนี้!)  และหวังว่าจะมีเงินทองไหลมาเทมาให้ร่ำรวย ได้ซื้อของกินของใช้ที่อยากได้ต้องประสงค์ ดั่งคำอวยพรวันเกิดที่ได้ทุกปี!

เริ่มต้นด้วย สิ่งที่สาวๆ ทุกคน “อยากมี” ก่อนก็แล้วกัน นั่นก็คือ พาเลต Naked Heat อันร้อนแรง

Naked Heat – พาเลตตาลุกเป็นไฟ

อาจจะเห็นว่าเพิ่งมาโพสต์เดือนตุลา แต่ Collection ทั้งหมดนี้ แอดมิน ซื้อตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. แล้วค่ะ แต่ไม่มีเวลาเอามาลง  อันดับแรกที่เป็นเหตุผลว่าทำไมสาวๆ ต้องมี Naked Heat คือ เม็ดสีมันแน่นเนื้อ ทน และเหมาะกับสาวเอเชียอย่างยิ่ง!  คือใช้ Naked จาก Urban Decay แล้วจะทำให้คุณลืมพวก Etude และเครื่องสำอางโซนเกาหลีไปเลย

เนื่องจากว่า เครื่องสำอางเกาหลี ราคาถูกกว่า แต่ ปัดสีไม่ค่อยติด ทั้ง 3CE, Etude , The Faceshop ซึ่งมันเหมาะกับผิวสาวห้องแอร์ ขับรถไปเรียนไปทำงาน ไม่ค่อยได้ออกมาสัมผัสอากาศ

ส่วน Urban Decay เหมาะสำหรับงานผิวจริงที่ได้พบเจอคนภายนอก จะขึ้นรถไฟฟ้า  โหนรถเมล์ สีไม่หลุด ไม่ดรอป ต่อให้ ดรอป ก็ยังสวย ไม่เลอะเทอะ

 

ที่เชียร์ขนาดนี้ คือ มาจากการเริ่มใช้ Naked Basic พาเลตตา 10 หลุม ใช้มา 4 ปี ไม่หมดสักที จนผลิตภัณฑ์หมดอายุ แล้วก็มาต่อด้วย Heat เลยจ้า สนนราคาอยู่ที่ 1,8xx เท่านั้น  เพราะใช้ส่วนลดจากบัตรเครดิต และแต้ม The 1  Card นะ

 

ขออนุญาตยังไม่ Swatch สี เพราะยังไม่ใช้งานจริง อยากจะเก็บไว้เห่ออีกสักอาทิตย์หนึ่ง แล้วค่อยมาแต่งให้ดูกันจ้า.. มาดูพาเลตแก้กระหายกันไปก่อนนะ

Naked Heat

 

Naked Skin Shape Shifter – พาเลตคอนทัวร์ ตัวเดียวจบ

ตัวนี้เป็นอีกผลิตภัณฑ์ของ Urban Decay ที่เห็นแล้วรอเข้าไทยและวิ่งไปซื้อวันแรกเลย  ทั้ง CENTRAL  และ Eveandboy มีขาย แต่ต้องขอโทษ แฟน Central ด้วย ที่ตัวนี้ แอดมินซื้อจาก Eveandboy  เพราะว่าราคาถูกกว่า  ได้มาด้วยราคาเปิดตัว 1,7XX บาท  เพราะเซ็นทรัลจำหน่ายอยู่ราคาเต็ม 2,200 ฿ ในช่วงที่แอดมินไม่มีโปรโมชั่นบัตรเครดิตลดได้เลยจริงๆ

อย่างที่บอกว่าพาเลตนี้แอดมินวิ่งไปซื้อตั้งแต่วันแรกที่วางขายในไทย  เพราะอยากไปลองเนื้อสารของนางก่อน หลังจากดูรีวิว สาวเอเชีย ที่เอามาลองใช้กับหน้า แต่งออกมาหน้าดำมากดูไม่ work แต่พอแอดมินไปลอง Swatch ที่ Counter ลูบสี ด้วยแปรง และนิ้วมือ แล้วต้องบอกว่า “มันใช่!” เป็นพาเลตคอนทัวร์ที่สาวๆ ต้องมี

เกิดคำถามว่า ถ้าแต่งหน้าไม่ค่อยเก่ง แต่งหน้าไม่เป็น ซื้อได้ไหม?

อันนี้ให้ลองไปใช้ พาเลตคอนทัวร์ 2-3 สี ของ Essence ก่อน ราคาถูกกว่า 10 เทา คลับละ 220 บาทได้  ซึ่งใช้กับแปรงบลัชหัวใหญ่ๆ  แล้วร่ำเรียนฝึกมือกับ คลิปสอนแต่งหน้า เน้น Contour ฝึกสัก 2-3 ปี แล้วค่อยมาลองพาเลตคอนทัวร์ของ Urban Decay

ที่ไม่ใช้ของ Mac ก็เพราะว่า ถ้าเทียบราคาตอสีแล้ว Urban Decay จะดูถูกกว่ามากมาย ได้ถึง 9 หลุม

ลองสังเกตว่า คุณจะได้ 2 ฝั่ง ฟากแรกเป็นเนื้อครีม 4 สี สำหรับใช้ร่วมกับรองพื้น หรือ คอนซีลเลอร์ โดยที่ไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์เลย ปกปิดดีมาก อีกฝากหนึ่ง เป็นแป้งคอนทัวร์ 4 สี + ไฮไลท์เตอร์ 1 สี เนื้อวิ้งๆ เนียนๆ

ลืมบอกว่า พาเลตนี้ มี 2 โทน ผิวอ่อน กับ ผิวเข้ม  คนผิวเทา ต้องเลือกแบบเนื้อครีมเข้ม ไม่อย่างนั้นแล้วหน้าจะแปลกๆ ไปนะ

Naked Skin เป็นนวัตกรรมแต่งหน้า สวย ใส เนียน หรู ให้ผิวดูเหมือนเปลือย … “งานผิวดี” นั่นเอง ลองใช้แล้วติดใจฝุดๆ  สุดยอดที่จะ Love เลยทีเดียว

Naked Skin Shift Shapter

 

Loreal Paris Revitalift Day Cream, Clay Mask

แต่งหน้าแล้วก็ต้องพักผิว ถูกไหม? .. นั่นแหละ เป็นอีกความรู้สึกที่ได้ตามเพื่อนที่เขาใช้ครีมกัน มาตามหาดูว่าเขาบำรุงหน้ากันอย่างไรบ้าง ซึ่งแอดมินเป็นคนหนึ่งที่ขยาดการทาครีม ถ้าหมอไม่บังคับทา ก็แทบจะไม่ดูแลผิวด้วยวิธีทาครีมเลย

Loreal สีแดงตัวนี้แกะกล่องลองแล้ว รู้สึกเฉยๆ กับราคาเท่ากัน แอดมินปลื้ม OLAY มากกว่า   รู้สึกว่าพอๆ กับ  Pond หรือ ซิตร้า  ลองทาแล้วได้ความรู้สึกชุ่มชื้นกับผิวเฉยๆ ไม่ได้ลดสิวลดริ้วรอยเท่าไหร่? (หรือเพราะว่าใช้มาแปปบเดียว?)

่ส่วน Mask ราคาถูกกว่า Vichy ประมาณครึ่งหนึ่ง  ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์เป็นเครือเดียวกัน ..ยังไม่ได้แกะ Mask Loreal ไว้ได้ใช้แล้วจะเอามาเทียบดูกันนะคะ

Loreal

ทั้งหมดนี้หมดงบไปเท่าไหร่? ก็น่าจะสัก 4,500 ฿ แม่รู้แม่ตี พยายามหาเหตุผลบบอกตัวเองว่า..เอาหน่า สิ้นปีมีงานแต่งเพื่อนเยอะ แบ่งกันใช้ แบ่งกันชม  ลงทุนเพื่อนบุคลิกที่ดี  ไม่เป็นหนี้ ไม่เดือดร้อนใคร..

สำหรับรีิวิววันนี้ขอ Say Good bye ก่อน เดี๋ยวมาตามต่อกับตอนหน้า ที่เป็นเรื่องลิปจิ้มจุ่มของ Golden Rose นะคะ (กับ M.A.C. กลิตเตอร์ที่ซื้อแล้วยังไม่ได้ใช้ กับ สเปรย์ Fix เครื่องหน้า จาก Urban Decay และ อื่นๆ อีกเพียบบ)

3 ผลเสีย ทำเล็บเจล ที่ร้านทำเล็บไม่เคยบอก

ทำเล็บเจล สีสวย แต่แลกมาด้วยเล็บบาง

ปัจจุบันนี้้การต่อเล็บอะคริลิกลดความนิิยมลงไปมาก เพราะว่าเล็บจะดูด้านและแข็ง แต่เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเปลี่ยนแปลงไปด้วยการนำ “สีเจล” เข้ามา ทำให้สาวๆ ได้เปลี่ยนรูปแบบการทาเล็บ ตกแต่ง่ได้หลายลวดลายมากขึ้น แต่การทำเล็บเจล ตามมาด้วยข้อเสีย 3 ข้อ ที่ร้านไม่เคยบอกคุณแน่ๆ มาดูกันค่ะว่ามันแย่แค่ไหนบ้าง

ข้อที่ 1 หน้าเล็บจะบาง

หน้าเล็บบาง แปลว่าอะไร? นั่นหมายถึงด้านบนของเล็บ (หรือที่เรียกว่าหลังเล็บ) จะถูกสารเคมีกัดกร่อน จนเป็นเนื้อเยื่อที่่บาง แปลกใจว่าทำไมสาวๆ บางคนถึงยอมทาทับซ้ำๆ ควรเว้นระยะ 1 -2 เดือน เพื่อให้เล็บได้หายใจบาง

เล็บบางเกิดจากชั้นของเจลไม่ปล่อยให้อากาศผ่านเข้าไปนั่นเอง จึงทำให้เล็บเปราะสุดๆ จะเกาหรือสระผม ก็ลำบากมาก

ข้อที่ 2 หนังรอบเล็บจะแข็ง ด้าน

ในส่วนผิวหนังรอบๆ เล็บที่ถูกสีเจลเกาะ จะเป็นเนื้อแข็งด้าน และต้องใช้กรรไกรตัดเล็บตัดออกเท่านั้น หรือต้องใช้น้ำยาล้างเล็บแบบเฉพาะกับสีเจล  หากคุณไปทำเล็บแล้วต้องตรวจสอบว่ามีเศษยาทาเล็บเจลติดมากับเนื้อเยื่อด้วยหรือเปล่า?

ข้อที่ 3 ปลายเล็บฉีกง่าย

เมื่อเกิดการกระแทก แรงๆ จะทำให้ปลายเล็บฉีกออกจากกันง่าย เพราะหน้าเล็บบางอยู่แล้วเจออะไรกระแทกเข้าไปจะฉีกกลาง ฉีกข้าง อย่างที่่ไม่เคยเป็นมาก่อนและไม่รู้มาก่อนว่าเล็บจะพังได้ขนาดนี้  บาดหน้า บาดผิวไปหมด

หากคุณกำลังจะไปทำเล็บเจล ปกตแล้ว่มันจะอยู่ทน 3 สัปดาห์ แต่เนื่องจาก ยิ่งปล่อยไว่นาน เล็บก็จะไม่ได้หายใจ ทิ้งไว้แค่  10 วันก็ควรไปล้างออกได้แล้วจ้า แล้วก็ทิ้งเล็บให้เผยผิวธรรมชาติรับอากาศ 5-6 วัน เพียงเท่านี้เล็บของคุณก็จะมีสุขภาพดีได้เมื่อทาสีเจลแล้วค่ะ

เปิดตัว iPhone 8 และ iPhone X พร้อม ราคา

ราคาไอโฟน 8 และ ไอโฟน เทน เปิดตัว และ มีพรีออเดอร์

อย่างนี้ก็ได้หรอ.. ออกไอโฟน 10 มาก่อนเลย  เว้น 9 เอาไว้ และคาดว่าจะมาอีกทีปีหน้า  ซึ่ง iPhone X นี่ หลายคนก็อ่านออกเสียงเป็นไอโฟน เอ็กซ์ กันไปแล้ว  แต่ก็ต้องแปลกใจว่าทำไม สเป็กมันล้ำไปกว่า 8 มากมาย  ไร้ปุ่มโฮม กล้องแนวทะแยง จัดเต็มแบบที่หลุดมาจากรีวิวจริงๆ

ราคา iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

รายการ

ราคา

พรีออเดอร์

วันจัดส่ง

iPhone X 999 เหรียญ (35,000 บาท) 27 ตุลาคม 2560 3 พฤศจิกายน 2560
iPhone 8 และ iPhone 8+ 699, 799 เหรียญ (24,465 , 27,965 บาท) 15 กันยายน 2560 22 กันยายน 2560
Apple Watch Series 3 329,399 เหรียญ (11,565 , 13,965 บาท) 15 กันยายน 2560 22 กันยายน 2560

(ราคาระดับนี้อาจจะจ่ายไม่ไหว ถ้าจะดูเครื่อง Refurbished รุ่นถูกๆ กว่า เข้าไปดูได้ที่ Lazada คลิกที่นี่)

งานนี้ไอโฟนสิบ ได้ชื่อว่าเป็น ไอโฟนตัวแรกที่ราคาทะลุ พันเหรียญไปแล้ว (1,000 $)  ต่างประเทศตื่นเต้นฮือฮากันมาก เพราะราคาเกือบเท่าราคาทอง 2 บาท  และมีอะไรแปลกใหม่บ้าง มาดูกันค่ะ

เปิดตัวด้วยคนใส่ชุดดำๆ ตัวเล็กๆ กับ Screen ที่เผยแพร่ความงดงามของตัว Body เครื่องก่อน ซึ่งหน้าที่นี้เคยเป็นของลุงจ็อปส์ แต่ตอนนี้ลุงไม่อยู่แล้ว ก็มีผู้บริหารท่านอื่นมาแทน  ไม่ได้มาแค่ตัวเครื่องให้เห็นอย่างเดียว เตรียมพร้อมบอกเรื่อง Pre Order มาแล้ว ซึ่งตัวแรกที่จะได้สัมผัสกัน คือ iPhone 8  & iPhone 8Plus  ที่จะมาในวันที่ 22 กันยายน 60 (ส่งมอบวันแรก)

ไม่เวิ่นเว้อ สรุปเลยแล้วกันว่า  เทคโนโลยี กล้องแนวทะแยง, สแกนหน้า,ไร้ปุ่มโฮม กับ สีทองแดง ก็ยังไม่มีอยู่กับ iPhone 8 ซึ่ง 8 กับ 7 ยังมีความเหมือนกันอยู่มาก  ต่างกันตรงที่ เคสด้านหลังของ iPhone 8 เป็นกระจก

  • กล้องของ iPhone 8 ตัวเล็ก เหลือเพียงกล้องตัวเดียวด้วยซ้ำ
  • กล้องของ iPhone 8 ปรับมาเป็น 12 ล้านพิกเซล
  • iPhone 8 Plus เท่านั้น ที่เป็นกล้องคู่ และ มีโหมด Portrait
  • มีแค่การชาร์จไร้สาย เท่านั้น ที่ใหม่กว่า iPhone 7

สำหรับแอดมินแล้ว การเปิดตัวของ iPhone 8 นี้ไม่หวือหวาเลย ไม่ต่างกับ iPhone 7 ทั้งรูปลักษณ์ และ ราคา และในส่วนการชาร์จไร้สาย ไม่ได้สะดวกและ Work ขึ้น (แค่ไม่ม่ีสาย) คือก่อนหน้านี้เคยใช้ Nokia Lumia 1520 มีกล้องที่ปรับ iso ได้ และ ชาร์จไร้สายก็มีมานานแล้ว และ ตัวที่ชาร์จไร้สายก็ต้องซื้อเพิ่ม 2,000 กว่าบาท

ส่วนกล้องคู่ หัวเหว่ย ได้ทำมานานมากแล้ว (เป็น Leika ด้วย)

ฟังแล้วอย่าเพิ่งผิดหวัง เพราะทุกอย่างที่ลือกันมา มีอยู่จริง ใน Body ของ iPhone X >> เลื่อนนิ้วลงไปดูกันได้เลยจ้า

 

 

 

ตามไปดูคลิปของ iPhone 8 ตัวเต็ม จากเว็บฝรั่งที่เขียนดีที่สุด ที่แอดมินเลือกมา –> http://www.techradar.com/news/iphone-8


ลำดับต่อมา iPhone X นี่แหละ เด็ดจริงๆ มีทุกอย่างที่เคยหลุดออกมา ทั้งหน้าตาที่ไร้ปุ่ม Home กับ หน้าจอไร้ขอบ  สุดติ่งจริงๆ แต่หน้าตามันแปลกๆ หน่อย จอ 5.8 นิ้วไปเลย  คุณผู้ชายที่จะใช้ใส่กระเป๋ากางเกง ต้องคิดแล้วคิดอีก  และหน้าตาที่ดูเป็นกระจกรอบด้าน กลัวแตกไปกันใหญ่.. แอดมินว่ามันมาถึงทางตันของการออกแบบแล้วหรือเปล่า? .. กระจกเป็นวัสดุที่แตกง่ายมากเลย นี่เราต้องไปเสียเงินติดฟิล์มกระจกกันอีกใช่ไหมนะ!

  • iPhone X กล้อง 12 ล้านพิกเซลเหมือนกัน
  • ไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮม
  • หน้าจอเป็นสุดยอดเรตินาเลย ชัดยิ่งกว่าตาแมลง!
  • งานกล้องคู่มา เป็นแนวดิ่ง

แต่สิ่งที่ไม่หวือหวา ไม่โอเค คือ Body กระจก กับการไร้ปุ่มโฮม นั่นแล ..  มันทำให้หน้าตา Interphase ดูเหมือนมือถือจีนไปเลย ดูไม่แพง เหมือนกับการมีปุ่ม Home ยังไงไม่รู้ จุดนี้ Android ทำไว้นานมากแล้ว เป็น Galaxy รุ่นแรกเลย  ไม่รู้ว่า Apple เอาอะไรคิดถึงมองว่ามัน Work น่ะ!


 

 

สุดท้ายนี้ หลาย Comment ในบทความนี้เป็น คห. ส่วนตัวของผู้เขียนด้วยบ้าง  บางท่านอาจจะบอกว่า “มันก็โอเคนะ” “ก็สวย” “ก็เวิร์ก”  ซึ่งก็เป็นมุมมองส่วนบุคคลนะจ้ะ .. อีกไม่นาน ค่ายมือถืออย่าง Dtac, True, AIS คงเปิดให้สั่งจองกันแล้ว กระเป๋าสตางค์และบัตรเครดิตใครสะดวก ก็เตรียมเคลียร์วงเงินรอกันไว้ได้เลย .. แต่ถ้างบไม่ไหว .. iPhone 6 – 7 ก็จะ Work อยู่กับการทำงาน 2 จอของ iOS 11 ค่ะ (แต่ iPhone SE, iPhone 5 อาจจะอัพเดทไม่เวิร์กแล้ว)

ขอบคุณข้อมูลจาก  www.techradar.com/news/iphone-8, http://www.techradar.com/news/iphone-X, http://www.telegraph.co.uk

[REVIEW] EUCERIN แชมพู คาพิลลารี

Eucerin Women Dermo Capillaire Shampoo Anti-Dandruff Gel Shampoo

ช่วงนี้วัตสัน มีโปรฯ ลดชิ้นที่ 2 บาทเดียว ตั้งใจไปซื้อยาสีฟัน แต่กับได้ ครีมสระผมตัวนี้มาด้วย  Eucerin Women Dermo Capillaire Shampoo Anti-Dandruff Gel Shampoo เป็นสินค้าที่ร่วมโปร 1 บาท กับเขาด้วย  คือระหว่างเดินเลี่ยงช่องคนเยอะอยู่ ก็เจอผลิตภัณฑ์ EUCERIN อยู่บนชั้น กล่องนี้ใหญ่ๆ ติดสติ๊กเกอร์ ชิ้นที่ 2 ราคา 1 บาท ก็เลยหยิบมาดู เห็นว่าเป็นแชมพู ซึ่งผลิตภัณฑ์ EUCERIN นี้เกือบจะเป็นเวชสำอางอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับผิวแพ้ง่าย

ย้อนไปดูบทความก่อน ที่เพิ่งเล่าว่า เจอคลินิคภูมิแพ้ ที่มีคุณหมอเป็นถึงรองคณบดีจุฬาฯ ตรวจรักษาแม่นเว่อร์ อย่างกับหมอดูตาทิพย์  ทำให้เราเจอว่าเราเป็นภูมิแพ้ที่ Effect ที่โพรงจมูกด้วย  (ความจริงเข้าไปหาคุณหมอเพราะคันข้อพับขา)  แถมได้สบู่ยา ครีมพอกผิวมาเพียบ ราคาก็สูงประมาณหนึ่ง สิ่งที่ขาดคือยาสระผม อาการผิวแพ้มันขึ้นที่หลังคอด้วย  หลังจากเปลี่ยนสบู่มาใช้สบู่เด็กนานแล้ว ขาดก็แต่แชมพูที่หาถูกใจยังไม่ได้สักที

สบู่จากคลินิคภูมิแพ้

คลินิกภูมิแพ้

แชมพู Eucerin Derma Capillaire ราคาค่อนข้างแพงมาก 550 บาท แต่เพราะจัดโปรโมชั่นอยู่ คิดไปคิดมา จะเหลือขวดละ 275 บาท ลองดูไม่เสียหาย ว่าจะเอาให้แม่ใช้ด้วย เพราะว่าแม่แพ้แชมพูง่ายมาก  บอกเลยว่าซื้อมาเพราะชื่อเสียงของยูเซอรีนแท้ๆ ที่เขาว่ากันว่าบอบบาง อ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่ายสุดๆ  แม้ว่าก่อนหน้านี้ เราจะเคยใช้พวกตัว CC รองพื้น ที่คิดว่าไม่ Work เลย เพราะมันทำให้หน้ามัน อุดตัน เป็นสิว แต่งหน้าไม่สวย

ลุ้นอกลุ้นใจมาก หยิบมาลอง  ตัวด้านหน้าผลิตภัณฑ์ แชมพู ของ Eucerin จะบอกทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมด ก็เพราะว่าผลิตจากเยอรมันนี สังเกตได้ว่าแชมพูที่เน้นรรักษาหนังศีรษะ ตัวดัง  อย่างแบรนด์ Arpacin นางก็ผลิตที่เยอรมันนีเหมือนกัน (ประเทศนี้ขึ้นชื่อเรื่อง Lab และการทดลองมากๆ)

ดูหน้าตาผลิตภัณฑ์ Eucerin Derma Capillaire เป็นสีขาวแบบ ยูเซอรีนทั่วไป ไม่หวือหวา ไม่ต้องเปลืองค่าออกแบบ

Eucerin Women Dermo Capillaire Shampoo Anti-Dandruff Gel Shampoo

หน้ากล่องเขาก็บอกอยู่ว่าเป็นเนื้อเจล ไอ้เราก็ไม่ได้คาดหวังมากว่าจะยังไง คิดเหมือนกันว่า คงจะฟองน้อย ต้องสระหลายที แต่เมื่อลองใช้ก็พบว่า ฟองไม่น้อยอย่างที่คิด และมีกลิ่นหอมแบบอ่อนโยนมาก  รีวิวคร่าวๆ ตามนี้

- เนื้อเจล ที่ว่า ออกครีมๆ มากกว่า เหมือนน้ำนม
- กลิ่นหอมอ่อนๆ สดชื่น และ ไม่ฟุ้งเกินไป (บนฉลากเขียนชัดเจนว่า เป็นน้ำหอม)
- เมื่อสระแล้ว ต้องสระหลายรอบ สำหรับคนผมหนา อาจดูเปลืองสักหน่อย 
- อ่านรีวิวมา เขาบอกว่าช่วยลดรังแค แต่ถ้าได้ดูด้านหลังกล่องผลิตภัณฑ์ จะเห็นว่ามีสารเคลือบ 2 ตัว
 ที่ทำให้หนังศีรษะไม่เก็บสะสมสิ่งตกค้างจากแชมพู อันเป็นสาเหตุให้ผมหลุดร่วงจากปลาย

- เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่หนังศีรษะเริ่มมีกลิ่นบ้าง ซึ่งเป็นกลิ่นจากน้ำมันผมที่ออกมาจากหนังศีรษะ
Eucerin Women Dermo Capillaire Shampoo Anti-Dandruff Gel Shampoo

ความรู้สึกหลังใช้ ทำให้ลืมพวกแชมพูรักษาสภาพหนังศีรษะอ่อนๆ อย่างพวกที่เนื้อสีแดงๆ ราคาแพงไปได้เลย เพราะว่าหากซื้อในราคาโปรฯ แบบนี้ เราว่าคุ้มมาก พอสระเสร็จ เมื่อผมแห้ง ไม่รู้สึกว่ามีสารเคลือบผม  ซึ่งถ้า Eucerin ทำครีมนวดผมขึ้นมา เราก็คงต้องซื้อ  เมื่อเป่าแห้งด้วยพัดลมจะรู้สึกว่า เราจะได้สัมผัสเนื้อผมของเราจริงๆ จะรู้เลยว่าเราเป็นคนผมแห้ง ผมขาดหรือเปล่า

สำหรับคนที่ผมขาดง่ายจากโคน ควรใช้ !! แต่หากเป็นคนผมแตกเพราะทำเคมีมาเยอะ หักกลาง แตกปลาย ในส่วนนี้แชมพูก็คงจะช่วยไม่ได้แล้ว!

ผู้เขียนผมแห้งมาก ก็เลยใช้คู่กับ ทรีทเม้นท์โลแลน ไฮยาลูรอน หอมมาก จับแล้วชอบผมตัวเองที่สุด!

12 x 275 = 3,300 บาท  แต่ถ้าไปฟื้นฟูผมที่ร้าน 4,000 ฿ ก็เอาไม่อยู่

ถ้าถามว่าจะซื้อต่อไหม.. คือต้องบอกว่าต้องซื้อมา Stock เลยดีกว่า 1 ขวด เมื่อผลิตออกมาแล้วเก็บได้ 3 ปี  ถ้าเดือนหนึ่งใช้ 1 ขวด ก็ต้องซื้อล่วงหน้าไว้ยาวๆ แล้ว (ดีกว่าไปเข้าซาลอนเสียเงินค่าทำผมแพงๆ)

 

===================================================

** ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อความ และ ภาพ เพื่อนำไปเผยแพร่ทั้งส่วนตัวและสาธารณะ เนื่องจากเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา   หากพบเห็นจะฟ้องร้องดำเนินคดีถึงที่สุด

รีวิว เขียนบทความออนไลน์ หารายได้เสริม กับเว็บ Spiceee.net ได้เงินจริง

ทำงานอยู่บ้าน หารายได้เสริม จากการเขียนบทความ แบบนี้ดีกว่าวิธีฝากร้าน แน่ๆ

ก่อนอื่นต้องขอโทษแฟนๆ Febissue ที่แอดมินห่างหายหน้าไปนาน  เนื่องจากไปลองเขียนบทความ หารายได้ กับเว็บไซต์หนึ่งมา  ซึ่งก่อนหน้านี้หากคุณเห็นกลุ่มใน Facebook แชร์ว่า มีเวลาวันละ 2-3 ชั่วโมง กับหน้าที่ช่วยแชร์ หรือ ให้คลิก อะไรก็าม ได้เงินจริง.. สุดท้ายพอครบเดือน แล้วหนีหน้าหาย ด้วยความที่เป็นใครก็ไม่รู้มาปล่อยงาน ก็ยากจะไปตาม  แถมเงินเล็กๆ น้อยๆ 400 บาท จะแจ้งความก็อายๆ

บางทีเห็นเพื่อนไปนั่งทำ นั่งคลิก ก็อยากจะบอกว่ามีวิธีที่ดีกว่าเยอะเลย .. เนื่องจากแอดมินเคยเห็นประกาศจาก เฟซบุ๊ก นี้เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 60 ที่ผ่านมา ก็เลยลองเข้าไปเล่นๆ ดู ตอนแรกก็ต้องศึกษาวิธีการโพสต์นานอยู่เหมือนกัน แต่ตอนหลังก็เริ่มค่อยๆ พัฒนาปรับปรุงตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งกลับมาทาง ระบบ “กล่องข้อความ” ของเว็บไซต์ ซึ่งจะมาเป็น Comment ที่เราไม่สามารถโต้ตอบกลับได้ เพียงแค่กลับมาแก้บทความ และ กด “ส่งคำขอ” ยื่นกลับไป ให้ทางทีมงานตรวจ

โดยแหล่งที่มาของไอเดีย ใช้เวลาว่าง ระหว่างนั่งรถไฟฟ้า หรือ เดินเล่นตามห้าง กินข้าว ฯลฯ ก็ได้ แล้วกลับมาเขียนที่บ้านตอนเย็น ซึ่งระบบรองรับการเขียนผ่าน PC เท่านั้น

เขียนบทความกับเว็บ Spiceee

ก่อนจะอ่านต่อไป  .. ลองอ่าน Topic นี้เพื่อใช้ตัดสินใจก่อนก็ได้

การเขียนบทความแบบนี้ "ไม่" เหมาะกับ :
1. คนที่อยากได้เงินเร็ว .. เพราะว่าระบบจะจ่ายเงินให้เดือนละครั้ง
2. คนที่มักง่าย ชอบ Copy งานจากคนอื่น
3. คนที่ขี้เกียจ 

การเขียนบทความเว็บนี้เหมาะกับ :
1. ผู้ที่มีเวลาเพียง 2 - 3 ชั่วโมงต่อวัน 
(แม้ว่าเฉลี่ยแล้ว ทำได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับจำนวนบทความ) 
2. ต้องการหาค่าโทรศัพท์มือถือ หรือ ค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อย เก็บเล็กผสมน้อย
3. ขยันๆ กลางๆ ก็ได้เงินสัก 2 - 3 พันบาท ต่อเดือน ได้สบายๆ
4. ไม่รีบใช้เงินเท่าไหร่
5. อยากหาพื้นที่ปล่อยของ

สิ่งที่เว็บไซต์นี้ "ห้าม" เด็ดขาด ก็คือ การนำข้อความมาจากคนอื่น
 เพราะจะเป็นการ "ละเมิดลิขสิทธิ์" แบบรับไม่ได้  
และแม้กระทั่งรูป ก็ต้องให้เครดิตที่มาทุกภาพ .. 
แรกๆ จำลำบากนิดหน่อย แต่ถ้าทำต่อไปถนัดๆ แล้วก็จะง่าย และ คล่องขึ้นเอง

 

เรียนรู้การสร้าง “บทความ” จาก Clip VDO

ต่อไปการ “สร้างบทความ” ทำได้โดย การกดปุ่ม New Topic และ Insert ภาพ เขียนบทความ โดยมีวิธีการ และคำแนะนำ อยู่ภายในเว็บ Spiceee.net ที่เขียนไว้ โดยที่คุณสามารถเลือกหัวข้อได้จาก หน้าเว็บไซต์ได้เลย และค่อยๆ เริ่มหัดเขียนบทความ โดยปกติแล้ว ราคาบทความจะเฉลี่ยอยู่ที่ 50 บาท ต่อบทความ  เรทอัตราการเขียนบทความอยู่ในหัวข้อถัดไป

เขียนบทความกับเว็บ Spiceee

 

ค่าจ้างเขียนบทความ

ค่าจ้างเขียนบทความ จะแบ่งออกเป็นประมาณ 4 ระดับ ที่เขาได้กัน คือ

  • S สำหรับบทความที่ดูทรงคุณค่ามากๆ จะได้รับค่าเขียน 100 บาท
  • A สำหรับบทความชั้นดี ส่วนใหญ่ต้องใส่รูปให้เครดิตประมาณ 40 รูป ได้เงิน 75 บาท
  • B สำหรับบทความเกรดทั่วไป จะได้เงินประมาณ 50 บาท

ส่วนใหญ่ทั้งหมดนี้จะมาจากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ที่คอยตรวจสอบและให้คำแนะนำเท่านั้น

เขียนบทความกับเว็บ Spiceee

รายละเอียดเนื้อหาในหน้า My Page นี้ มีดังนี้

  • New Topics  ให้คุณสร้างหัวข้อใหม่ และส่ง “ยื่นคำขอ” เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาก่อนได้ว่าจะรับบทความของคุณหรือเปล่า?
  • Published  สำหรับบทความที่ได้ขึ้นเผยแพร่นี้ ก็รอรับเงินตอนสิ้นเดือนได้เลยจ้า
  • Approved บทความที่ได้สถานะเป็น ตรวจสอบผ่านแล้วจ้า
  • Pending  บทความที่กำลังแก้ไข  และกำลังรอตรวจสอบ
  • Rejected  บทความที่ปฏิเสธ ว่าเจ้าหน้าที่จะไม่รับเด็ดขาด เนื่องจากผิดกฎบางเงื่อนไข
  • Draft        บทความที่เขียนค้างทิ้งไว้และยังไม่ได้ยื่นส่งคำขอ
  • Unpaid    บทความที่รอการชำระเงิน
  • Paid          บทความท่เจ้าหน้าที่ชำระเงินให้แล้ว

เจ้าหน้าที่จะไล่ตรวจสอบให้คะแนนบทความประมาณวันที่ 25 ของทุกเดือน และจำเริ่มให้กดคำขอเพื่อโอนเงินได้ราวสัปดาห์แรกของเดือนใหม่ (รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์)

เขียนบทความกับเว็บ Spiceee

ซึ่งก่อนที่คุณจะได้รับเงิน จะต้องส่งเอกสาร “สำเนาบัตรประชาชน” และ “สำเนาสมุดบัญชีหน้าแรก” เซ็นสำเนาถูกต้อง สำหรับรับค่าเขียนบทความกับ Drecom เท่านั้น  หลังจากนั้น หากคุณเขียนบทความ ครบ 1,000 บาท แล้วจึงจะเบิกเงินได้

และมีค่าขนมเพิ่มเติม หากมีคนเข้ามาอ่านถีง 1,000 คน ก็จะได้เงิน 1 บาท ก็เท่ากับว่า หากมีคนอ่านได้ถึง 1 ล้านคน (รวมทุก Views) ก็จะได้เงิน 1,000 บาท ต่อบทความ  ซึ่งฟังดูเหมือนยาก แต่จริงๆ ไม่ยากเลย เพราะว่ารวมคะแนน Views จากทุกบทความนั่นเอง

เขียนบทความกับเว็บ Spiceee

หน้าตาหลักๆ ของเว็บไซต์ spicee.net เป็นแบบนี้ คุณคงเคยเห็นบ่อยๆ เป็นเรื่องราวแฟชั่น ความรัก เรื่องสวยๆ งามๆ เขียนและนำมาแบ่งปันได้ทั้งหมด  ซึ่งเป็นการทำงานโดยไม่ต้องใช้ทุน ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องตากแดด .. เพียงแค่มี คอมพิวเตอร์เครื่องเดียว (กับใจถึงๆ เท่านั้น)

เขียนบทความกับเว็บ Spiceee

 

ไม่ยากเลย เริ่มต้นทำเล่นๆ ก็ยังได้เดือนละ 1,000 บาท และหากคล่องมือแล้วคงจะได้เยอะกว่านี้ ซึ่งหากคุณสนใจ ก็เข้าไปสมัครสมาชิกเป็นนักเขียนได้ที่ www.spiceee.net <<— กดตรงลิ้งค์นี้ได้เลยจ้า

เปิดถุงช้อป Cute Press x Beauty and the Beast

รีวิวเปิดถุงสินค้าคิวเพรส บิวตี้ แอนด์ เดอะ บรีสต์

ขอเกาะกระแสเจ้าหญิงเบลล์สักหน่อย กับภาพยนตร์ที่สร้างจากนิทานเรื่อง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร ซึ่งเคยดูมาแล้วหลายภาค  เวอร์ชั่นนี้นำแสดงโดย เอ็มม่า วัตสัน  และหลายแบรนด์ได้ขอซื้อลิขสิทธิ์จากดิสนีย์มาทำแพ็คเกจบนเครื่องสำอาง งานนี้สาวๆ หลายคน เกือบหมดตัว

อันนี้คือถุงที่ช็อปมา
ถุงของแถมที่ได้จาก Cute Press

แต่ลองคำนวณราคาเล่นๆ แล้ว หากเหมาหมด รวมลิปและน้ำแร่ ก็จะอยู่ที่ 3,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าถูกมากหากจะไปซื้อพาเลทเครื่องสำอางแบรนด์ดังเพียงชิ้นเดียวก็ปาไปหลายพันแล้ว  วันนี้อยากได้ตลับ Palette ที่เป็นบลัช กับอายแชร์โดว  แต่ขอไม่ Swatch นะคะ เพราะแพ็คเกจจิ้งสวยมากกกกก  อยากเก็บไว้ก่อน

Cute Press x Beauty and the Beast

มีพาเลททั้ง 2 สี  ภาพสวอชที่นำมาเป็นของคุณ kirarista.com  ได้แก่สี 01  Intelligent Beauty จะเป็นบลัชโทนส้มพีช กับสีชมพูพีช ตลับจะเป็นอายแชว์โดว์สีทอง เป็นส่วนใหญ่  02 Enchanted  Beauty สีส้มออกชมพู  ทั้งสองเซ็ต มีแปรง 2 แบบ ให้เลือกปัดแก้มและเติมตาได้ทั้ง 2 แบบ

Beauty & The beast

Beauty & The beast ภาพจาก kirarista.com
Beauty & The beast ภาพจาก kirarista.com

มีอีกตัวที่อยากได้คือแป้งรีทัช เห็นเขาว่าดี งานนี้ต้องขอลองสักหน่อย เพราะซื้อในราคา 359 บาท แล้วแถมแปรงคาบูกิด้วย  อยากได้แปรงนี้แหละจ้า เลยซื้อมา (ว่าจะไปซื้อเพิ่มฝากญาติๆด้วย)

Cute Press แป้งรีทัช

ปลื้มแปรงมาก สีนวลๆ นัวๆ กว่าที่คิด ตลับเล็กๆ  แพ็คเกจดูไม่ง็องแง็ง น่ารักที่สุด สีม่วงอมชมพูแบบหวานๆ พาสเทล คือถ้าอยากได้เซ็ตแปรงตัวอื่นเพิ่ม ก็เลือกซื้อแยกได้ แปรงทำมาจำกัด ค่ะ

ด้านล่างนี้เป็นของแถมที่ได้จาก Cute Press มีมาส์ก  ลิป และ ลิปกลอส  คาดว่าใช้ไม่หมดทีเดียว  รู้สึกประทับใจเกินคาดนะคะ ไม่คิดว่าจะได้ของแถม เพราะที่ร้านไม่มี Step Promotion บอกไว้ด้วย  และพนักงานก็สมัครสมาชิกให้ฟรี  ไม่รู้ว่าต้องซื้อครบกี่บาทถึงจะได้สมัครสมาชิกฟรี  แต่วันนี้เสียค่าเสียหายไปประมาณ 2,800 บาท

Cute Press
Cute Press

ได้สิทธิแลกแลกซื้อสินค้า Cute Press ในราคาพิเศษ ก็เลยหยิบ ยาทาเล็บ มา ปกติไม่ค่อยทาเล็บ แต่ก็ทาบ้าง  เห็นสีหวานน่ารักดี  ทั้งหมดนี้ได้เบอร์ 1 มาทั้งหมดเลย

บัตรสมาชิก Cute Press
แถมกระเป๋าด้วยนะ  Cute Press

ขอหยุดความฟินไว้เท่านี้ ยังไม่ได้แกะเลยสักชิ้น เพราะแพ็คเกจดีมาก  อยากเก็บไว้ดูอีกพักหน่อยก่อนเอามาแกะ มันน่ารักมากๆ ค่ะ  ไม่เคยเข้าช็อปคิวเพรสเลย  เพราะยังคิดภาพว่าเป็นแป้งรุ่นคุณแม่  พอ Rebranding ครั้งนี้แล้วรู้สึกว่าเอาใจคนรุ่นใหม่ได้เหมือนกัน  งานนี้เพราะเจ้าหญิงเบลล์ แห่ง Beauty and the Beast จริงๆ ต้องขอบคุณนาง

 

เรื่องและภาพ : Admin Tonhom @febissue