ข้อคิดจากเรื่อง 13 เด็กหายที่ถ้ำหลวง กับตำนานประวัติถ้ำหลวงนางนอน

วิทยาศาสตร์กับไสยศาสตร์ เรื่องเด็กหายในถ้ำ 2018

มันเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงมาก ที่โค้ชพาเด็กเขาไปฝึกซ้อมฟุตบอล (สอดคล้องกับช่วงฟุตบอลโลก) ในถ้ำห่างไกล ท่ามกลางส่วนอุทยาน จังหวัดเชี่ยงราย ซึ่งถือว่าเป็นถ้ำที่มีประวัติ และตำนาน ที่ชาวบ้านพูดว่า กลางวันยังไม่กล้าเข้าไป   ณ ตอนนี้หลายคนเป็นกำลังใจให้ค้นพบเด็ก ๆ ทั้ง 13 คน และบางคนก็สงสัยว่าทำไมผู้ใหญ่ต้องพาเด็กเข้าไปซ้อมในที่อันตรายขนาดนั้น

ข้อคิดจากเรื่อง 13 เด็กหายที่ถ้ำหลวง กับตำนานประวัติถ้ำหลวงนางนอน

ตามข่าว น้อง ๆ หายไปตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีชาวต่างชาติติดอยู่ 7 วัน แต่รอด! ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่จัดหน่วยซีล 17 นาย ตั้งเป็น 4 ชุด ให้เข้าไปค้นหาเด็ก ๆ ในถ้ำ และโรยน้ำดื่มกับอาหารไปกับลำน้ำ เพื่อให้พัดพาไปตามกระแสน้ำ ให้เป็นอาหารแก่เด็ก ๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำ เนื่องจากช่วงนี้มีพายุฝนตก เกิดทางน้ำไหลปิดทางเข้าออกของถ้ำ และเป็นกังวลว่าจะปิดกั้นโพรงอากาศจนเด็กไม่สามารถออกมาได้

ว่ากันว่าก่อนหน้านี้ เด็ก ๆ เคยเข้าไปฝึกซ้อมที่ถ้ำดังกล่าวแล้ว ในช่วงปี 2016 จึงไม่คิดว่าจะเป็นอันตรายใด ๆ ท่ามกลางที่ชาวบ้านมีตำนานเล่าลือเกี่ยวกับถ้ำนี้หลายอย่างด้วยกัน

วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน

เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย  มีจุดสำคัญคือ บริเวณขุนน้ำนางนอน , ถ้ำหลวง  มีพิกัดอยู่ที่ พิกัดวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน : 20.379731,99.867461 มีบ้านพักและค่ายค้างแรมให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเหมือนวนอุทยานแห่งชาติอื่น ๆ ตั้งอยู่ตำบล โป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย (รหัสไปรษณีย์ 57130) ตามข่าวบอกว่าอาจจะทะลุพม่าได้ อาจไม่เป็นความจริง แต่ทิศตะวันตกของเขานี้ จรดภูเขาของพม่าเท่านั้น

ทิศเหนือ : จรดดอยจ้องและห้วยน้ำจอง
ทิศใต้ : จรดดอยผู้เฒ่าและลำห้วยน้ำค้าง
ทิศตะวันออก : ติดที่ราบรอบภูเขา
ทิศตะวันตก : ติดภูเขาลูกใหญ่ที่ทอดยาวมาจากพม่า

ตำนาน ถ้ำหลวง นางนอน “ตำนานเจ้าแม่ดอยนางนอน”

ว่ากันว่าหากมองในมุม Landscape จะเห็นเป็นรูปผู้หญิงนอนหงาย และมีส่วนท้องเสมือนเป็นหญิงตั้งครรภ์ เล่ากันว่า เธอคือเจ้าหญิงแห่งเมืองพม่า ที่รักกับคนเลี้ยงม้า แต่ความรักถูกกีดขวาง และหลังจากเธอเสียชีวิตตรอมใจ ก็กลายเป็นหิน และมีคนไปติดอยู่หลายต่อหลายคนแล้ว มี 2 ตำนานที่เล่าถึงถ้ำนี้ว่า

1

เดิมทีมีเจ้าหญิงเมืองสิบสองปันนา รูปโฉมงดงาม ได้แอบรักกับชายเลี้ยงม้าในวัง ตั้งครรภ์และหนีมาถึงตรงจุดบริเวณใกล้ลุ่มน้ำโขง แต่เดินทางต่อไม่ไหว ทางชายคนรักอาสาไปหาอาหารมาให้ ภายหลังถูกทหารของเจ้าเืองฆ่าตาย จึงใช้ปิ่นปักผมของตัวเองแทงพระเศียรของตัวเองเพื่อตายตาม เส้นเลือดกลายเป็นต้นแม่น้ำของดอยนางนอนปัจจุบันนี้ ตรงส่วนของท้องกลายเป็นถ้ำ เรียกกันว่า “ถ้ำหลวง” 

2

ดอยที่ติดกับพระเศียรของเจ้าหญิง มีชื่อว่า ดอยจ้อง และ ดอยย่าเฒ่า ซึ่งเป็นตำนานจองปู่เจ้าลาวจก ซึ่งเป็นตำนานของต้นตระกูลล้านนาอีกทีหนึ่ง ครอบคลุมอาณาเขตพื้นที่ของดอยตุงปัจจุบัน

 

ชาวบ้านแชร์กันว่า ขนาดกลางวันยังไม่มีคนกล้าเข้าไป ภายในนั้นยาวกว่า 10 กิโลเมตร และเต็มไปด้วยอาถรรพ์ มีความเชื่อเรื่องถ้ำพญานาค ใครที่พูดจากล่าวล่วงก็มักไม่ได้ออกมา

เชื่อกันว่าดอยนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของราชวงศ์พญามังราย  และปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพระตำหนักดอยตุง

(ภาพจากเว็บไซต์เชียงรายโฟกัส)

ว่าแล้วก็นึกถึงหนังสือเรื่อง “หุบเขากินคน” ของ มาลา คำจันทร์ เมื่อนานมากแล้ว ที่เล่าว่ามีกลุ่มเด็กไปเข้าค่ายลูกเสือ แล้วติดหลงยุคไปเจอกับยุคของพระเจ้าชัยวรมัน โดย 1 ในเด็กกลุ่มนั้น เป็นลูกหลานของเจ้าครองนคร และได้ตอนหลังก็ต้องไปช่วยพี่ชายที่ถูกจับ และไม่ได้กลับมาในยุคปัจจุบันเหมือนเพื่อน ๆ แต่เด็กทั้ง 13 คนนี้ คาดว่าคงจะปลอดภัย

 

เรื่องความเชื่อ ยังคงเป็นอันดับต้น ๆ ของคนไทย ที่คิดว่าการหายไปในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเข้าไปอย่างไม่เหมาะสม นอกจากไม่มีทีมเจ้าหน้าที่พาเข้าไปแล้ว อาจจะยังไปกล่าวล่วงถึงเจ้าของที่ที่ไม่พอใจ ในขณะเดียวกัน ด้านวิทยาศาสตร์มองว่า เด็กอาจจะขาดอากาศ และอาหาร รวมถึงได้รับความชื้น จนอาจจะเป็นอันตรายได้

 

ใครที่มีลูกมีหลาน เพื่อความปลอดภัยไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม แต่หากยังไม่เป็นบรรลุนิติภาวะก็ควรสอนให้ไม่ไปไหนง่าย ๆ แม้ว่าจากคนที่เป็นโค้ชหรือครู หรือญาติ ก็ตาม

 

และคอหวยงวด 1 กรกฎาคม 61 นี้ ก็เล็งเลข 13 กับ 112 ไว้ เนื่องจากเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับข่าวดัง ทั้งจำนวนของเด็กที่ศูนย์หาย และ เลขของเครื่องบินรบที่ไปช่วย นอกจากนี้อย่าพลาดเลข 17 เป็นจำนวนหน่วยซีล ที่เข้าไปช่วยเด็ก ๆ ในครั้งนี้ หวังว่าน้อง ๆ ทุกคนจะปลอดภัย และไม่อยากให้ผู้ใหญ่ท่านอื่น ๆ พาเด็กไปในสถานที่สงวนพิเศษ ที่ไม่เหมาะสมไปซ้อมกีฬาแบบนี้อีก

 

Update ล่าสุด พบน้อง ๆ แล้ว เตรียมออกจากถ้ำในวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 นี้ และเด็ก ๆ ก็ไม่ได้มีสภาพอิดโรย อ่อนแรง เนื่องจากประทังชีวิตด้วยการดื่มน้ำฝน

ลักษณะอาการเหมือนมาเที่ยวเล่นและรอน้ำลดค่อยปีนออกกลับทางเดิม โดยไม่ได้ทราบว่าด้านนอกมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากทั่วโลกมาคอยช่วยเหลือ

93F3D72F-2991-48B6-8E70-131000CBA0F0

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่ทุ่งนาเกษตรกรรมได้รับความเสียหายนับ 100 ไร่ เนื่องจากทีมงานได้ผันน้ำออกจากถ้ำลงมาสู่ที่ดินทำการเกษตรของชาวเชียงราย ซึ่งท่ามกลางการนำเสนอข่าวที่ชูโรงว่าเด็ก ๆ ทั้ง 12 และผู้ช่วยโค้ช เป็นพระเอก ก็มีอีกหลายคนที่มองว่าเรื่องนี้ เด็ก ๆ ควรได้รับการตักเตือนหลังจากสภาพร่างกายฟื้นฟู และควรจะใช้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้แก่ผู้อื่นอีกต่อไป

 

7B243C69-361B-413A-9D75-3509A85EC878
ภาพที่แชร์กันอยู่ใน Social

สรุปแล้ว คน 5 แบบ ที่ยุงชอบกัด และทำไมยุงต้องกัดคุณ

คน 5 ประเภทที่ยุงชอบกัด

บางทีคนแพ้ยุง โดนกัดที คันเป็นผื่นแพ้ ทำไมยุงต้องกัดเราคนเดียวด้วยนะ ถ้านั่งกันอยู่ 10 คน จะมาคน 5 ประเภท ที่ยุงจะหมายปอง จ้องไว้ก่อนอย่างดี ว่าต้องของงับคม เจาะลงไปคว้านหาเลือดก่อนเลย มาดูกันว่า มีใครบ้าง

1 คนท้อง

เหตุผลที่คนท้องมักโดนยุงกัด ก็คือ ยุงได้กลิ่น คาร์บอนไดออกไซด์จากตัวคุณ โดยมีการศึกษาพบว่าคนท้อง อายุครรภ์ 28 เดือนขึ้นไป จะมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าคนปกติ 21% ส่งผลให้ตัวจับกลิ่นของยุง ไวต่อกลิ่นตัวคนท้องมากกว่าคนปกติ

2 คนเลือดกรุ๊ปโอ

เคยได้ยินบ่อยมากว่ายุงจะชอบกัดคนเลือดกรุ๊ปโอ อันนี้จริงไหม? คำตอบคือ จริง เพราะคนเลือดกรุ๊ปโอจะมีกลิ่นตัวระดับเซลล์ผิว ที่ยุงเท่านั้นจะปรารถนา ผิวของคนเลือดกรุ๊ปโอจะหอมน้ำตาล (Flavor) บางอย่าง ที่คนเลือดกรุ๊ปอื่นไม่มี

3 คนเหงื่อเยอะ

เช่นเดียวกับเหตุผลข้อ 1 คือ คนที่เพิ่งไปออกกำลังกายมา หรือ ทำงานมาทั้งวันแล้วนังไม่ได้อาบน้ำ จะมีกลิ่นตัวอบเหงื่ออย่างที่ไม่เคยเป็นในช่วงปกติของวัน ทำให้ไวต่อการดมกลิ่นของ ยุง เป็นพิเศษ

4 กินเบียร์มา

คนกลิ่นเบียร์  ตัวน้ำตาลจากเบียร์จะหมุนเวียนเข้าสู่กระแสเลือด และแอลกอฮอล์จะลำเลียงถูกส่งต่อระดับเซลล์ ทำให้คุณเป็นที่หมายปอง จากมวลมหาประชายุง  ยิ่งดื่มมาก ดื่มนาน ยุงยิ่งมารุม  แต่คนดื่มเหล้า  ไวน์  อาจจะไม่เห็นผลเท่าครดื่มเบียร์เนื่องจากสารที่ย่อยสลาย แบะดูดซึม

 

5 มียีนส์บางอย่าง ที่ยุงชอบ

นอกจากกลิ่นหอมแบบน้ำตาล / มีคาร์บอนไดออกไซด์มาก ยังมีคุณสมบัติเฉพาะตัวพิเศษ ที่ยุงชอบ  อาจจะเป็นความหอมแบบเคล้าคลุ้งอย่างอาหารจานโปรด  โดยนักวิทยาศาสตร์สังเกตจากเลือดในตัวยุงที่ถูกเก็บในอำพัน

ทำไมยุงต้องกัด

มีแต่ยุงตัวเมียเท่านั้นที่กัดคน เพราะนางจะเอาเลือดไปเป็นส่วนประกอบขั้นตอนการวางไข่ ไม่ใช่ว่ายุงกัดเพราะหิว มันกัดเพื่อต้องการแพร่พันธุ์ ยุง 1 ตัวอาจออกไข่ได้เป็นร้อยฟอง ออกมาเป็นตัวไรน้ำ

วิธีแก้

ทาโลชั่นเบาๆ หลอกยุงว่าผิวไม่มีกลิ่นเหงื่อ จะได้ไปกัดคนอื่น

 

เรื่อง นิตยสารไทม์

ฝรั่งเกือบจดลิขสิทธิ์แมวไทยพันธุ์ใหม่ พบแค่ 15 ตัวในกรุงเทพฯ

กลุ่มแมวสยาม พบแมวไทยสายพันธุ์ใหม่ ชื่อแมวไทยวิฬารกรุงเทพฯ

ใครจะไปคิด ว่าแมวจรที่ถูกผสมข้ามสายพันธุ์ไปมา หรือบางทีก็มีพันธุ์ขนยาวต่างชาติมาผสม จะกลายเป็นแมวสายพันธุ์ใหม่ ไม่เคยมีมาก่อนในโลก ล่าสุดเพจ แมวสยาม cat of thailand  เผยว่าค้นพบ  ไม่ใช่สิ! ต้องบอกว่ายืนยันว่าแมวที่พบนี้ ไม่เคยมีบัญญัติสายพันธุ์มาก่อน และเหตุที่ให้ชื่อว่า วิฬารกรุงเทพ ก็เพราะว่า พบกระจายอยู่ในกรุงเทพ เจอที่แรก ๆ ที่สีลม

แม้ว่าชื่อจะคล้ายกับเพลงภูมิแพ้กรุงเทพ แต่เรื่องราวก็ดราม่าพอกัน

เหตุใดหนอ ! genetic แมวไทย ถึงต้องส่งให้ฝรั่งถอดรหัส

ในข่าว (ตามเนื้อหาที่คัดลอกมาด้านล่างจากเพจโดยตรง) อธิบายว่า  ทางกลุ่ม เคยจ้างนักวิจัยต่างชาติให้ศึกษาเรื่องยีนของแมวตัวนี้ และพบว่าเป็นแมวที่ไม่เคยปรากฎสายพันธุ์มาก่อน ตอนนี้ที่พบกระจายอยู่ 10 กว่าตัวที่กรุงเทพฯ คาดว่ามีคนนำมาเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว  ค่าใช้จ่ายการวิเคราะห์หายีนแมวนี้ อยู่ที่ 100,000 บาท และทางกลุ่มพอพักเรื่องการวิจัยนี้ไว้ก่อนแล้ว  เนื่องจากตกลงเงื่อนไขกับนักวิจัยต่างชาติไม่ได้ และคาดว่าจะไม่ได้วิเคราะห์ต่อในเร็ว ๆ นี้

คนไทยทำได้ไหม? ถอดรหัสแมว?

เนื่องจากสัตว์ ยังไม่มีการศึกษาเรื่อง Gene และ Genome อย่างจริงจังเหมือนยีนมนุษย์ จึงไม่มีชุดน้ำยาสำเร็จรูปที่พัฒนามาเฉพาะ เหมือนที่ใช้ตรวจสอบพ่อ แม่ ลูก แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำได้ คือ ศึกษา Paper ยีนแมวที่เคยมี และทำการแยกประเภทจากท่อน โครโมโซมบางส่วน ที่เรียกว่าวิธีการ AFLP โดยติด Maker ที่สงสัยไว้ในท่อน DNA

มหาวิทยาลัยที่ทำได้ น่าจะมี ม.เกษตร  และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  คนที่เรียน Genetic ทุกคนมา สามารถทำได้  แต่สัตวแพทย์ อาจจะงง ๆ  นิดหน่อย จำเป็นต้องอาศัยคนที่ปรับปรุงพันธุ์สัตว์นี้โดยเฉพาะ

และนักวิจัยจาก สวนสัตว์ ไทย ทำได้.. แต่จะติดเรื่องงบประมาณ คงไม่มีใครคิดจะสนับสนุน การวิเคราะห์ วิจัยพันธุ์แมวไทย

เรื่องของแมวไทยที่น้อยคนรู้

แมว เป็นสายพันธุ์ที่แยกมาจากเสือ และการบันทึกเรื่องแมวอย่างจริงจัง มีที่อิยิปต์ และ ไทย คาดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงตามเส้นทางสายไหม (จากจีน ไป เมดิเตอเรเนียน) และประเทศไทยถือว่ามีความหลากหลายของสายพันธุ์แมวมากที่สุดในโลก  พูดสั้น ๆ ก็คือ แถบอากาศแบบบ้านเรา ทำให้พันธุกรรมของแมวนั้น รักษาและขยายเผ่าพันธุ์ได้ดี ประเทศไทยถือว่ามีความสมบูรณ์ด้านพันธุกรรมแมวมากที่สุดในโลก (เห็นแล้วอยากเรียนต่อเพื่อ Sequencing ยีนแมว) ถ้าจำไม่ผิด ประเทศไทยไม่มีผู้ศึกษาเรื่องยีนแมวโดยเฉพาะ ไม่เหมือนกับ ปลา  หนอน  หอย และลิง ที่มีผู้ศึกษาเฉพาะ

ดูแล้วถ้าเป็นวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ต้องเป็นระดับปริญญาโท – เอก สามารถทำเป็นหัวข้อ Thesis  แต่คงไม่ใช่แค่ศึกษา ยีนเดียว น่าจะต้องใช้เวลา Confirm แต่ละยีน ประมาณ 3 ปี

หน้าตาของ วิฬารกรุงเทพ

ถ้ามองเผิน ๆ หน้าตาเหมือนแมวทิ้งข้างถนน ที่เป็นสีสวาท ผสมมั่ว กับตัวอะไรสักอย่าง แล้วขนหางยาว แต่ถ้ามองดี ๆ วิฬารกรุงเทพ มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งสีตา  สีขน หน้าแหลม และความยาวของขน (ทางเพจบอกว่าเป็นสีอบเชย)

 

เรื่องและภาพโดย – เพจ แมวสยาม cat of thailand

 

 

ต้นฉบับ

 

“แมววิฬาร์กรุงเทพ”
Wila Krungthep cat.

นับตั้งแต่นี้ไปเราจะเรียกแมววิฬาร์กรุงเทพ แทนชื่อแมวมอคค่า และจะไม่กลับมาเรียกชื่อแมวมอคค่าอีก โดยคำว่า “วิฬาร์” ในภาษาบาลี-สันสกฤต หมายถึง แมว และคำว่า “กรุงเทพ” หรือ Bangkok หมายถึงเมืองหลวงของประเทศไทยในปัจจุบัน ในทั้งนี้ เราจะใช้ทับศัพท์ซ้อนกันคือคำว่า แมว+วิฬาร์ คือ แมววิฬาร์กรุงเทพ เพื่อให้เป็นศิริมงคลแด่ชื่อ เพราะในประเทศไทย ภาษาบาลี-สันสกฤต เป็นภาษาอันสูงสุดในการใช้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาพระศาสนา, ชื่อ, นามสกุล, ถนน หรือชื่อเมือง รวมถึงหลายๆอย่างที่นิยมนำมาตั้ง

เหตุผลในการตั้งชื่อแมววิฬาร์กรุงเทพ มีดังนี้

  1. แมวไทยชนิดนี้เป็นแมวไทยชนิดใหม่ที่พึ่งค้นพบในสมัยรัชกาลที่ 9 เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว จึงไม่มีบันทึกในตำราสมุดส่อยสมัยกรุงศรีอยุธยา และไม่มีชื่อเรียกใดๆที่เป็นภาษาไทย

  2. หลังจากการศึกษาวิจัยใน 2 ปีแรก เราได้รู้ว่าแมวไทยชนิดนี้ไม่ตรงกับ DNA ของแมวชนิดใดบนโลก และตรวจ Genetic ไม่พบพันธุกรรมใดๆที่เหมือนกับแมวชนิดอื่นๆ จึงนำไปสู่การตามหาแมวในลักษณะเช่นนี้ และพบว่าในปัจจุบัน (มกราคม 2561) พบแมวลักษณะเช่นนี้กว่า 25 ตัวในประเทศไทย

  3. จากการตรวจสอบพบว่า ในจำนวนแมวกว่า 25 ตัว พบในกรุงเทพมหานครถึง 15 ตัว โดยทั้ง 15 ตัวนี้กระจายกันอยู่คนละที่คนละแห่ง โดยไม่ได้เป็นพี่น้องหรือญาติกัน รวมถึงยังไม่มีการ Breed แมวไทยชนิดนี้ สามารถดูข้อมูลได้ที่ https://catsofthailand.com/2017/07/29/list-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2-2/

  4. มีการปรึกษากันหลายครั้งในกลุ่มนักวิจัยแมวไทย ว่าจะใช้ชื่ออะไรดี มีการเปิดโหวตชื่อกันมาตั้งแต่ 2560 แต่ยังไม่มีชื่อไทยที่เหมาะสม จึงมีการเรียกชื่อแมวไทยมอคค่าไปก่อน ตามที่ได้เรียกกันตั้งแต่แมวตัวแรกๆที่ศึกษา เพราะคิดว่ามันเป็นเพียงสีใหม่เท่านั้น (สีแปลกประหลาด) โดยตั้งชื่อให้สอดคล้องกับยีนส์สีแมวบนโลกที่มีเช่น ยีนส์สีศุภลักษณ์ ในทางสากลเรียกสี Chocolate, ยีนส์สีอบเชย ในทางสากลเรียกสี Cinnamon โดยตอนนั้นยังไม่มีการวิจัยที่สมบูรณ์ โดยชื่อมอคค่านี้ทางฝ.เป็นคนเรียกและสร้างเพจออกมา โดยแมวของเขาก็นำเข้าไปจากประเทศไทย (นำเข้าเป็นแมว Tonkinese-วิเชียรมาศ-เบอร์มีส แต่ออกลูกมาเป็นแมวมอคค่า) เขาจึงสร้างเพจแมวของเขาว่ามอคค่า ถึงแม้ว่าแมวของเขาจะไม่ใช่ตัวแรกของโลกก็ตาม ในประเทศไทยเรียกแมวไหมทอง แต่แมวไหมทองเป็นเพียงชื่อของแมวตัวหนึ่ง

  5. ต่อมาเกิดข้อพิพาท ฝ.คนหนึ่งต้องการจะ Breed แมวไทยชนิดนี้เอง และเขาอ้างสิทธิในชื่อแมวโดยที่เขายืนยันว่าจะวิจัยในทางของเขา จะใช้ชื่อนี้ และจะอินบรีดแมว โดยเราไม่เห็นด้วยในข้อปฏิบัติของเขา ทั้งในชื่อแมวไทยที่เป็นฝ.
    (เราอ้างสิทธิว่าเป็นแมวที่มีต้นกำเนิดในประเทศไทย เราต้องการชื่อแมวไทย แต่เขาสั่งให้เราไปหาชื่อมาให้เขาเลือก โดยไม่มีคนไทยเลยในการบรีด) และการอินบรีดแมว เราสืบทราบมาว่าในประเทศของเขามียีนแมวชนิดนี้เพียงไม่มียีน และมียีนแท้ไม่เกิน 3ตัว (ส่วนมากเป็นยีนแฝงที่เขาผสมกับแมว Tonkinese) เขายืนยันว่าจะอินบรีดโดยให้ลูกหลานผสมกันเอง โดยจะให้ยีนแฝงมาจับคู่กันเองและเกิดยีนแท้ ทางไทยจึงขอแยกทางกัน “โดยเราจะไม่ใช้ชื่อเรียกแมวมอคค่าของเขา” และจะไม่ร่วมงานวิจัยใดๆกันทั้งสิ้น เพราะเราเริ่มวิจัยเองมาตลอดตั้งแต่แรกหมดเงินกว่า 100,000 บาท โดยที่เขาดูผลงานของเรามาตลอดและจะนำไปพัฒนาต่อ เขาอ้างเหตุผลว่าต้องการวิจัยเองเพราะรอทางไทยไม่ไหว แต่ทางไทยทำงานมาตลอดเพียงแต่ไม่ได้บอกคนภายนอก เพราะเรามีกลุ่มเฉพาะสายพันธุ์แมว และสงวนลิขสิทธิ์การรับรู้เพียงคนไทย

  6. ชื่อ “แมววิฬาร์กรุงเทพ” จึงตั้งขึ้นเพื่ออ้างสิทธิ์ในความเป็นไทยแท้ และต้นกำเนิดของพันธุกรรมแมวชนิดนี้จริงๆว่ามีที่มาจากประเทศไทย และพบได้มากในเมืองหลวงกรุงเทพฯ เราจึงไม่ตั้งชื่ออื่นๆที่ไม่สอดคล้องกับชื่อเมือง-ประเทศ เพื่อป้องกันการเทคโอเวอร์ในอนาคต เช่น ถ้าแมวตั้งเป็นชื่ออื่นโดยไม่มีมูลเหตุของที่มาของแมวนั้นๆ คนทั่วโลกจะไม่รู้เลยว่าต้นกำเนิดมาจากไหน และจะมีการส่งแมวกันข้ามไปข้ามมาเพื่อพัฒนาให้สากล และบิดเบือนต้นกำเนิด เช่นแมวเบอร์มีส แมวบาหลี แมวหิมาลายัน พันธุกรรมมาจากประเทศไทย แต่คนทั่วโลกไม่ทราบเพราะคิดว่าชื่อแมวคือถิ่นกำเนิด

  7. “แมววิฬาร์กรุงเทพ” ตั้งให้สอดคล้องกับชื่อแมวไทยสากลชนิดอื่นๆด้วย เช่น แมวโคราช(แมวสีสวาด) หรือในตำราเรียกว่าแมวมาเลศ แต่คนทั่วโลกเรียกว่า Korat cat, แมววิเชียรมาศ เริ่มแรกชื่อแมว Siamese cat หรือแมวสยาม จนโด่งดังไปทั่วโลก เป็นต้น หากเราสังเกตุแมวทั่วโลกดีๆจะพบว่าชื่อแมวนั้นมักตั้งตามชื่อเมืองหรือชื่อประเทศ เช่น แมวบอมเบย์(เมืองในอินเดีย), แมวหิมาลายัน(เทือกเขาหิมาลัย), แมวบาหลี(เกาะบาหลี), แมวฮาวาน่า(เมืองฮาวาน่า) หรือแม้แต่แมวสก็อตติช แมวบริติช แมวเมนคูน แมวเบงกอล มักมีที่มาของชื่อเสมอ

  8. แมวไทยชนิดนี้ ตัวแรกของโลกยังถูกพบที่กรุงเทพมหานครอีกด้วย เป็นแมวจรแถวๆสีลม ซึ่งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร

  9. แมวไทยชนิดนี้ ตัวแรกที่ค้นพบมีชื่อว่าเจ้า “ไหมทอง” หรือ “Mai Thong” ตอนแรกมีการพิจรณาในการใช้ชื่อนี้ แต่จากการคุยเรื่องที่จะวิจัยในอนาคต มีการให้ความเห็นว่า “ไหมทอง” เราจะนำไปใช้เรียก Genetic ของแมวชนิดนี้ ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าพันธุกรรมมันคืออะไร หากเราทราบพันธุกรรมของมันซึ่งเป็น code เราจะใช้ชื่อไหมทองไปเรียกในนาม “ยีน” คือ ยีนส์ไหมทอง โดยตอนนี้สันนิฐานว่าแมวชนิดนี้เป็นแมวในกลุ่มหน้ากาก วงศ์เดียวกับแมววิเชียรมาศ, เบอร์มีส, ท็องกินีส มีการตั้งชื่อยีนหน้ากากคร่าวๆกันไว้ว่า cmcm มาจากคำว่า Color of Mai Thong เพื่อให้เกียรติแมวตัแรกที่ค้นพบ

  10. ตอนนี้มีการตั้งทีมวิจัยใหม่ขึ้นมา ซึ่งกำลังจะเริ่มขึ้นในเร็วๆนี้ โดยเป็นการวิจัยใหม่ครั้งใหญ่ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา เราได้ส่ง Genetic ไปตรวจในต่างประเทศหลายครั้งแล้วแต่ไม่ประสพผลสำเร็จ เราจึงต้องวิจัยกันไปเรื่อยๆ โดยครั้งนี้จะทำใหม่ที่ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ (ขอไม่บอกรายละเอียดใดๆ)

ปล. ใครมีแมวลักษณะดังกล่าว ติดต่อหลังไมค์มาด้วยนะครับ ตอนนี้เราจะรวบรวมให้มากที่สุดเพื่อเก็บตัวอย่าง DNA

ขอขอบคุณรูปภาพจาก สมาคมแมวไทยโบราณนานาชาติ TIMBA และข้อมูลอันเป็นประโยชน์จากผู้ใหญ่ทุกๆท่านที่ไม่ได้ออกนาม ^_^

และ Admin จะมาแจ้งรายละเอียดให้ทราบในครั้งต่อไป หากมีข้อสงสัยหลังไมค์มาสอบถามได้ครับ จะตอบเท่าที่ตอบได้ Admin ไม่อยากให้ทุกคนดราม่า เราเป็นคนไทยต้องรักกันไว้นะครับ ชื่อแมวไทยชนิดนี้เราคงใช้กันไปก่อน เพราะเรามีความหวังในข้อ 34 ของโพสที่แล้ว

งานเข้า! ประธานอิตาเลี่ยนไทย ตั้งเต็นท์ ฆ่าสัตว์ป่า

ข่าวใหญ่ เปรมชัย กรรณสูต รวมพวก 4 คน ล่าสัตว์ป่า เขตทุ่งใหญ่ นเรศวร

อีก 1 ข่าวใหญ่ เป็นเรื่องที่แอดมินรับไม่ได้แห่งปี  เริ่มต้นเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 61 ที่ผ่านมา และเริ่มเป็นข่าวดัง เมื่อคุณ ศศิน เฉลิมลาภ ผู้ที่ต่อสู้และอนุรักษ์ เพื่อธรรมชาติ ได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวนี้อีกครั้งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 61 ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.  ถึงเหตุการณ์ที่ ทหาร เจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลเขตพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวร จับนักท่องเที่ยวเข้าไปกางเต็นท์ ล่าสัตว์ป่า พกปืนไรเฟิล ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อุกอาจมาก

สิ่งที่อ่านแล้วเสียความรู้สึก คือ ผู้กระทำความผิด เป็นถึงประธานบริษัทที่ได้รับตราครุฑ คือ บริษัท อิตาเลี่ยนไทย  ซึ่งถือเป็นอีก 1 บริษัทเก่าแก่ ที่ได้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้เป็นบริษัทในราชูปถัมภ์   ซึ่งเป็นบริษัทที่ ออกแบบโครงสร้าง และ ก่อสร้าง สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น

  • โครงการสร้างถนน
  • โครงการก่อสร้าง อาคาร หน่วยงานราชการสำคัญ ฯลฯ
  • โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า
  • โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เพียงประเทศไทยเท่านั้น  บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ยังได้ดำเนินกิจการ กับประเทศเพื่อนบ้านเรา อย่างพม่า อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเรื่อง ความรวย และอำนาจของกลุ่มบริหาร / ถือหุ้น ในบริษัทนี้

 

 

สำหรับสิ่งที่เป็นความผิดของคุณ เปรมชัย กรรณสูต ในครั้งนี้ คาดว่าจะโดนไป 6 ข้อหา ได้แก่ การตั้งเต็นท์ ในพื้นที่ห้าม, การพกอาวุธปืน, การฆ่าสัตว์ป่าสงวน, มีซากสัตว์ป่าสงวนไว้ในครอบครอง ฯลฯ   ซึ่งหลายท่านทราบว่า การจะเข้าไปตั้งเต็นท์ในทุ่งใหญ่นเรศวรได้ ต้องได้รับการอนุญาตจากกรมอุทยาน และอยู่ ๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าไปตั้งเต็นท์ ค้างแรมได้  ส่วนใหญ่มักเป็นการเข้าไปศึกษา พันธุ์สัตว์ป่า จากคณะมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือ หน่วยงานพิเศษของทางราชการ  ซึ่งการเข้าไปกระทำความผิดครั้งนี้เป็นที่สงสัยของชาวบ้านธรรมดา ตาดำ ๆ อย่าง เรา ๆ  ว่า เขาเข้าไปได้อย่างไร? และทำไมไม่รู้กฎหมายว่าห้ามล่าสัตว์ป่า สัตว์สงวนเชียวหรือ?

สำหรับสัตว์ป่า  ที่ทำให้มีความผิดในครั้งนี้ คือ ไก่ฟ้า และ เสือดำ ซึ่งพบเป็นซาก และจำนวนยังไม่ปรากฎ   ปริมาณเสือดำในประเทศไทยนั้นเหลือน้อยแล้ว ไม่มีระบุอย่างเป็นทางการว่าเหลือกี่ตัว แต่คาดว่าไม่เกิน 1,000 ตัว  (มีน้อยกว่าช้างแน่นอน)  ในปัจจุบันนี้ และเป็นการเติบโตอย่างช้า ๆ   และช่วงหนึ่งเรายังต้องเพาะพันธุ์เพื่อไปปล่อยในป่าด้วยซ้ำ และคาดว่าอีกไม่นานคงใกล้สูญพันธุ์

ข้อมูลบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ที่ปรากฎใน วิกิพีเดีย ปรากฎ รูปแบบการดำเนินงาน และผู้ถือหุ้น ดังนี้

 

ภาพจากเฟซบุ๊ก คุณ เสกสม แจ้งจิต  แสดงให้เห็นโฉมหน้าคุณ วิเชียร ชิณวงษ์ ทหารของพระราชาตัวจริง  ที่กล้าจับคนทำผิดกฎหมาย

 

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องวิจารณ์กันเยอะ เพราะความผิด และ หลักฐานมันคาตา  มีแถลงการณ์จากมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว ดังนี้

แถลงการณ์กรณีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561
.
1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันด้านตกเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 และได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเสมอมา สาธารณะชนรู้ว่าพื้นที่แห่งนี้จะได้รับการปกป้องและอนุรักษ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าให้คงไว้ ดังนั้นการที่ผู้ต้องหาเข้าไปในพื้นที่โดยอ้างว่าไม่ทราบจึงเป็นไปไม่ได้
.
2. 30 ปีที่ผ่าน ประชาชนชาวไทย เจ้าหน้าที่ และองค์กรต่างๆ ให้ความร่วมมือช่วยกันอนุรักษ์เรื่อยมาจนสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น แต่การที่คนที่มีสถานภาพทางสังคมเข้าไปล่าสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์จึงแสดงให้เห็นถึงการไม่เคารพต่อกฎหมายและผลงานการอนุรักษ์ของสังคมไทย
.
3. จากการติดตามข่าว นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อ้างรู้จักต่อข้าราชการในระดับบริหารขอเข้าไปยังพื้นที่โดยให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวพักผ่อน แต่กลับเข้าไปล่าสัตว์ป่าซึ่งเจ้าหน้าที่พบสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง ซากเสือดำ ถูกชำแหละและถลกหนัง รวมถึงพบอาวุธปืน 3 กระบอก นับเป็นการกระทำที่ปราศจากความละอายใจและย่ามใจว่าเจ้าหน้าที่คงไม่กล้าดำเนินการตรวจสอบ
.
4. ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกในความกล้าหาญสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้
.
5. ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐบาล อย่างได้เกรงกลัวต่ออิทธิพลและสถานะทางธุรกิจอันใหญ่โตของผู้ต้องหา ขอให้สืบสวนและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไป
.
ศศิน เฉลิมลาภ
ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
6 กุมภาพันธ์ 2561
https://goo.gl/8RVxhQ

 

 

เรื่องและภาพ :  ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

ยอมใจแม่! สะดวกแบบนี้ นี่คือชุดเที่ยวเมืองนอก ฉบับครอบครัวชมพู่ อารยา แฟชั่นนิสต้า

สายฟ้า พายุ – เที่ยวฮ่องกงครั้งแรก กับ แม่ชม พ่อน็อต

 

แฟชั่นนิสต้าตัวจริง สไตล์ลิสต์ตัวจริงยังต้องยอมใจให้กับความครีเอท  ต้องบอกว่า พ่อน็อต ต้องเข็มแข็งมาก ๆ จริง ๆ กับการขนกระเป๋าเดินทางใบโต ทั้งของคุณแม่ คุณลูก แถมลูกแฝดอีก เหมือนมีของ 2 เท่า

219F0A7B-C810-4617-9EC0-32C538D24CF5

แอบอยากรู้ว่าไปไหนกัน เห็นจากเข็คอินอยู่วัดไหว้พระ ศาลเจ้าพ่อจี้กง ที่  ฮ่องกง  งานนี้ไม่รู้ว่าไปแก้บนที่ขอลูกกันไว้หรือเปล่า  ได้มาที มาแพ็คคู่ขอสอง  ต้องแบ่งกันไปกระเต็งกันคนละคน ดูเป็นภาพน่ารักสุด ๆ ภาพจาก ไอจีคุณพ่อ @nottvisut (สาบานว่านี่คือแม่แต่งตัวซอฟท์แล้ว)

E5B42E3F-61CD-4B0B-950D-8F03A093A3F4

งานนี้ต้องขอบคุณครอบครัว ป๊า ม๊า ของน้องสายฟ้า และ พายุ ที่แบ่งภาพมาให้เราชมกัน แฟนคลับเห็นแล้วอดตื่นเต้นตามไม่ได้  ถือว่าเป็นแฝดแห่งปี Baby of the Year ชอบชุดหมีคู่นี้มาก บอกี้สูทดูหนาๆ หนาว ๆ น้องแฝดแข็งแรงมาก สู้อากาศเย็นไหว  มีภาพน่ารัก ๆ มาให้ชมกันต่อด้วย

DA89D59D-EE42-4A84-BF2A-D5F748D52CEB

038FE114-A425-4FD1-A857-71C81C2C0A89

D84E29EF-AD18-4BB0-9F00-341F3DE701BE

F1E30D2A-9B5F-4F96-BCEC-22E6FBCE9826

เรื่องชุดนี้ไม่น่าเตรียมนาน เหมือนคุณแม่จะหามาจากไทยแล้ว  คาดว่าทริปนี้จะมีมาอีกหลายชุดให้ติดตาม  แอบรู้มาว่าสาวชมสนิทกับ สไตล์ลิสต์ระดับตัวแม่ คือ พี่หนุ่ม @royalmomsuperstylelist  น่าจะมีการปรึกษาเทรนด์กันมาก่อนเพราะเดือนนี้จ้บสีน้ำเงิน เหลือง มา Match กันอย่างลงตัว

 

ขอบคุณพาพน่ารัก ๆ จาก @chomismaterialgirl @nottvisut

 

แรงบันดาลใจ – ผลงานแต่งหน้าเจ้าสาวคนแรกของ “น้องฉัตร”

น้องฉัตร ช่างแต่งหน้าตัว TOP เผยวินาที “แต่งหน้าเจ้าสาวครั้งแรก” ปัจจุบัน  ค่าลงฝีแปรง เกือบ 100,000 บาทแล้ว

ยังจำเรื่องราวของ Make Up Artist อายุน้อยร้อยล้าน ตัวแม่ของวงการกันได้อยู่หรือเปล่า กับ “น้องฉัตร” ผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการให้บริการแต่งหน้าทั่วไป  จนถึงได้มาเป็นช่างแต่งหน้า “อั้ม พัชราภา” ทำให้โด่งดัง ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ซึ่งวันนี้เขาออกมาเผยถึงเรื่องราวความทรงจำในช่วง ครั้งแรกที่ได้แต่งหน้าเจ้าสาว และเจ้าบ่าว บอกเลยว่าฝีึมือสมัยเริ่มต้นนั้นก็ไม่ธรรมดา เจ้าบ่าวออกมาหน้าเป๊ะ ส่วนเจ้าสาว สวยทั้งหน้าทั้งผม ถือได้ว่าเธอเป็นสาวน้อยโชคดีสุดๆ คนแรกของประเทศ ที่ได้แต่งหน้ากับ “น้องฉัตร”

แรงบันดาลใจ – ผลงานแต่งหน้าเจ้าสาวคนแรกของ “น้องฉัตร”
แรงบันดาลใจ – ผลงานแต่งหน้าเจ้าสาวคนแรกของ “น้องฉัตร”

ผลงานเจ้าสาวคนแรกของน้องฉัตร❤️ ครั้งแรกที่ได้ให้บริการ แต่งหน้า-ทำผม เจ้าสาว ในราคา 700 บาท อยากจะขอบคุณพี่สาวคนนั้นที่เป็นจุดประกายของน้องในการแต่งหน้าเจ้าสาว ขอเล่าเรื่องราวของวันนั้นที่จำได้ไม่เคยลืม คือมีโทรศัพท์โทรมาตอนเช้า ถามว่าน้องฉัตรว่างไหมจะให้แต่งหน้าเจ้าสาวบ่ายวันนั้นเลย น้องฉัตรก็อึ้งไปว่าเราจะทำได้ไหม แต่ก็ไม่ปฏิเสธเพราะโอกาสมาแล้ว รีบรับทันที พอถึงเวลาตอนแต่งหน้า เราก็เตรียมอุกรณ์พร้อม เอาวิชาที่เรียนมาทุกอย่าง งัดมาใช้ให้หมด มาถึงการทาอายแชโดว์ที่ตอนแรกทาตาสีน้ำตาลแต่เจ้าสาวดูไม่สดชื่น (ตอนนั้นยังแต่งไม่เก่งมันเลยดูช้ำๆ)5555 เลยเช็ดออกและเปลี่ยนมาทาตาสีฟ้าแทน ทาปากชมพูสดๆไว้ก่อน ว่าไปก็สวยมากสำหรับตอนนั้น คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว! ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราเก่งขึ้นและพัฒนาขึ้นจริงๆ ถ้าไม่มีลูกค้าทุกท่านที่เข้ามาในชีวิต ที่ทำให้ได้เรียนรู้ ได้ฝึกมือ ก็คงไม่มีน้องฉัตรในวันนี้ อยากจะขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้โอกาส ให้เด็กคนนึงได้ทำงานที่รัก รู้ไหมครับว่าทุกท่านที่ผ่านมาเหมือนได้ทำบุญ เพราะ ทำให้เด็กคนนึงมีรายได้ และมีอาชีพเลี้ยงครอบครัวจนถึงทุกวันนี้ อยากขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่าน และฝากถึงน้องๆที่ชอบและรักในการแต่งหน้า อย่าหยุดที่จะฝันและทำในสิ่งที่รัก น้องฉัตรก็ไม่ได้แต่งหน้าสวยมาตั้งแต่แรก แต่เราเป็นคนที่พยายามและตั้งใจที่สุดทุกงาน #น้องฉัตรทำได้คุณก็ทำได้ #เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันนะครับ#nongchatmakeupthailand @ Nongchat Center

 

 

“น้องฉัตร” ขึ้นมาเป็น Make Up Artist ชั้นนำของไทยได้จากที่ ญาญ่าหญิง รฐา ได้พาไปแต่งหน้าทำผม ที่เมืองคานส์ด้วย หลังจากนั้นก็มีดาราหลายคนเรียกใช้บริการ ซึ่งแต่ก่อน เขาก็เป็นเพียงเด็กอ้วน ๆ อย่างที่คนอื่นเรียกกัน และชื่นชอบการแต่งหน้าทำผม พยายามหาเงินไปเรียนเพิ่มเติม และค่อยๆ พัฒนาฝีมือ แต่งหน้าทำผมให้กับคนแถวบ้าน ไม่เกี่ยงว่า จะ 20 บาท หรือ 70 บาท ไดร์ผม และ เป่าผม สระผม แต่งหน้าเจ้าสาว แต่งหน้ารับปริญญา  และต่อมาได้เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ พี่ๆ ช่างแต่งหน้าในวงการก็เรียกใช้บริการ จนได้มาแต่งหน้า ดารา เอกลักษณ์กรแตงหน้าแบบน้องฉัตร คือ สวย หวาน ลุคสาย ฝ.

มาย้อนดูกันว่ามีดาราคนไหนที่เคยให้น้องฉัตรได้โชว์ฝีมือบ้าง

อั้ม พัชราภา

ญาญ่า หญิง รฐา โพธิ์งาม

 

ศรีริต้า เจนเซ่น

 

ปุยฝ้าย หน้ากากดอกไม้

เป้ย ปานวาด

พอลลีน งามพริ้ง

แพทรีเซีย กู้ด

นัท มีเรีย

หนิง ปณิตา

เมย์ พิชญ์นาฏ

แก้ว อภิรดี

ใบเตย อาร์สยาม

 

ทุกคนก็สามารถประสบความสำเร็จอย่างน้องฉัตรได้ เพียงแค่มีความพยายามและวาสนา ซึ่งอาจจะสร้างเองไม่ได้ แต่ต้องเริ่มต้นจาก “อัธยาสัย” ที่ดี ซึ่งค่อยๆ สร้างกันไป และคบเพื่อนฝูง ที่ดี ก่อนหน้านี้กว่า “น้องฉัตร” จะโด่งดัง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นแล้วมาพยายามไปด้วยกันทุกวันดีกว่าค่ะ ♥

ภาพ : จากเฟซบุ๊กน้องฉัตร

เรียบเรียงโดย : Tonhom

สอดอ เลิก ไวท์ แล้ว “จริง” หรือแค่ “การตลาด”

เพจ สอดอ Style จะปิดหรือ ไปต่อ รอดูกัน

 

ต้นปี 61 นี้ ใครที่เคยตามเพจ สอดอ Style จากน้อง ‘เส้นด้าย’  พิธีกร MC Event ชื่อดัง มี่โด่งดังมาจากรูปเดียวล้านวิว ในงานถาคสนามของเบียร์ยีาห้อหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อน  และดังมาจากคลิป แฟนติดเกม ROV  จนสร้างเพจ ทำ  Content เอง  มีโฆษณาเข้าช่องเพียบ  ติดเป็น Top view ใน Youtube มาหลายคลิป

67BA9C47-FB81-45F6-B42A-C299F616ACB2

ภาพนี้โด่งดังจากคนทั่วไปแชร์ออกจากเพจงานดังกล่าว  ด้วยเพราะหน้าเป๊ะ หยีตาแบบพอดี  รับกับใบหน้าทรงรูปหัวใจ  และความคมชัดของภาพ ซูมเข้าละเอียดจนเห็นเสื้อผ้าเก็บ save ไม่เรียบร้อย กลายเป็นความเซ็กซี่เบา

ต้องยอมรับว่าน้อง เส้นด้าย  สวยมาก แต่งหน้าเก่ง ดูแลตัวเองดี และออกกำลังกายหุ่นเป๊ะ ใส่อะไรก็สวย  รายละเอียดของเธอเป็นที่รู้จักครั้งแรกจากรายการยิ่งศักดิ์ ยิ่งแซ่บ  เธอเผยว่าแรกเกิดก็ไม่ได้ชื่อเส้นด้าย ซึ่งชื่อนี้ ได้มาหลังจากพ่อกับแม่ที่แยกทางกันไปนาน กลับมาดีกัน เพราะมีเธอเป็นเส้นด้ายคล้องกลางใจ

033AB8F6-5E9D-4CBC-AD2A-0395F3015E53

4796645A-6111-4E48-A3A3-98313316C45B

และแฟนคลับน้องเส้นด้าย ต้องอกหักไปตามกัน เพราะว่าเธอเปิดตัวแฟนหนุ่ม ‘ไวท์’ ผ่านคลิป แฟนติดเกม  และอีกหลายๆ คลิปตามออกมา จนเป็นเหตุให้เธอต้องเปิดเพจ “สอดอStyle” ตอนนี้มีคนตามแล้วกว่า 1.2 ล้านคน  ไต่เต้าขึ้นเทียบเพจ Youlike และ The Mask Single จากฝั่ง Workpoint แล้ว ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่า “สอดอStyle” จะใช้ทีม Production ทำคลิปและตัดต่อด้วย จนมีหลายตัวละครเพิ่มขึ้นมา อย่างเพื่อนสนิท ที่กลายเป็นคนดังข้ามคืน อย่าง เจ้กบ

 

คนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ คือ หนุ่มไวท์ แฟนหนุ่มที่มีตัวตนอยู่กับหลาย ๆ คลิป จนแฟน ๆ ต้องอิจฉาว่าเป็นคู่รักหน้าตาดี ถือว่าไวท์ใจกว้างมาก ๆ ที่ยอมออกกล้องในหลาย ๆ คลิปช่วงแรก  และเขาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งกับ “สอดอStyle” ไปแล้วด้วย  หลายครั้งที่วัยรุ่นติดตาม แล้วตั้งคำถามว่า เขาอยู่ด้วยกันแล้วหรอ? เขาแต่งงานกันแล้วหรือยัง? แต่ด้วยอายุที่ไม่ใช่นักศึกษาหรือเยาวชน ทำงาน หารายได้เองได้แล้ว ก็กลายเป็นว่า เพจ “สอดอStyle” เป็นเรื่องของแฟชั่น และการดูแลตัวเอง (กับเพื่อน) ในความสัมพันธ์แบบต่าง ๆ

FA79EB36-9292-48DC-AA94-85DB246D1447

73AF3DAC-1F29-4B03-8A25-9830D9B52F07

จนเร็ว ๆ นี้มีประกาศจากทาง เฟซบุ๊กและ ไอจี ส่วนตัวว่า ทั้งสองเลิกกันแล้ว  สาเหตุนั้นมีเพียงทั้งสองเท่านั่นที่รู้  แม้แต่เพื่อนสนิทเองก็เป็นคนนอก  ได้แต่ช่วยลุ้นให้คืนดีกัน  และหนุ่มไวท์ก็เดินหน้าง้อด้วยช่อดอกไม้สีขาว และ ลูกโป่งขอโทษ “Sorry…” รวมมูลค่าของง้อแล้วก็น่าจะไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท

แต่ล่าสุด เริ่มมีคนออกมาตั้งข้อสงสัยว่า “เลิกกันจริง” หรือแค่ “การตลาด”

 

ในเหตุของเรื่องเท่าที่มีคลิปออกมาจากทางเพื่อน

ทั้งสองโกรธเรื่องอะไรไม่รู้ แต่เป็นช่วงที่เคาน์ดาวน์ปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่แฟนกันมักจะ Sensitive มากที่สุด

สาวเส้นด้ายบอกว่าเธอถูกถีบออกมาจากเพจด้วย  ซึ่งเธอบอกว่ามันเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจของเธอมาก  เธอบอกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเธอ การที่ไวท์เอาเธอออกจากแอดมินเพจ มันทำให้ความรู้สึกไม่สามารถกลับเป็นเหมือนเดิมได้อีก  ทางเพื่อนก็เตือนสติว่า เวลาเสียใจ คนในเพจ มารับฟังปัญหาและช่วยอะไรไหม?

 

เราไม่สามารถไปช่วยตัดสินอะไรได้ เพราะพวกเราเป็นคนนอก  ระหว่างคนที่อยู่ข้าง ๆ เธอ คงจะเป็น Back Up ได้ดีที่สุด แต่คาดว่าเพจนี้คงไปต่อ เพราะเป็นช่องทางรายได้มหาศาล อีกทั้ง แฟน ๆ อีกนับล้านคน ยังติดตามเธออยู่

 

3F9E3FD8-10DD-4458-BDF5-10E961E23624

 

 

น้องแมวลายผูกโบว์ – ของกลางห้ามเคลื่อนย้าย เพราะน่ารักเกินไป!

ของกลางเป็นแมว เรื่องจริงหรือขำๆ

เมื่อเช้านี้ตื่นมาเจอข่าว  ที่ยึดของกลางเป็น “แมว” ทำให้ผู้เขียนตกใจไม่น้อย.. อ่านไปอ่านมา ต้นเรื่องที่แชร์ชื่อคุ้นๆ เป็นคุณ นัชญ์ จากเพจ ทูนหัวของบ่าว นั่นเอง .. เรื่องราวเป็นอย่างไร มาติดตามกันค่ะ

เพราะของกลางน่ารักจนเกินไป  ถึงทำให้กระแสคนรักแมว Cataholic ต้องติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง คดีนี้เป็นคดีความฟ้องหมิ่นประมาท ที่ทางเจ้าทุกข์ ใช้คำว่า “ทีม เสือ-”  เน้นๆ  เนื่องจากมีผู้รับแมวไปเลี้ยง  แล้วส่งต่อให้คนอื่นไปหาบ้านต่อ  หลังจากนั้นมีบุคคลที่ 3 และ บุคคลที่ 4 กลับมาต่อว่า  ทีมคนหาบ้านให้แมวในต้นเรื่อง  ซึ่งทำให้ต้องเดือด!!

ภาพแมวดำ ก่อนได้บ้าน

เคสนี้เป็นกรณีศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิง ที่ต้องการรับอุปการะเจ้าแมวน้อย  แต่ลืมปรึกษากับทางบ้านถึงความพร้อม  และไม่ได้ประเมินค่าใช้จ่ายและความใส่ใจอื่นๆ ที่อาจจะตามมา  เนื่องจาก “แมว” เป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแล ใส่ใจ  ทางผู้ที่หาบ้านให้แมว ก็เก็บมาจากข้างถนน หรือ รับมาเพื่อหาบ้านใหม่ ไม่ให้เจ้าแมวนั้นตกยากลำบาก   ซึ่งถือเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้คนไทยหันมาใส่ใจสวัสดิภาพ สัตว์เลี้ยง ที่ถูกปล่อยปละเป็นสัตว์จรมากขึ้น

เจ้าของเพจ ทูนหัวของบ่าว ออกมาเตือน กรณีหากไม่พร้อมที่จะรับอุปการะน้องแมวดำครั้งนี้

สุดท้ายนี้ หากใครเลี้ยง “น้องหมา” “น้องแมว” หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ อยู่ ก่อนเลี้ยงต้องศึกษา โรค และ วัคซีน เช่น โรคเชื้อรากลากแมว ของพวกเขาให้ดีก่อน และเมื่อมีช่วงที่ดูแลไม่ได้ ก็เลือกฝากให้กับ ญาติ หรือ คนที่ไว้ใจได้ชั่วคราว แต่หากเลี้ยงไม่ไหวจริงๆ ต้องหาบ้านต่อ หรือ เลือกช่องทางที่ดีที่สุด  อย่าเอาไปปล่อยทิ้งปล่อยขว้าง ซึ่งนอกจากจะเกิดเป็นภาระสังคมแล้วยังเป็นบาปอีกด้วย

 

ภาพ : Catster by Kingdomoftigers
เรียบเรียงโดย : admin ต้นหอม

ติดลมบน ส่อง แฮชแท็ก #margiehensnight

ติดเทรนด์กระแสฟีด ปาร์ตี้สละโสด เฮนไนท์ มาร์กี้

เพราะเธอเป็นดารา  จะธรรมดาก็ไม่ได้ ก็ต้อง ยอมรับ  อาชีพนี้ค่าตัวดี  โชว์ตัวถ่ายละครทีก็เป็น 100,000  อีกทางได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนดารา  สวยเก่งรวยดีใครจะพลาด

งานนี้ทำเอาแฟนคลับหมั่นไส้หน่อยหน่อย เพราะด้วยปาร์ตี้สละโสดแบบจัดเต็ม ของสาวมาร์กี้กับหนุ่มป๊อก  ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วเร็วนี้ จะเปลี่ยนนามสกุลทั้งที อย่าให้เสียชื่อจิราธิวัฒน์  นามสกุลนี้ใครก็อยากได้กันทั้งประเทศ ชีวิตคู่จะโรยด้วยกรีบกุหลาบจริงไหมต้องดูกันต่อไป

แต่ที่ฟินกันสุดก็คือแฟนคลับ โดยเฉพาะคู่คิมเบอร์รี่กับมิ้นท์  โพสต์ท่ากันประหลาดมาก อย่างกับคู่เลสเบี้ยนหญิงหญิง (ผู้หญิงเค้าเล่นกันแบบนี้หรอ ก็ไม่นะ)

 

งานนี้เล็กๆจะสนุกสนุกกัน ค่าชุดค่ากล้องค่าแต่งหน้า  รวมกันก็เป็นแสน คนเขามี คนเขามีเราก็ว่าไม่ได้  นี่เขียนด้วยน้ำเสียงอิจสุดสุด !!

 

ปิดท้ายด้วย 🎈 ลูกโป่งช่อโต  ขอแสดงความดีใจ กับสาวน้อยมาร์กี้ด้วยนะคะ  ขอให้มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น  ขอให้มีชีวิตการงานที่ดี  มีทายาทตัวน้อย  สร้างครอบครัวที่แข็งแรง มีผลงานตลอดตลอดให้เพื่อนแฟนได้ติดตาม

❤️ ขอบคุณเครดิตทุกภาพจ้า

เทปนี้เอง.. ที่มาของความเป๊ะ ดาราแม่ๆ ทำไมแต่งหน้าวันคลอด

3 แซ่บ เทปเตรียมพร้อม ที่มาการเตรียมคลอด ของคุณแม่ “ชมพู่”

ไม่พลาด! ที่มาการเตรียมความพร้อมในวันคลอดของคุณแม่ ชมพู่ อารยา อย่างที่เราเห็นกันในสัปดาห์ที่ผ่านมา  หลายคนอาจจะสงสัย (ปนอิจฉา) ว่าทำไมถึงได้ “เป๊ะ” ขนาดนี้  สร้างประวัติการณ์หน้าใหม่ ของ “การคลอด” ของสาวๆ เป็นไปได้ว่า อาชีพช่างแต่งหน้าวันคลอด กำลังจะเป็นอาชีพที่มาแรง เนื่องจากเทปวันที่ 27 สิงหาคม 60  ก่อนหน้าวันที่คุณแม่ชมจะคลอดประมาณ 2 สัปดาห์ คุณชมพู่ ได้ฟังประสบการณ์วันคลอดจากคุณแม่ทั้ง 3 ได้แก่ คุณแม่เบนซ์  คุณแม่กระแต  และ คุณแพท 

ประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ ที่คุณชมพู่ได้สร้างเอาไว้คือ การแต่งหน้า และจัดสตูฯ วันคลอดแบบจัดเต็ม  หากคุณสงสัยว่า ภาพถ่ายครอบครัวที่ได้เห็นเมื่อวันคลอดนั้น คุณชม ยื่นถ่ายจริงหรือเปล่า? .. ดูคลิปสุดท้ายแล้วจะรู้ว่า เพียง 2 วัน คุณแม่ก็ลุกเดินได้แล้วนะจ้ะ!

 

พิธีกรเปิดว่า “แม่ๆ เตรียมตัวคลอดอย่างไร?”

เริ่มต้นด้วย แม่แพท คุณแม่ของน้องเรซซิ่ง อายุ 5 เดือน (ณ วันที่อัดเทป) ก็พูดถึงบรรยากาศวันคลอดว่า  ทำงานเสร็จวันที่ 12 แล้ววันที่ 13 ก็ไปคลอดเลย แพ็คกระเป๋าเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่ไม่ได้เตรียมอะไรมาก  แต่ขอว่าวันคลอด  ต้องมีถ่ายรูปกับลูก งานคิ้วต้องมี ปากต้องมา  ก็พกทิ้นท์ และอายไลน์เนอร์ไว้ด้วย   และได้พูดถึงพัฒนาการของน้องเรซซิ่งว่า วัย 5 เดือน คุณหมอก็แนะนำให้ลองกินข้าวบดด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติให้กระเพาะของเด็กได้ลองสิ่งใหม่ๆ ก่อน   ตอนนี้น้ำนมเริ่มไม่พอแล้ว เพราะน้องกินนมมื้อละ 5 ออนซ์

แพท ณปภา คุณแม่น้องเรซซิ่ง

ต่อด้วยแม่เบนซ์ คุณแม่ของน้องปริม งานนี้เราไม่ค่อยได้เห็นคุณแม่พาน้องออกรายการทีวีเท่าไหร่ แต่อย่างที่ทราบว่า ตั้งแต่มีน้อง คุณเบนซ์ก็ผันตัวเป็นคุณแม่ Full Time เลี้ยงลูกเอง  ในส่วนของการแต่งหน้าวันคลอดนั้น  คุณเบนซ์บอกว่า .. พกที่เขียนคิ้วนะ มีคิ้ว แต่ไม่ได้พกอายไลน์เนอร์

คุณเบนซ์ คุณแม่ของน้องปริม

คุณกระแต คุณแม่ของน้องเจ้าขาวัย ขวบกว่าๆ  น้องมีพัฒนาการล้ำกว่าน้องทุกคน เพราะโตกว่า  พูดถึงเจ้าขาว่า เธอเป็นเด็กที่ Nice มาก ชอบไปโอบกอดคนอื่น  เป็นเด็กเรียบร้อย  ในส่วนวันคลอดน่ะหรอ  คุณแม่จ้างช่างแต่งหน้าไปเลยจ้า…

คุณกระแต คุณแม่ของน้องเจ้าขา

ในส่วนของคุณแม่ชมนั้น… “จองตัวป้อมวินิจ!”  ในเทปวันคลอดฉบับเต็ม ก็ได้เห็นพี่ป้อม วินิจ อยู่ด้วยวันคลอดจริงๆด้วย

ชมพู่อารยา คุณแม่น้องสายฟ้าและน้องพายุ

ภาพความน่ารักของลูกๆ ดารา

ไม่แน่ใจว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่าว่าเสียงของคุณแพทดูเหนื่อยๆ เศร้าๆ แต่เล่าเรื่องได้สนุกมาก  คุณแพท เป็นคุณแม่นักสู้จริงๆ  ทำงานจนถึงวินาทีสุดท้าย วันคลอด  และส่วนคุณเบนซ์ก็เล่าว่าน้องปริมมีปัญหาเรื่องพัฒนาการ ช้ากว่าคนอื่นนิดหน่อย อาจเป็นเพราะน้องไม่ยอมรับประทานอาหารบด จึงอาจพลาดสารอาหารจำเป็นบางอย่าง  แต่คุณหมอแนะนำว่าถ้ายังกินนมแม่อยู่ก็ยังโอเค

 

ความน่ารักของลูกๆ ดารา

ที่มาภาพจากคลิปรายการสามแซ่บ, โพลีพลัส

 

คลิปบรรยากาศวันคลอดของแม่ชมในรายการ สามแซ่บ  เผยที่มาของชื่อสายฟ้า พายุ มาจากธุรกิจเกี่ยวกับไฟฟ้าของบ้านคุณน็อต

สุดท้ายนี้สิ่งที่เราได้เห็นจากคุณแม่ดาราคนดัง  คือ  วันคลอด  ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ยังไปทำงานได้ ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี  แตกต่างจากคุณแม่ (อาจจะเป็นแอดมินเอง) ที่คิดว่า การคลอดเป็นสิ่งที่เหนื่อยมหากาพย์ที่สุด  ต้องแย่ที่สุดแน่ๆ  ขอเหนื่อย เนือย และนอยด์ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมากๆ  เห็นคุณแม่ดาราทั้ง 4 คน Strong ขนาดนี้  วันคลอดของเราต้องไม่แย่!  สวย และทำงานได้  รวยๆ เฮงๆ แน่นอนค่ะ