น้องแมวลายผูกโบว์ – ของกลางห้ามเคลื่อนย้าย เพราะน่ารักเกินไป!

ของกลางเป็นแมว เรื่องจริงหรือขำๆ

เมื่อเช้านี้ตื่นมาเจอข่าว  ที่ยึดของกลางเป็น “แมว” ทำให้ผู้เขียนตกใจไม่น้อย.. อ่านไปอ่านมา ต้นเรื่องที่แชร์ชื่อคุ้นๆ เป็นคุณ นัชญ์ จากเพจ ทูนหัวของบ่าว นั่นเอง .. เรื่องราวเป็นอย่างไร มาติดตามกันค่ะ

เพราะของกลางน่ารักจนเกินไป  ถึงทำให้กระแสคนรักแมว Cataholic ต้องติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง คดีนี้เป็นคดีความฟ้องหมิ่นประมาท ที่ทางเจ้าทุกข์ ใช้คำว่า “ทีม เสือ-”  เน้นๆ  เนื่องจากมีผู้รับแมวไปเลี้ยง  แล้วส่งต่อให้คนอื่นไปหาบ้านต่อ  หลังจากนั้นมีบุคคลที่ 3 และ บุคคลที่ 4 กลับมาต่อว่า  ทีมคนหาบ้านให้แมวในต้นเรื่อง  ซึ่งทำให้ต้องเดือด!!

ภาพแมวดำ ก่อนได้บ้าน

เคสนี้เป็นกรณีศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิง ที่ต้องการรับอุปการะเจ้าแมวน้อย  แต่ลืมปรึกษากับทางบ้านถึงความพร้อม  และไม่ได้ประเมินค่าใช้จ่ายและความใส่ใจอื่นๆ ที่อาจจะตามมา  เนื่องจาก “แมว” เป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแล ใส่ใจ  ทางผู้ที่หาบ้านให้แมว ก็เก็บมาจากข้างถนน หรือ รับมาเพื่อหาบ้านใหม่ ไม่ให้เจ้าแมวนั้นตกยากลำบาก   ซึ่งถือเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้คนไทยหันมาใส่ใจสวัสดิภาพ สัตว์เลี้ยง ที่ถูกปล่อยปละเป็นสัตว์จรมากขึ้น

เจ้าของเพจ ทูนหัวของบ่าว ออกมาเตือน กรณีหากไม่พร้อมที่จะรับอุปการะน้องแมวดำครั้งนี้

สุดท้ายนี้ หากใครเลี้ยง “น้องหมา” “น้องแมว” หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ อยู่ ก่อนเลี้ยงต้องศึกษา โรค และ วัคซีน เช่น โรคเชื้อรากลากแมว ของพวกเขาให้ดีก่อน และเมื่อมีช่วงที่ดูแลไม่ได้ ก็เลือกฝากให้กับ ญาติ หรือ คนที่ไว้ใจได้ชั่วคราว แต่หากเลี้ยงไม่ไหวจริงๆ ต้องหาบ้านต่อ หรือ เลือกช่องทางที่ดีที่สุด  อย่าเอาไปปล่อยทิ้งปล่อยขว้าง ซึ่งนอกจากจะเกิดเป็นภาระสังคมแล้วยังเป็นบาปอีกด้วย

 

ภาพ : Catster by Kingdomoftigers
เรียบเรียงโดย : admin ต้นหอม

ติดลมบน ส่อง แฮชแท็ก #margiehensnight

ติดเทรนด์กระแสฟีด ปาร์ตี้สละโสด เฮนไนท์ มาร์กี้

เพราะเธอเป็นดารา  จะธรรมดาก็ไม่ได้ ก็ต้อง ยอมรับ  อาชีพนี้ค่าตัวดี  โชว์ตัวถ่ายละครทีก็เป็น 100,000  อีกทางได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนดารา  สวยเก่งรวยดีใครจะพลาด

งานนี้ทำเอาแฟนคลับหมั่นไส้หน่อยหน่อย เพราะด้วยปาร์ตี้สละโสดแบบจัดเต็ม ของสาวมาร์กี้กับหนุ่มป๊อก  ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วเร็วนี้ จะเปลี่ยนนามสกุลทั้งที อย่าให้เสียชื่อจิราธิวัฒน์  นามสกุลนี้ใครก็อยากได้กันทั้งประเทศ ชีวิตคู่จะโรยด้วยกรีบกุหลาบจริงไหมต้องดูกันต่อไป

แต่ที่ฟินกันสุดก็คือแฟนคลับ โดยเฉพาะคู่คิมเบอร์รี่กับมิ้นท์  โพสต์ท่ากันประหลาดมาก อย่างกับคู่เลสเบี้ยนหญิงหญิง (ผู้หญิงเค้าเล่นกันแบบนี้หรอ ก็ไม่นะ)

 

งานนี้เล็กๆจะสนุกสนุกกัน ค่าชุดค่ากล้องค่าแต่งหน้า  รวมกันก็เป็นแสน คนเขามี คนเขามีเราก็ว่าไม่ได้  นี่เขียนด้วยน้ำเสียงอิจสุดสุด !!

 

ปิดท้ายด้วย 🎈 ลูกโป่งช่อโต  ขอแสดงความดีใจ กับสาวน้อยมาร์กี้ด้วยนะคะ  ขอให้มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น  ขอให้มีชีวิตการงานที่ดี  มีทายาทตัวน้อย  สร้างครอบครัวที่แข็งแรง มีผลงานตลอดตลอดให้เพื่อนแฟนได้ติดตาม

❤️ ขอบคุณเครดิตทุกภาพจ้า

เทปนี้เอง.. ที่มาของความเป๊ะ ดาราแม่ๆ ทำไมแต่งหน้าวันคลอด

3 แซ่บ เทปเตรียมพร้อม ที่มาการเตรียมคลอด ของคุณแม่ “ชมพู่”

ไม่พลาด! ที่มาการเตรียมความพร้อมในวันคลอดของคุณแม่ ชมพู่ อารยา อย่างที่เราเห็นกันในสัปดาห์ที่ผ่านมา  หลายคนอาจจะสงสัย (ปนอิจฉา) ว่าทำไมถึงได้ “เป๊ะ” ขนาดนี้  สร้างประวัติการณ์หน้าใหม่ ของ “การคลอด” ของสาวๆ เป็นไปได้ว่า อาชีพช่างแต่งหน้าวันคลอด กำลังจะเป็นอาชีพที่มาแรง เนื่องจากเทปวันที่ 27 สิงหาคม 60  ก่อนหน้าวันที่คุณแม่ชมจะคลอดประมาณ 2 สัปดาห์ คุณชมพู่ ได้ฟังประสบการณ์วันคลอดจากคุณแม่ทั้ง 3 ได้แก่ คุณแม่เบนซ์  คุณแม่กระแต  และ คุณแพท 

ประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ ที่คุณชมพู่ได้สร้างเอาไว้คือ การแต่งหน้า และจัดสตูฯ วันคลอดแบบจัดเต็ม  หากคุณสงสัยว่า ภาพถ่ายครอบครัวที่ได้เห็นเมื่อวันคลอดนั้น คุณชม ยื่นถ่ายจริงหรือเปล่า? .. ดูคลิปสุดท้ายแล้วจะรู้ว่า เพียง 2 วัน คุณแม่ก็ลุกเดินได้แล้วนะจ้ะ!

 

พิธีกรเปิดว่า “แม่ๆ เตรียมตัวคลอดอย่างไร?”

เริ่มต้นด้วย แม่แพท คุณแม่ของน้องเรซซิ่ง อายุ 5 เดือน (ณ วันที่อัดเทป) ก็พูดถึงบรรยากาศวันคลอดว่า  ทำงานเสร็จวันที่ 12 แล้ววันที่ 13 ก็ไปคลอดเลย แพ็คกระเป๋าเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่ไม่ได้เตรียมอะไรมาก  แต่ขอว่าวันคลอด  ต้องมีถ่ายรูปกับลูก งานคิ้วต้องมี ปากต้องมา  ก็พกทิ้นท์ และอายไลน์เนอร์ไว้ด้วย   และได้พูดถึงพัฒนาการของน้องเรซซิ่งว่า วัย 5 เดือน คุณหมอก็แนะนำให้ลองกินข้าวบดด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติให้กระเพาะของเด็กได้ลองสิ่งใหม่ๆ ก่อน   ตอนนี้น้ำนมเริ่มไม่พอแล้ว เพราะน้องกินนมมื้อละ 5 ออนซ์

แพท ณปภา คุณแม่น้องเรซซิ่ง

ต่อด้วยแม่เบนซ์ คุณแม่ของน้องปริม งานนี้เราไม่ค่อยได้เห็นคุณแม่พาน้องออกรายการทีวีเท่าไหร่ แต่อย่างที่ทราบว่า ตั้งแต่มีน้อง คุณเบนซ์ก็ผันตัวเป็นคุณแม่ Full Time เลี้ยงลูกเอง  ในส่วนของการแต่งหน้าวันคลอดนั้น  คุณเบนซ์บอกว่า .. พกที่เขียนคิ้วนะ มีคิ้ว แต่ไม่ได้พกอายไลน์เนอร์

คุณเบนซ์ คุณแม่ของน้องปริม

คุณกระแต คุณแม่ของน้องเจ้าขาวัย ขวบกว่าๆ  น้องมีพัฒนาการล้ำกว่าน้องทุกคน เพราะโตกว่า  พูดถึงเจ้าขาว่า เธอเป็นเด็กที่ Nice มาก ชอบไปโอบกอดคนอื่น  เป็นเด็กเรียบร้อย  ในส่วนวันคลอดน่ะหรอ  คุณแม่จ้างช่างแต่งหน้าไปเลยจ้า…

คุณกระแต คุณแม่ของน้องเจ้าขา

ในส่วนของคุณแม่ชมนั้น… “จองตัวป้อมวินิจ!”  ในเทปวันคลอดฉบับเต็ม ก็ได้เห็นพี่ป้อม วินิจ อยู่ด้วยวันคลอดจริงๆด้วย

ชมพู่อารยา คุณแม่น้องสายฟ้าและน้องพายุ

ภาพความน่ารักของลูกๆ ดารา

ไม่แน่ใจว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่าว่าเสียงของคุณแพทดูเหนื่อยๆ เศร้าๆ แต่เล่าเรื่องได้สนุกมาก  คุณแพท เป็นคุณแม่นักสู้จริงๆ  ทำงานจนถึงวินาทีสุดท้าย วันคลอด  และส่วนคุณเบนซ์ก็เล่าว่าน้องปริมมีปัญหาเรื่องพัฒนาการ ช้ากว่าคนอื่นนิดหน่อย อาจเป็นเพราะน้องไม่ยอมรับประทานอาหารบด จึงอาจพลาดสารอาหารจำเป็นบางอย่าง  แต่คุณหมอแนะนำว่าถ้ายังกินนมแม่อยู่ก็ยังโอเค

 

ความน่ารักของลูกๆ ดารา

ที่มาภาพจากคลิปรายการสามแซ่บ, โพลีพลัส

 

คลิปบรรยากาศวันคลอดของแม่ชมในรายการ สามแซ่บ  เผยที่มาของชื่อสายฟ้า พายุ มาจากธุรกิจเกี่ยวกับไฟฟ้าของบ้านคุณน็อต

สุดท้ายนี้สิ่งที่เราได้เห็นจากคุณแม่ดาราคนดัง  คือ  วันคลอด  ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ยังไปทำงานได้ ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี  แตกต่างจากคุณแม่ (อาจจะเป็นแอดมินเอง) ที่คิดว่า การคลอดเป็นสิ่งที่เหนื่อยมหากาพย์ที่สุด  ต้องแย่ที่สุดแน่ๆ  ขอเหนื่อย เนือย และนอยด์ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมากๆ  เห็นคุณแม่ดาราทั้ง 4 คน Strong ขนาดนี้  วันคลอดของเราต้องไม่แย่!  สวย และทำงานได้  รวยๆ เฮงๆ แน่นอนค่ะ

ทำไมคนถึงเห่อ ลูกชมพู่ อารยา

ประวัติความสำเร็จของชมพู่

วันนี้เป็นฤกษ์คลอดของน้องทันเดอร์ และ น้องสตอร์ม ลูกแฝด ของชมพู่ อารยา กับสามี คุณน็อต เจ้าของแบรนด์หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ที่เราใช้กันทุกบ้าน รวยในระดับเศรษฐี ที่ใครๆ ก็เห่อ  ทั้งๆ ที่เพิ่งแรกคลอดลืมตาดูโลกวันแรก ทำไมถึงดังขนาดนี้  มีคนมารอดูน้อง  ถึงขั้นที่ว่า เพื่อนๆ ในวงการ ทำเสื้อ มาเยี่ยมถึงโรงพยาบาล  และคุณแม่ชมพู่ก็แต่งภาพสวย โพสต์เป็นรูปแรกหลังคลอด ไม่ทำให้ผิดหวัง  ลบคำสบประมาทที่ว่า “สภาพโทรมเหมือนผู้หญิงหลังคลอด”

น้องทันเดอร์ น้องสตอร์ม

ปรากฎการณ์กระแสเห่อลูกคนดังในวันนี้ (Feed เต็ม IG) เหมือนครั้งที่เคยเกิดกับ หมอโอ๊ค โอปอล์ และ กุ๊บกิ๊บ บี้  แต่การมาของน้องทันเดอร์และสตอร์ม นี้ดูเปิดตัวอลังการกว่ามาก

 

ประเด็นแรก ทั้งสองคนดูเป็นคู่สร้างคู่สมกันมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน

เรื่องงานแต่งอลังการ ที่จัดงานมีดอกไม้สดหรูหรา  ไม่ทำให้ใครผิดหวัง  เพราะแขกทั้งฝ่ายเจ้าบ่าว เจ้าสาว มีหน้ามีตาในสังคม  ทั้งงานแต่งก็ดูยิ่งใหม่  งานต้อนรับลูกสาวก็เกือบทำโรงพยาบาลแตก   มีแหล่งข่าวเปิดเผยค่าห้องพักว่าเกือบหลักแสนแล้ว (ไม่แปลกใจกับ รพ. บำรุงราษฎร์เลย .. คนมีเงินเขารักษาระดับนี้ทั้งนั้น)

งานแต่งชมพู่ น็็อต

 

ไม่ผิดหวังกับแฟชั่นนิสต้าตัวแม่

ก่อนคลอดคุณแม่ก็ตัดสินใจว่าจะถ่ายแฟชั่นเล็กๆ เก็บไว้  และเราก็ได้เห็นภาพน่ารักๆ กับชุดคลุมท้อง วัย 36 สัปดาห์ออกมาให้ชมกัน น่าจะเป็นภาพแห่งความตั้งใจที่คุณแม่จะถ่ายเก็บไว้  และไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เพราะมีข่าวว่าจะให้ช่างแต่งหน้ามืออาชีพ ไปแต่งหน้าให้  แต่ใครจะไปรู้ว่า จะถึงขั้น ถ่ายภาพครอบครัวเก็บไว้ตั้งแต่น้องอายุเพิ่ง 1 วันทีเดียว

 

ชมพู่ อารยา มีลูกตอนอายุ 35 ปี

ถือเป็นความสำเร็จของสาวๆ ในการเป็นแม่  ค่านิยม (และความพร้อม) ของคนยุคนี้ คือ สร้างตัวก่อน แล้วค่อยแต่งงาน และมีบุตร  ในวัยเท่านี้ถือว่าเป็นครอบครัวที่เพอร์เฟ็ค สร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้ว  เป็นที่ยอมรับของทั้งสองครอบครัว และชมพู่ไม่เคยมีข่าวเสียหายเลย  ถือว่าเป็น Idol ของสาวๆ ยุคใหม่อีกหลายคน  (นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสวยอย่างเดียวนะ!)

 

ประวัติความสำเร็จของชมพู่

 

ที่เพอร์เฟ็คอย่างนี้ได้ ก็เพราะเป็นความพร้อม  แม่ๆ หลายคนมาคอมเม้นท์ว่า ตอนตัวเองคลอด สภาพดูไม่ได้! นั่นหมายความว่าผู้หญิงอย่างเราก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้นกว่านี้  (นี่ถึงขั้นว่าไลน์บอกเพื่อนว่าแกๆ ถ้าชั้นคลอด แกมาแต่งหน้าให้ชั้นหน่อยนะ!) แต่หากเป็นสาวๆ ทั่วไปที่ไม่ใช่ดารา วันคลอดก็คงไม่ได้พกเครื่องสำอางไปแน่ๆ

รวมลงชื่อ สนับสนุน กฎหมายคุ้มครอง ผู้หญิงข้ามเพศ ถูกข่มขืน

ทางเว็บไซต์ change.org ได้ส่งอีเมล ให้ประชาชน ร่วมลงชื่อ ในกรณีคุ้มครอง ผู้หญิงข้ามเพศ หากถูกข่มขืน นำโดย  นายก สมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย

“ดิฉัน สจ.นก ยลลดา (เกริกก้อง) สวนยศ เป็นอดีตเจ้าของตำแหน่งนางงามสยาม ปี 2001 และตัวแทนสาวไทยเข้าประกวดเวทีนางงามระดับโลก Miss Tourism International 2001 ผู้ปลอมตัวเข้าประกวดกับผู้หญิงโดยกำเนิดหลายเวทีโดยไม่มีใครรู้ว่าเคยเกิดมาเป็นเด็กผู้ชาย จนกระทั่งดิฉันเปิดเผยตัวเองด้วยตำแหน่งชนะเลิศบนเวทีสาวประเภทสอง Miss Alcazar 2005 (Pattaya) ซึ่งรางวัลจากการประกวดเหล่านี้เป็นเครื่องการันตีได้ว่าร่างกาย และจิตใจของดิฉันไม่ต่างอะไรเลยกับผู้หญิงคนหนึ่ง

แต่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า…“ผู้ชาย” หมายถึง มนุษย์เพศผู้ซึ่งโดยกำเนิดมี “ลึงค์” เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ “ผู้หญิง” หมายถึง มนุษย์เพศเมียซึ่งโดยกำเนิดมี “โยนี” เป็นอวัยวะสืบพันธุ์

คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่คำทางเทคนิคหรือแค่ความหมายของคำ แต่ในความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่นั้นค่ะ “ความหมายของคำในพจนานุกรมมันมีผลทางกฎหมาย” และ มีความสำคัญกับคนข้ามเพศทุกคนมาก ยกตัวอย่างเช่น มาตรา 276 บอกว่า การข่มขืนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อกระทำที่ 3 ช่องทาง คือ กระทำที่ช่องปาก กระทำที่ทวารหนัก และกระทำที่อวัยวะเพศ ซึ่งอวัยวะเพศของนาย ยลลดา โดยการเกิดคือลึงค์ แต่วันนี้อวัยวะเพศใหม่ของดิฉัน … ดิฉันไม่แน่ใจว่า ทางกฎหมายและในพจนานุกรม เรียกว่า “ลึงค์” “โยนี” หรือ “แผลเป็นจากการผ่าตัด!” เพราะไม่มีการระบุเอาไว้ให้ชัดเจน

    เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้คนข้ามเพศอย่างดิฉัน ถ้าถูกกระทำชำเราในลักษณะของการข่มขืน จะไม่สามารถเอาผิดกับผู้ชาย หรือ ผู้หญิงคนนั้นได้เลย …

อย่าคิดว่าการชำระคำ และ ความหมายของคำต่างๆ ใน  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน จะเป็นเรื่องยากจนทำไม่ได้ เพราะพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน จะมีการแก้ไข ปรับเปลี่ยนความหมายของคำอยู่เรื่อยๆ อย่างเช่น

ในปี  พ.ศ.​ 2524  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า…“ผู้หญิง” คือ ผู้ที่ออกลูกได้
ในปี พ.ศ.  2527 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า…“ผู้หญิง” คือคนที่มีมดลูก
ในปี พ.ศ. 2555  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า…“ผู้หญิง” คือ คนที่มีโยนีโดยกำเนิด

 คำที่ต้องการชำระแก้ไข
-คำว่า “ชาย” และความหมาย
-คำว่า “หญิง” และความหมาย
-คำว่า “กะเทย” และความหมาย

คำพร้อมความหมายคำ
ที่ต้องการให้เพิ่มในพจนานุกรม
-เพศ
-เพศสภาพ
-อัตลักษณ์ทางเพศ
-เพศวิถี
-รสนิยมทางเพศ
-ชายรักชาย
-หญิงรักหญิง
-คนรักสองเพศ
-คนข้ามเพศ
-ชายข้ามเพศ
-หญิงข้ามเพศ
-คนแปลงเพศ
-ชายแปลงเพศ
-หญิงแปลงเพศ
-คนสองเพศ
-เพศกำกวม
-คนไร้เพศ

ดิฉันรวบรวมสมาชิกเฉพาะกลุ่มหญิงข้ามเพศ ก่อตั้งสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทยเมื่อ 12 ปีก่อน และดำรงตำแหน่งนายกสมาคม 3 สมัย สร้างกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เมื่อสมาคมสตรีข้ามเพศฯ ขอเรียกร้องสิทธิในการเป็นผู้หญิง โดยขอให้รัฐรับรองเพศและขอใช้คำว่า “นางสาว” หลังการผ่าตัดแปลงเพศ และภายใต้โครงการ “Sister’s Hand แปลงเพศฟรี พี่ช่วยน้อง” ดิฉันและสมาชิกเรียกร้องให้มีรัฐสวัสดิการเพื่อการแปลงเพศด้วย อีกทั้งเมื่อกว่า 8 ปีก่อน ดิฉันเคยเป็นหัวหอกเรียกร้องต่อกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ผู้หญิงข้ามเพศทั้งหลายได้ใส่ชุดรับปริญญาในเครื่องแบบผู้หญิงในวันพระราชทานปริญญาบัตร และประสบความสำเร็จจนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกันกับความสำเร็จที่กระทรวงกลาโหม ถอดคำว่า “โรคจิตวิปริตถาวร” ออกจากสด.43 เมื่อต้องเกณฑ์ทหาร แล้วใช้คำว่า “เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” โดยอ้างอิงตามกฎหมายข้อบังคับการแปลงเพศ พ.ศ.2552 ของแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข

การยอมรับในตัวดิฉัน ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเฉพาะกลุ่ม LGBT เท่านั้น ล่าสุดดิฉันลงสมัครสนามการเมือง ผลการเลือกตั้งดิฉันยังสอบได้ชนะใจประชาชน เข้ามาบริหารท้องถิ่นเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.)น่าน เป็นนักการเมืองสตรีข้ามเพศคนแรกของไทยและของเอเชีย

ทั้งนี้ดิฉันมีประวัติการศึกษาคือสำเร็จการศึกษา 5 ปริญญา : ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต(สารอาหาร) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์(สื่อสารมวลชน) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระดับปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิตและศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศึกษาระดับปริญญาเอก ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ซึ่งถือเป็นความโชคดีของดิฉันที่มีผู้ใหญ่มองเห็นที่ความสามารถ มองข้ามเรื่องเพศไว้วางใจให้ดิฉันมาทำงาน ณ จุดนี้ และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ดิฉันจึงขอโอกาส ขอเป็นตัวแทนของคนอีกมากที่ไม่มีโอกาสได้พูด เป็นกระบอกเสียง เรียกร้องให้ “สำนักราชบัณฑิตยสภา” ผู้บันทึกพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ชำระคำศัพท์และความหมายของคำอันเกี่ยวเนื่องกับเพศทั้งหมดใหม่ เพื่อความถูกต้อง ไม่ตีตรา และทันสมัย ต่อวิวัฒนาการทางการแพทย์และความก้าวหน้าของกฎหมายในปัจจุบัน

ถึงเวลาแล้วที่ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานควรบรรจุคำอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับความหลากหลายทางเพศ  ที่ในชีวิตประจำวันเรามีการใช้กันอย่างกว้างขวาง เรามีคำว่า เพศสภาพ คนข้ามเพศ หญิงข้ามเพศ ชายข้ามเพศ ใช้กันอยู่ทุกวัน  แต่ไม่เคยปรากฏอยู่ในพจนานุกรม  แล้วเราจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่า คนใกล้ตัวของเรา ญาติพี่น้องของเรา ลูกของเรา ที่เป็นคนหลากเพศ  จะไม่ประสบปัญหาเหล่านี้ เพียงเพราะถูกตีตราตามความหมายใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

#นโยบายByประชาชน

อึ้ง!! เด็กเตรียมอุดม สอบ Onet คณิตศาสตร์ เต็ม 100

เด็กเตรียมอุดม ได้คะแนนเต็ม 100 วิชาคณิตศาสตร์ โอเน็ต ปี 2559

อ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว  อดสงสัยไม่ได้ทำบุญด้วยอะไรกันมา  เก่งกันมากเลย ปีก่อนๆ เราอาจจะได้ยินว่ามีเด็กนักเรียนมัธญมสอบได้คะแนนเต็มวิชาคณิตศาสตร์ เพียง 1 – 5 คน แต่ปีนี้ สอบเต็มถึง 147 คน  และพอเห็นชื่อโรงเรียนแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าต้องเป็นโรงเรียนเตรียมอุดมแน่ๆ ซึ่งก็จริงด้วย

เด็กเตรียมอุดม สอบ Onet คณิตศาสตร์ เต็ม 100

เมื่อเช้าวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2560 ทางเพจของโรงเรียนเตรียมอุดม ได้ออกมาแสดงความยินดีโพสต์ในแฟนเพจเฟซบุ๊กของทางโรงเรียน ว่ามีนักเรียนในโรงเรียนสอบได้คะแนนเต็ม 100 วิชาคณิตศาสตร์  ยังไม่รวมถึงวิชาอืนๆ ที่ได้ทยอยประกาศผลออกไปบ้างแล้วตามลำดับ  ส่วนตัวแอดมินเคยสอบได้ประมาณ 80 กว่าๆ  โอเน็ตเป็นวิชาสามัญที่ยังไม่ยากเท่าไหร่ แต่ Anet จะยากกว่า แต่การจะสอบให้เต็ม 100 นี่ยากมาก เพราะต้องเดาใจคนออกข้อสอบมาก  บางปีก็เจอข้อสอบที่มี 2 คำตอบ  ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกๆ ของการจัดสอบแอดมิดชั่นใหม่ๆ

เด็กเตรียมอุดม สอบ Onet คณิตศาสตร์ เต็ม 100

การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ของเด็กๆ รุ่นปัจจุบันนี้ใช้วิธีที่เรียกว่า แอดมิดชั่น ออกข้อสอบโดย คุณครู อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งประเทศ  จัดสอบโดย สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)  ซึ่งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เป็นสถาบันการศึกษาที่ได้มาตรฐาน ความจริงโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกๆ ของประเทศไทยด้วยซ้ำ ไม่นับรวมโรงเรียนตระกูลจตุรมิตร ได้แก่ เทพศิรินทร์,  สวนกุหลาบ, เซนคาเบรียล และ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนเครือคาทอลิก และคริสเตียน

เด็กเตรียมอุดม สอบ Onet คณิตศาสตร์ เต็ม 100

นอกจากนี้ยังมีน้องที่สอบได้คะแนนวิชาแพทย์ เป็นอันดับ  1  ของประเทศ  โดยสอบที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ขอแสดงความยินดีด้วยมากๆ จ้า

นายภากร พิทักษ์กิจนุกูร ม.๖ ห้อง ๒๘
สอบได้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ด้วยคะแนนร้อยละ ๘๘.๓๗

น้องๆ ทุกคนเก่งมาก ต้องนับถือในความพยายาม  ซึ่งจากที่เคยสัมผัสผ่านโรงเรียนนี้บ่อยๆ ก็รู้สึกว่าน้องๆ จะตั้งใจเรียน มุ่งมั่นกับการเรียน  ซึ่งแม้ว่าการศึกษาไม่ได้การันตีว่าเราจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคนหรือเปล่า แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่เห็นถึงความใฝ่ดี เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของประเทศ และหวังว่าจะได้เห็นน้องๆ เป็นเสาหลักของสังคม  และเราทุกคนก็มาช่วยกันพัฒนาสังคมไทยให้ดีให้ก้าวหน้าไปด้วยกันดีกว่านะจ้ะ

 

ปลื้มใจแทนทุกคน

เรื่องโดย :  แอดมินต้นหอม
ภาพ : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

 

ทำไมต้องเป็น เต่าออมสิน ที่ต้องเจ็บตัวแบบนี้ด้วย

ขอปาฏิหาริย์จงบังเกิดแก่ เต่าออมสิน

อีกหนึ่งข่าวที่แอดมินเห็นแล้วทนไม่ได้ คือกรณีของข่าวน้องเต่า อายุ 25 ปี จากจังหวัดชลบุรี ที่ถูกส่งตัวให้ทีมสัตวแพทย์จุฬา ผ่าเอาเหรียญออกมาจากลำไส้ถึง 915 เหรียญ คอหวยก็เอาไปตีหวย ในขณะนี้ข่าวของเต่าโอกาสรอดแทบไม่มีแล้ว ทำไมต้องมีข่าวแบบนี้ด้วย

ข่าวเต่าออมสิน ภาพจากมติชน
ข่าวเต่าออมสิน ภาพจากมติชน

ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้เราเห็นข่าว ช้าง กับการค้านอแรด ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในความคุ้มครองของสนธิสัญญาไซเตส ที่จัดให้มีขึ้นเพื่อปกป้องสัตว์ป่า เพื่อรักษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้  ประหนึ่งว่าเราอยู่ในยุคที่มนุษย์สร้างบ้านเรือน สร้างอาคารกันจนจะไม่เหลือพื้นที่ให้สัตว์อื่นได้มีชีวิตร่วมอยู่ด้วยได้

ข่าวเต่าออมสิน ภาพจากมติชน
ข่าวเต่าออมสิน ภาพจากมติชน

 

การโยนเหรียญเพื่อเสี่ยงทาย ขอพร ได้บุญ กลับทำให้สิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยต้องเจ็บตัว  ทราบหรือไม่ว่าเต่าในโลกนี้เหลือเพียง 8 สปีชี่ส์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์และมีวิวัฒนาการน้อยกว่าสัตว์อื่นๆ แต่เขาก็อยู่รอดมาได้  และมีแหล่งที่อยู่ไม่กี่ที่บนโลก หนึ่งในนั้นคือสัตหีบบ้านเรา ที่เป็นจุดวางไข่ของเต่าถึง 3 สายพันธุ์เข้าไปแล้ว

ภาพเต่าจากอินเตอร์เน็ต

เคยเรียนจากวิชาสมุทรศาสตร์ พอลูกเต่าออกมาจากไข่ ก็จะจดจำว่านี่แหละคือบ้าน หลังจากที่มันว่ายลงทะเล ก็พยายามใช้ชีวิตให้อยู่รอด จนในที่สุดถึงวัยอยากมีแฟน ก็กลับมีฟีเจอริ่งกันที่หาด และวางไข่ที่หาดเดิม  ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปี นางก็จะกลับมาวางไข่ที่ถิ่นเดิม

คือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์  เชื่อเรื่องดวง หวังบุญ หวังลาภ มากเกินไปทำให้เราไม่รู้ว่าการโยนเหรียญลงไปทำให้เต่าเกือบตาย ด้วยน้ำหนัก หรือความวาววับของเหรียญทำให้เต่าเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร กลืนเข้าไปในท้องแล้ว 915 เหรียญ  นี่เป็นเต่าตัวแรกในประวัติศาสตร์ที่ถูกส่งเข้าโรงพยาบาล  ยังไม่นับรวมกับที่อื่น และปลาบึกอื่นๆ ด้วย

ภาพเต่าจากอินเตอร์เน็ต

น้องชายเคยซื้อเต่ามาเลี้ยง ตอนนั้นเราก็ด่าไปชุดใหญ่ไฟกระพริบ จนน้องแทบร้องไห้  คือด้วยพฤติตามธรรมชาติของเต่าเมื่อมันโต มันจะกระเหี้ยนกระหือรือต้องกลับไปที่ที่มันเกิด เพื่อต้องการผสมพันธุ์ แต่นี่เกิดจากการฟักไข่ มันก็จำไม่ได้ว่าเกิดตรงไหน  น้องก็ไม่รู้ว่าเอาเต่ามาจากไหน  ไม่รู้ว่าตัวผู้หรือตัวเมียด้วยซ้ำ ทำให้ไม่รู้ว่าจะต้องเลี้ยงมันยังไง ?  และวงจรมันก็เหมือนกับคน ตอนนี้มันยังเด็กอยู่ไม่กี่ขวบ  แต่อายุมันยืนถึง 200 ปี  นี่ถ้าเราไปไหนกันก็ต้องยกมรดกเป็นเต่าให้ลูกหลานเลี้ยงไว้ด้วย เพราะถ้าปล่อยไปแล้วมันจะไม่รอดเอา

ภาพเต่าจากอินเตอร์เน็ต

วันนี้อ่านข่าวว่าโอกาสรอดของเต่าน้อยนี้แทบไม่มีแล้ว เพราะลำไส้ของน้องเต่าไม่สามารถรับกับอาหารได้ และมีภาวะโลหะในระบบหมุนเวียนโลหิตมากเกินไป  ทำให้โอกาสรอดเหลือน้อยเต็มที  ไม่ขยับ และไม่กระเตื้องขึ้นเลย ก็หวังว่าอีกไม่นานปาฏิหาริย์จะเกิดกับน้องเต่า

อยากจะบอกว่า “อย่าโยนของกินไม่ได้ลงบ่อสัตว์” “อย่าทิ้งขยะลงแหล่งที่อยู่สัตว์ตามธรรมชาติ” และ “อย่าเอาเต่ามาเลี้ยง”  เพราะเป็นการทำให้ธรรมชาติเสียสมดุลย์ ชีวิตของสัตว์ที่มาอยู่กับเราก็ไม่มีความสุข เหมือนกับเราที่เป็นมนุษย์ หากไปอยู่ในระบบนิเวศผิดๆ เราเองก็ตายกันได้เหมือนกัน

 

 

เรื่อง : Admin ต้นหอม
ภาพ : มติชนออนไลน์

คนไทยใช้ชีวิตทุกวัน อยู่กับประเทศที่รถติดที่สุดในโลก

ในที่สุด ก็ถึงวันที่ ประเทศไทย ติดอันดับประเทศที่ รถติดที่สุดในโลก

ในที่สุดพวกเราก็กลายเป็นพลเมืองในประเทศที่รถติดที่สุดในโลก  จากเมื่อ 10 ปีก่อน ยังมองดูประเทศจีนผ่านข่าว ที่มีคนรถติดบนสะพานข้ามเมืองจนต้องออกมาเดินบนถนน แก้เมื่อย ติดกันเป็นชั่วโมงๆ  เพราะมีรถมากวก่าถนนที่น้อยเกินไป

ล่าสุด ข่าวจากต่างประเทศ ก็รายงานจาก INRIX ว่าประเทศไทย  มีกรุงเทพฯ เป็นประเทศที่รถติดที่สุดในโลก หลังจากที่ปีที่แล้ว เราได้การันตีว่า กทม. ก็เป็นอันดับหนึ่งที่รถติดที่สุดในช่วงเวลาเร่งด่วน  ในส่วนอันดับ 2 ถ้าจำไม่ผิด จะเป็นอินโดนีเซีย หรือ มาเลเซีย ซึ่งจีน ตกไปอยู่ลำดับถัดไป แต่ก็ยังจัดเป็น Top 5

แปลนสะพานพุทธ ในอดีต

ว่ากันว่าปัญหารถติดในไทยจะไม่มีทางเบาลงไปได้ (อาจจะติดมากขึ้นกว่าเดิมไปด้วยซ้ำ) เนื่องจากการวางผังเมือง สถานที่สำคัญ และการเปิดปิดของออฟฟิศต่างๆ ที่ทำให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตบนถนนพร้อมกัน ซึ่งถ้าย้อนดูตามประวัติศาสตร์แล้ว ประเทศไทยรถติดตั้งแต่เริ่มเอารถเข้ามาเมืองไทย (สมัยนั้นมีสะพานพุทธ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงสะพานเดียว)

สำหรับกรุงเทพฯ อยากฝากขอแนะนำวิธีแก้ปัญหารถติด ในอีกแง่มุม เผื่อคนที่ตัดสินใจกับเรื่องนี้ได้จะผ่านเข้ามาเห็นบทความนี้   คือตอนนี้คนไทยรถติดจนไดอารี่ตุ๊สซี่ เอาไปเขียน ทำเป็นซีรี่ส์ถึงเรื่องขี้บนทางด่วนแล้ว

สาเหตุที่รถติด และวิธีแก้ มีดังนี้

  1. รถยนต์ในกรุงเทพฯ มีจำนวนมากเกินไป  ปัจจุบันนี้ทั้งที่จอดรถ และหน้าบ้าน หน้าตึกต่างๆ ในหมู่บ้าน เต็มไปด้วยผู้คนที่เอารถมาจอด  ทำให้เกิดปัญหาขวางทางจราจร
    1. ทำที่จอดรถมากขึ้น / ทำคอนโดสำหรับจอดรถยนต์
    2. ตรงไหนที่ยังไม่เคยมีเส้นทางเดินรถยนต์ก็ทำถนนมากขึ้น / ตรงไหนที่จะทำถนนแล้วก็ต้องวางแผนยาวถึงอนาคต 20 ปี ทำแล้วก็ทำให้เสร็จๆ ไป ไม่ต้องรื้อไปรื้อมา
    3. ก่อนทำถนน ปรึกษา การไฟฟ้า และประปา ให้จบไปในทีเดียว  จะได้ไม่ต้องรื้อถนนกันบ่อยๆ ให้รถติด
    4. เมื่อเราไม่สามารถแก้ปัญหามอเตอร์ไซต์วิ่งมาบนฟุตบาธให้ฟุธบาธพังได้ (บางที่ก็เอารถยนต์ขึ้นมาจอด) ทำให้ทรายที่อิฐตัวหนอนวางอยู่นั้นยุบ ก็ควรโบกปูนลงคอนกรีตไปกับฟุธบาธ ให้เป็นถนนแบบ mini ให้รถมอเตอร์ไซต์ จักรยาน วิ่งกันจริงจังไปเลยไหม?
  2. สถานที่สำคัญวางตัวกระจายกันมากเกินไป
    1. อย่างหน่วยงานราชการน่าจะตั้งอยู่ที่ใกล้ๆ กัน ทำอย่างศูนย์ราชการที่นนทบุรี ก็น่ารักดี
    2. โรงเรียน ควรจะอยู่ติดๆ กันไปเลย  จะได้ประหยัดเรื่องการบริหารสถานที่ สร้าง Landmark ให้แม่ๆ นั่งรอรับลูก, มีระบบจราจร และระบบรักษาความปลอดภัยให้กับเด็กอย่างเต็มที่
    3. ห้างสำคัญเลือกไปอยู่ตามหัวถนน แต่ไม่มีความรับผิดชอบเรื่องปัญหาคนเข้าห้าง  ต้องให้ห้างเว้นที่ไว้ให้รถยนต์เลี้ยวเข้าไปพัก
  3. เวลาเปิดปิดของสถานที่ต่างๆ ติดกันมากเกินไป
    1. ออฟฟิศเข้างานเวลาเดียวกันมากเกินไป อย่างเริ่มงาน 8.30 น. 9.00 น. เลิกงาน 16.00 น., 17.00 น. 18.00 น.

เบื่อมาก รถติด .. เบื่อกันไหม? ทุกวันนี้จะออกจากบ้านทีก็ต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับรวมวันละ 3 ชั่วโมง (13% ของทั้งวัน ต้อมาอยู่บนถนน) แม้จะมีกิจกรรมฆ่าเวลาระหว่างนั่งรถ แต่ก็ไม่ปลอดภัยเลยนะที่จะหยิบมือถือมาเล่นในเมืองที่อันตรายแบบนี้.. ว่าไหม??

 

เรื่องและภาพ : Admin TONHOM @febissue

ARC Award ประกวด “งานเขียน” ชิงรางวัล 100,000 บาท

สวัสดีค่ะ วันนี้เราขอนำงานประกวดเวที “ARC Award” เป็นเวทีใหม่จากค่าย อมรินทร์  ที่ยังไม่เปิดตัวกิจกรรมนี้อย่างเป็นทางการเท่าไหร่ แต่ก็มีกติกาและเงินรางวัลมาล่อใจให้คนรุ่นใหม่มได้ส่งประกวดกัน

 

ARC Award เป็นเวทีลูกๆ ก่อนหน้านี้ มีงานประกวดประเภท “นายอินทร์อะวอร์ด” แต่งานเขียนรุ่นใหม่อย่าง แนว How to, แกลอรี่ภาพ ฯลฯ ไม่ได้แจ้งเกิดเท่าไหร่  เวทีนี้จึงได้เกิดขึ้นมา

ใครสนใจก็รีบส่งกันนะคะ.. หมดเขต 31 มี.ค. 60 นี้นะจ้ะ

มาดูกติกากันก่อน  (ติดตามเพิ่มเติมได้ที่เพจ –> www.facebook.com/AmarinReadersChoiceAward)

14938134_1770350546547635_2746230151458437761_n

กระติก-กา (กติกา) ARC Award

1.ไทย – เป็นงานริเริ่มของผู้เขียน ผู้วาด ผู้สร้างสรรค์ที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก มิใช่งานแปล-แปลงหรือลอกเลียนผู้อื่น หากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาเกิดขึ้น ผู้ส่งผลงานต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
.
2.ยังไม่ตาย – ผู้เขียนมีชีวิตอยู่ขณะส่งผลงานเข้าประกวด
.
3.ไม่เคยพิมพ์ขาย – ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เป็นเล่มเพื่อการจำหน่ายมาก่อน แต่หากพิมพ์ไว้เฉยๆ ไว้แจก ไม่ขาย #ส่งได้! จะรวบรวมข้อเขียน รูปภาพจากเว็บ บล็อก สื่อออนไลน์ต่างๆ ที่ตนเป็นผู้สร้างสรรค์ไว้ก็ได้ ขอเพียงไม่เคยขาย ไม่เคยหารายได้ และเจ้าตัวมีสิทธิ์ถูกต้อง ได้!
.
4.ไม่จำกัดจำนวนและประเภท –ส่งผลงานได้ไม่จำกัดจำนวนและประเภท ย้ำ! ทุกประเภท! จะเป็นงานที่โลกเคยมีมาก่อนหรือเป็นงานที่ไม่มีใครจำแนกได้ว่ามันคืองานประเภทไหน ก็ได้! ส่งกี่ชิ้น ก็ได้!
.
5.ยาวพอรวมเล่ม –โปรดพิมพ์ต้นฉบับเป็นตัวพิมพ์ดีดหรือคอมพิวเตอร์ขนาดตัวหนังสือ 16 พอยต์ ที่สำคัญ ไม่จำกัดความยาวและความสั้นของชิ้นงาน ขอเพียงให้ยาวพอที่จะรวมเล่มได้ (ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาต้นฉบับลายมือเขียน)
.
6.สรุปมาหนึ่งหน้า – ส่งแนวคิดรวบยอดของงาน ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับงาน (สำคัญมาก เขียนมาด้วยนะจ๊ะ) เช่น ชื่องาน ประเภท เรื่องย่อ ฯลฯ พร้อมระบุชื่อและข้อมูลติดต่อของผู้เขียนมาด้วย โปรดจบใน 1 หน้า A4 ตัวหนังสือ 16 พอยต์
.
7.พิมพ์ส่ง – รับต้นฉบับทางไปรษณีย์เท่านั้น ไม่รับทางออนไลน์และช่องทางอื่นๆ โดยเด็ดขาด โครงการประกวดจะไม่ส่งคืนต้นฉบับในทุกกรณี ยกเว้นผลงานที่มีภาพ ให้มารับคืนได้ด้วยตนเองภายใน 1 เดือน หลังประกาศผล
.
8.ไม่มอบหากไม่เฟี้ยว – สงวนสิทธิ์พิจารณาเฉพาะผลงานที่ทำตามกติกาเท่านั้น โครงการประกวดขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่มอบรางวัลหนึ่งรางวัลใด หากผลงานที่ส่งประกวดไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่คณะกรรมการกำหนด
.
9.กรรมการใหญ่ที่สุด! – ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
.
ส่งผลงานได้แล้ววันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560
ที่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
ฝ่ายหนังสือเล่ม อาคาร B ชั้น 2
เลขที่ 378 ถนนชัยพฤกษ์ แขวงตลิ่งชัน
เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
(วงเล็บมุมซอง ส่งผลงานโครงการ ARC Award)
.
หวังใจจะได้อ่านงานคุณ
#ARCAward
#มากกว่ารางวัลคือคนอ่าน

[FEBISSUE] ภาพอาร์ท ฝรั่ง คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

                คลอดลูกในน้ำ ..เพิ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเมื่อตอนดาราสาว กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ได้คลอดลูกสาว (น้องเป่าเปา) ใต้น้ำ  โดยที่เป็นกระแสฮือฮาพักหนึ่งว่าทำได้ด้วยหรือ?  ซึ่งกรณีของดาราสาวนี้คลอดที่โรงพยาบาลชั้นนำ ได้รับการดูแลจากคุณหมออย่างใกล้ชิด  นอกจากนี้ยังมีเพื่อนสนิทเข้าสังเกตการณ์ด้วย ได้แก่ คุณวู้ดดี้ และแจ็ค แฟนฉัน

แต่บางคนยังไม่ทราบว่าการคลอดลูกใต้น้ำนั้นเป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ  ฝรั่งนั้นเขาใช้วิธีนี้มานาน (ทำกันที่บ้านด้วย)  มีความปลอดภัยสูง  และการคลอดนั้นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ดั่งที่ครอบครัวหนึ่งได้เผยแพร่ภาพให้เราได้เห็นกัน

การคลอดลูกในน้ำ  มีความปลอดภัยเนื่องจากเด็กขณะอยู่ในท้องนั้นต้องกลืนและหายใจในน้ำคร่ำอยู่แล้ว  แต่หลังจากออกมาสู่โลกภายนอกจะเรียนรู้การหายใจผ่านจมูกเป็นครั้งแรก  แต่ก็ยังจดจำวิธีหายใจได้ตามสัญชาตญาณ  ภาพชุดที่เผยแพร่ออกมานี้  สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนทั่วโลก  เพราะเป็นการคลอดลูกแฝด  และช่างภาพก็ได้ถ่ายทอดอารมณ์ของภาพได้สวยงาม (ไม่ดูโป๊จนเกินไป)  มาชมพร้อมๆ กันเลยค่ะ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

 

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

คลอดลูกในน้ำ

 

หากคุณกำลังมองทางเลือกเรื่อง “การคลอดในน้ำ” ก็ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย  และมีความเชื่อบางส่วนเผยแพร่ว่าเด็กจะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ได้มากกว่าวิธีคลอดแบบอื่น  แต่สำหรับคนไทยนั้นอาจจะต้องเลือกสถานพยาบาลที่เชี่ยวชาญ  เพราะยังเป็นเรื่องใหม่ และค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าวิธีคลอดปกติค่ะ  หากต้องการดูภาพเพิ่มเติม  เข้าไปชมได้ที่ https://www.facebook.com/birthphotogs
เรื่องและภาพ @ต้นหอม #แอดมินต้นหอม @febissue #febissue
ที่มาภาพจากแฟนเพจ : birthphotographers.com