ประวัติเจ้าของชื่อถนน “วิภาวดีรังสิต” คนสนิทที่สมเด็จพระราชินีไว้ใจที่สุด

ประวัติชื่อถนน “วิภาวดีรังสิต” เบื้องหลังเหตุการณ์ ฮ. ตก ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

หลายคนสงสัย และไม่อินว่า ทำไมชื่อของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยมีใครรู้จักในประวัติศาสตร์มาก่อนถึีงกลายมาเป็นชื่อถนนสายหลัก ที่คนไทยใช้กันอยู่เป็นประจำ ทั้งรถติด และตัดออกสู่หัวเมืองอย่างปทุมธานีได้ง่าย ๆ และมี โทรลเวย์ขนาดอยู่ข้างบน  และ มีตอม่อ  Hopewell  อุบาทว์ ๆ โผล่แหงนขึ้นมาตรงช่วงหลักสี่กว่า 20 ปี  ซึ่งตอนเริ่มสร้างกะจะยกเอาทางรถไฟขึ้นไว้เหนือถนน เพื่อบรรเทาจราจรที่ติดขัดช่วงถนนหน้าดอนเมือง ให้รถขับง่ายขึ้น  ปรากฎหว่ากลายเป็น Hope well สมชื่อ คือ เมื่อไหร่จะสร้างเสร็จสักที????

ภาพจากเพจ เมืองไทยในอดีต แชร์ว่า ย้อนอดีต “ถนนวิภาวดีรังสิต” เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514 หรือ 47 ปีก่อน เป็นภาพมุมสูงของ ถนนวิภาวดีรังสิต ตรงโค้งวัดเสมียนนารี ขอนำมาย้อนกลับให้คนรุ่นใหม่ได้รับชม เพื่อเป็นความรู้
++++++
เครดิต :: หนังสือรายงานประจำปี 2514 กรมทางหลวง, ตามลายน้ำ ปรากฏในรูปภาพ

สืบเนื่องจากบทความก่อน ที่เล่าถึงเรื่อง กรณีข้อพิพาทของถนนอินทามระ  มีเพื่อนในเฟซบุ๊ก บอกว่าอยากฟังประวัติของพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต หรือ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ซึ่งหลายท่านยังไม่เคยทราบว่า สกุลเดิมของท่าน คือ “รัชนี” ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านงานประพันธ์

ประวัติชื่อถนน “วิภาวดีรังสิต” โรแมนติกปนวิคทอเรีย

พระองค์เจ้าหญิงวิภาวดี เป็นมือขวาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ซึ่งแม้ว่าจะมีคนติดตามสมเด็จพระนางเจ้าฯ หลายท่าน  ซึ่งเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ สรุปความมาจากหนังสือ ของ จินต์ชญา บุตรีของท่านผู้หญิงพึงจิตร ศุภมิตร (ข้าหลวงคนแรกของสมเด็จพระนางเจ้าฯ)

พระองค์เจ้าวิภาวดี มีอายุมากกว่าสมเด็จพระนางเจ้า เป็นทั้งเลขาส่วนพระองค์ และเป็นคนที่ให้คำปรึกษาเรื่องราวต่าง ๆ  เมื่อเสด็จพระราชกรณียกิจ  คำว่า “พระราชกรณียกิจ” ไม่ได้เหมือนที่เราเห็นในทีวีกันทุกวันหลังข่าว  คุณอาจจะยังไม่ทราบว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเสด็จแปรพระราชฐานอาศัยอยู่ที่ภาคใต้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของท่าน  ก่อนที่จะมาประทับที่วังไกลกังวลในช่วงปลายพระชนม์ชีพ

ว่ากันว่า เหตุที่ในหลวงต้องไปอยู่ภาคใต้ ก็เพราะมีปัญหาเรื่องการก่อการร้าย  และความ ทุรกันดาร อยู่มาก  และสมัยนั้นยังมีลัทธิคอมมิวนิสต์ และผู้ก่อการร้าย  ซึ่งเป้าหมายของการ Bomb แต่ละครั้ง  ก็เล็งมาที่บุคคลสำคัญ ๆ  ของทางราชการครั้งนั้น  และครั้งที่เป็นคราวเคราะห์ของพระองค์เจ้าวิภาวดี  ท่านเสด็จแทนพระราชินี เพื่อไปรับตำรวจตระเวนชายแดนที่ถูกกับระเบิดได้รับบาดเจ็บ ทางเฮลิคอปเตอร์

และเป็นที่รู้กันดีของข้าราชบริพาร  การเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพ หรือเฮลิคอปเตอร์ เป็นอะไรที่ดูไม่ปลอดภัยเลย  เพราะเครื่องก็ไม่ได้ใหม่  เราซื้อต่อมาจากประเทศนอกกันอีกที และก็เสี่ยงเมื่อมีการลอบยิง  เทคนิคการบิน – บังคับเครื่องของคนขับเครื่องบิน ก็ไม่ใช่ว่าจะโอเคเหมือนในหนังฝรั่ง  ดังนั้น ก่อนเดินทาง มักต้องเซ็นใบยินยอมว่าหากเสียชีวิตจากเหตุการบิน จะไม่ฟ้องร้องต้นสังกัด

และเวลาจะเดินทาง ไป – กลับ  กรุงเทพฯ ดอนเมือง เครื่องบินกองทัพ ก็โครง น่ากลัว ไม่ได้เดินทางง่ายเหมือนการขึ้น Airbus อย่างที่เราเข้าใจกัน  เพราะในหลวงท่านทรงไม่ได้ฟุ่มเฟือย  (จากหนังสือ เรื่อง “ชาววังช่างเล่าเรื่อง” ของคุณ จินต์ชญา ท่านเบิกค่าใช้จ่ายใช้บริการสายการบินเอกชนสิ้นเปลืองเหมือนนักการเมืองเลย)

ภาพจากเว็บไซต์ Tnew

หลังจากเกิดเหตุการณ์ ฮ. ของที่พระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีประทับ ตก และทรงบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิต  สมเด็จพระนางเจ้าเองท่านก็รอฟังเหตุการณ์อยู่  แต่ไม่มีใครกล้ากราบทูลก่อน  เมื่อท่านทราบแล้วถึงขั้นหลั่งน้ำตาและเศร้าไปหลายเดือนมาก ๆ ในปีนั้นสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ซึ่งเป็นถนนใหม่สายหลักของไทยเสร็จพอดี  ทางหลวงมาขอพระราชทานชื่อจากในหลวงรัชกาลที่ 9  ด้วยความที่ท่านทรงดำริเห็นว่า  ถนนสายนี้ผ่านดอนเมือง  ซึ่งเป็นจุดจอดเครื่องบินทั้งทหาร และพาณิชย์ ท่านจึงตั้งชื่อว่า “ถนนวิภาวดีรังสิต” อย่างที่เราได้ยินกันทุกวันนี้

ประวัติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

เรื่องของพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เป็นที่เล่าขาน กันอยู่ในกลุ่มข้าราชบริพาร และบรรดาคนใกล้ชิดกับชาววัง จนมาถึีงเมื่อตั้งเป็นชื่อถนนทำให้มีคนสนใจประวัติของท่านอยู่มาก  และหลายคนไม่ทราบว่า ท่านคือ ผู้ประพันธ์ นวนิยาย ที่นำมาสร้างเป็นละครชื่อดังถึง 5 ครั้ง สร้างชื่อให้กับ หมิว ลลิตา , ติ๊ก เจษฎาภรณ์ และ เทย่า โรเจอร์ ให้เป็นที่รู้จักของคนไทย

ละคร ปริศนา

นวนิยายเรื่อง “ปริศนา” เป็นชุดต่อกัน กับ “เจ้าสาวของอานนท์” และ “รัตนาวดี” และตัวละครทุกชื่อในนวนิยาย   กลายเป็นชื่อของเด็กไทย Generation ใหม่  ทั่วบ้านทั่วเมืือง ไม่ว่าจะเป็น เด็กหญิงปริศนา เด็กหญิงรัตนาวดี  เด็กชายพจน์  เด็กชายอานนท์ ฯลฯ  และเรื่องนี้มีฉากเต้นรำ แบบคนสมัยก่อน ที่สวยงามเหมือนเจ้าหญิงเบลล์ในเรื่อง Beauty and the Beast ของ วอลท์ ดิสนี่ส์

 

เรื่องย่อของนวนิยายเรื่อง ปริศนา กล่าวถึงเด็กสาว ที่ทางฝ่ายพ่อไม่ค่อยรัก  เธอไปเติบโตที่ต่างประเทศ หลังกลับมาอยู่ที่ไทย ก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ปรับตัวกับวัตนธรรมไทยยากสักหน่อย  เธอมีความชื่นชอบในการแต่งตัวเข้ารูป  และนุ่งชุดว่ายน้ำ ออกกำลังกาย  ในขณะที่หญิงไทยหลายคนในสมัยนั้น  ยังอายในการโชว์หุ่นและรูปร่าง   โดยพระองค์เจ้าวิภาวดี ได้เคยบอกว่า  คุณวาสนา กระแสสินธุ์ บุตรีของ ขุนพิพิธวิรัชชการ ซึ่งพระองค์เจ้าวิภาวดีมองว่า เธอมีความเหมือนนางเอกละครชื่อ “ปริศนา” ของเธอมากที่สุด (โดยเฉพาะตรงลักยิ้ม)

 

คุณวาสนา กระแสสินธุ์

 

ถ้าหาก “ปริศนา” ถูกนำมา Remake อีกรอบ .. คุณว่าใครจะเหมาะที่จะมารับบท นางสาว ปริศนา มากที่สุด?  แอดมินมี Candidate มาให้เลือก ตามนี้

คนที่ 1 มีน พีชญา

สาวไทยที่ดูเรียบร้อย มีลุคของคุณหนูไฮโซนิด ๆ  แต่เธอไม่มีลักยิ้มนะ!

 

คนที่ 2  มิว  นิษฐา

สาวหน้าไทยอีกคนที่แอดมินก็ว่าเธอก็เหมาะกับบท “ปริศนา”
แต่ต้องมีความแก่นเซี้ยวและลุคเซ็กซี่กว่านี้อีกนิดหนึ่ง


คนที่ 3 แต้ว ณฐพร

ความจริง ลุคของ “แต้ว” นี่ก็ได้ เหมาะกับ บท “นางสาวปริศนา”  แต่ต้องเพิ่มความ Alert เข้าไปหน่อย
หลังจากได้รับบทสาวเหนือ สาวอีสาน

 

 

คนที่ 4 ปู ไปรยา สวนดอกไม้

ตามนิสัย และ ลุค ของปู ไปรยา เธอคือ นางสาวปริศนา เลยทีเดียว แต่ก็ยังคิดตรงที่ใบหน้าไม่ไทย
ซึ่งนั่นก็ ไม่ใช่ปัญหา  เพราะเทย่า โรเจอร์ ผ่านจุดนั้นมาแล้ว


 

คนที่ 5 แพนเค้ก เขมนิจ

ผู้หญิงหน้าไทย หน้ากลม มีลักยิ้ม  เหมือนกับต้นฉบับไม่มีผิด และเธอก็มีลุค Sexy ด้วย
ซึ่งหากแพนจะมารับบท “ปริศนา” ทางผู้จัดต้องรีบจองตัวแล้ว
จากบทวนิดา ละครพีเรียตที่ตีบทแตกก็ผ่านมาแล้ว

 

คนที่ 6 จุ๋ย วรัทยา

แอดมินว่าจุ๋ยได้.. เธอเคยเล่นละครที่ออกแนว พีเรียต คู่กับ เจนี่ เทียน มาแล้ว

 

คนที่ 7 ใหม่ ดาวิกา

สาวใหม่นี่ทำได้อยู่แล้ว  เธอหน้าตาแบบสาย ฝ. จริง
แต่ความตีบทแตก กับทุกบท (เป็นกระเทยก็เล่นมาแล้ว)
และแอดมินคาดหวังกับ ฉากเต้นรำกับชายพจน์มาก

 

 

คนที่ 8 เบลล่า ราณี

เธอเป็นลูกครึ่งอังกฤษ ที่หน้าไทยมาก ๆ  และหน้ากลมด้วย
ถ้าเสริมความเปรี้ยว และ sexy ไปหน่อย และให้เธอปล่อยนิสัยแก่น ๆ  ออกมา เธอน่าจะเป็น “ปริศนา” ได้

สุดท้ายนี้ แนะนำคนที่ชอบเรื่องราวในวัง ให้ตามอ่านหนังสือของคุณพี่ท่านนี้  ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเขา  แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์อย่างใกล้ชิด ในรูปแบบที่คนในวังมาเล่าให้ฟังเอง ยังไงอย่าลืมตามหาอ่านกัน (เล่มหนึ่งหมดแผงแล้ว สต็อกก็ไม่มีต้องตามซื้อมือสอง)

 

 

เรื่อง : เรียบเรียงจาก หนังสือ ชาววังช่างเล่าเรื่อง  Wikipedia, http://www.phenkhao.com/contents/378700 สืบค้น 11 มกราคม 2561
ภาพ : http://seesite.blogspot.com/2012/02/35.html,http://www.phenkhao.com/contents/378700 สืบค้น 11 มกราคม 2561

‘อินทามระ’ ฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้ – บริจาคที่ดินสร้างถนนแต่โดนลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์

กทม. แพ้คดีเปลี่ยนชื่อถนนพลการ ส่งผลลูกหลานสะเทือนใจ

เหตุผลที่วันนี้มาเล่าเรื่องถนนอินทามระ เนื่องจาก  การถกเรื่องประวัติศาสตร์ในเพจ ‘เมืองไทยในอดีต’ จากภาพ ถนนวิภาวดีรังสิต  ด้านโค้งย่านวัดเสมียนนารี ซึ่งตอนนี้มีรถไฟฟ้าดักผ่านเข้าสู่หมอชิตใหม่เรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ช่วงหลังปี 2561 หมอชิตย้ายกลับมาโซนเดิมแล้ว

 

บางท่านในเพจมาเห็นภาพนี้ครั้งแรกก็สงสัยว่าถ่ายยังไง ยุคนั้นไม่มีโดรน  พอผู้เขียนโพสต์ภาพถนนวิภาวดีปัจจุบัน แต่คนละช่วง  มุมสูงเกินกว่าโดรนจะบิน  ก็มีคนมาถามว่าถ่ายจากไหน  คุณพระ! เครื่องบงเครื่องบินก็มีนะจ้ะ ทำเป็นเล่นไป

 

ภาพจากเพจ เมืองไทยในอดีต แชร์ว่า ย้อนอดีต “ถนนวิภาวดีรังสิต” เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514 หรือ 47 ปีก่อน เป็นภาพมุมสูงของ ถนนวิภาวดีรังสิต ตรงโค้งวัดเสมียนนารี ขอนำมาย้อนกลับให้คนรุ่นใหม่ได้รับชม เพื่อเป็นความรู้
++++++
เครดิต :: หนังสือรายงานประจำปี 2514 กรมทางหลวง, ตามลายน้ำ ปรากฏในรูปภาพ

วิภาวดีรังสิต เป็นพระนามของบุตรี กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ซึ่งนอกจากคุณหญิงท่านจะเป็นราชนิกุลแล้ว ท่านยังมีอีก 2  หน้าที่สำคัญ ที่ควรค่าแก่การทราบไว้ประดับความรู้ คือ ท่านเป็นผู้ประพันธ์หนังสือเรื่อง ปริศนา และ เจ้าสาวของอานนท์  รวมถึงท่านเป็นนางสนองพระโอษฐ์คนสนิทของสมเด็จพระราชินีนาถ ในร้ชการที่ 9 ด้วย

หนังสือนวนิยายสองเล่มที่พูดถึงนี้ (มีอีกหลายเรื่องที่ท่านประพันธ์)  มีความสำคัญต่อประเทศเราคือ ทำให้คนไทยได้เห็นภาพบรรยากาศของสังคมไทยยุคต้นรัชกาลที่ 9 อย่างละเอียด  ทั้งด้านความคิด ทรรศนะ ค่านิยม  และ  วัฒนธรรม  โดยสาวที่ชื่อปริศนานี้ มีต้นแบบจริงมาจากคุณวาสนา  ผู้หญิงยุคใหม่ที่ชอบการสวมบิกินนี่ว่ายน้ำ แต่คนไทยยุคนั้นรับไม่ได้ (อิจฉาหุ่นเข้าล่ะสิ ชิ)

 

นำภาพถนนวิภาวดีปัจจุบันมาให้ดูเล่น ๆ ..

ถนนวิภาวดี ช่วงลำลูกกา
ถนนวิภาวดี ช่วงลำลูกกา

ไว้เบื้องหน้าจะกลับมาเล่าเรื่องพระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต ตอนนี้มีเรื่องสนุก ๆ น่าสนใจมากกว่า คือเรื่องของตระกูลอินทามระ ที่ฟ้องร้อง กทม.

ทำไมเรื่องฟุตปาธ กทม แก้ไม่ได้สักที

ถ้ายังจำกันได้  มันจะมียุคหนึ่งที่การสร้างถนนของกรุงเทพ เป็นยุคบอดมืด  คือจะทุบ จะสร้าง จะซ่อมท่อ วนไป จนงงว่าทำไมทำทั้งทีไม่ทำให้มันดี ๆ ไปเลย  แล้วอย่างเรื่องไอ้ฟุธบาตนี้ทำไมแก้ปัญหากันไม่ได้  แตกทุก ๆ 100 เมตร อยากบ้าตาย  กรุงเทพฯ ไทยแลนด์ น่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวเดียวในโลกที่มีคนตกท่อระบายน้ำตาย

ตระกูลอินทามระ & สุทธิสารวินิจฉัย

 

ศึกระหว่างตระกูลอินทามระกับ กทม. ก็มีอยู่ว่า

ในอดีตช่วงปี พ.ศ. 2504 ที่มีการสร้างถนนวิภาวดี เพื่อเชื่อมไปยังหัวเมืองอย่างปทุมธานี ก็เกิดมีเส้นทาง ตรอก ซอก ซอย มาตัดตามรายทาง  หนึ่งในนั้น คือ อินทามระ และ สุทธิสารวินิจฉัย ซึ่งผ่านเส้น พหลโยธินในปัจจุบัน  ซึ่งขอย้อนความทรงจำคุณผู้ชมอีกสักนิด  กรุงเทพเรา มาจากพระเจ้าตากย้ายพระนครมาอยู่ฝั่งธนฯ (กุฎีจีน) และ รัชกาลที่ 1 ทรงย้ายพระราชวังข้ามมาอยู่ตรงวัดพระแก้ว  พระราชวังคือโซนวัดพระแก้วในเขตประตูเมืองมา 5 รัชกาล  หลังจากนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงมาซื้อพื้นที่ป่า ย่านดุสิต จนถึงแถว  ๆ  จุฬาลงกรณ์ เผื่อไว้แจกจ่ายให้ลูกหลานของท่านจะได้อยู่อย่างสบาย ๆ

ท่านสร้างพระราชวังวิมานเมฆย่านพระราม 6 และที่ถนน พระราม 6 มีชื่อว่าพระราม 6 เพราะท่านตั้งใจมอบให้กับรัชกาลที่  6  ซึ่งเส้นนี้ตัดกับดุสิต  ต่อมาไม่ชัวร์ว่าถนนพระราม 7 อยู่ตรงไหน  แต่หลังจากเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ก็เหลือแต่สะพานพระราม 7

และถนนคอนกรีตจริงจังเส้นแรก ๆ เพื่อให้รถยนต์ชาวบ้านได้วิ่งยาว ๆ (ไม่นับราชดำเนิน และถนน ตรอก ในเขตพระนคร ที่ไว้วิ่งเฉพาะในเมือง)  ก็เป็นชื่อของนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็คือ พหลโยธิน (วิ่งยาวขึ้นเหนือ) ตรงนี้เริ่มมีความสำคัญขึ้นมาสักหน่อย

ปี พ.ศ.2500 เป็นต้นมา  เชื้อพระวงศ์ ที่เป็นหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์  ก็ขยับขยายมาอยู่ตามขอบ ๆ เมือง  อย่างถนนย่านพหลโยธิน ประดิพัทธ์ สะพานควาย  มีคนรวยมีฐานะมาอยู่มาก  และตามซอยลึก ๆ บ้างก็เป็นที่ดินพระราชทานสมัยศักดินา  หรือเป็นเชื้อพระวงศ์มาซื้อไว้ยกซอย

 

แอดมินรู้จัก ‘อินทามระ’ ครั้งแรกตอนที่เจ้านายเก่าใช้ให้ไปเอาของที่บ้าน   แกบอกว่าบ้านแกอยู่อินทามระ 20  ด้วยความที่เราชื่นชอบประวัติศาสตร์อยู่แล้ว พอได้ยินชื่อนี้ครั้งแรก เดาได้เลยว่าคนอยู่ซอยนี้ต้องไม่ธรรมดา เพราะชื่อนี้เป็นคำประดิษฐ์ที่รัชกาลที่ 6 ทรงแต่งขึ้นมาพระราชทายให้กับนายตำรวจคนสำคัญ  วิธีสังเกตนามสกุลพระราชทานคือ จะเรียงคำถูกต้องตามหลักสันสกฤต

พระองค์เคยใช้คำว่า ‘อินทรานี’ เป็นพระยศให้กับพระชายา ชั้น  พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า

ถนนอินทามระ  เหลือแต่ป้ายปักไว้ ซอย 1 – 59 โดยมีวิภาวดีตัดกลาง  ถัดขึ้นไปก็เป็นสุทธิสารวินิจฉัย ที่เรียบเข้าไปทางรัชดาได้

ภาพจากเว็บไซต์ไทยรัฐ ที่มาจากไทยรัฐฉบับพิมพ์

 

ในปี พ.ศ. 2547 มีการปรับปรุงซ่อมป้ายรายทางบนถนน ทางเจ้าหน้าที่ กทม. เปลี่ยนขื่อถนนอินทามระ ต่อเนื่องตามสุทธิสารวินิจฉัย  ทำให้ชื่อถนนอินทามระหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เรียบร้อย

แน่นอน ตอนฟ้องครั้งแรก ครอบครัว อินทามระแพ้คดี  ใครกันจะมาสนใจว่าถนนนี้คืออะไร? ทำไมต้องให้เปลี่ยนชื่อด้วย  ส่วนครอบครัวอินทามระมาในมุมนิ่ง ๆ เรื่องอะไรจะยอมให้คนทำงานมักง่ายมาเปลี่ยนชื่อที่ดินบริจาค ตัดชื่อบรรพบุรุษออกจากประวัติศาสตร์ได้ยังไง  ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ฟ้องอุทธรณ์ต่อ ฏีกา  และกลับมาชนะคดีในปี 2560 ด้วยเหตุผลที่ว่า  กทม. จะมาฮุบเอาชื่อถนนอีกฝั่งมาทอดยาวปักป้าย โดยไม่ได้ทำตามพระราชกำหนดเรื่องชื่อถนนที่ต้องสืบค้นประวัติที่มา  และ  ดูรายละเอียดข้อกฎหมายเรื่องการตั้งขื่อถนนให้ ดี ๆ จะมามโนเอาว่าชาวบ้านรู้จักชื่ออื่นมากกว่าไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำประชาพิจารณ์  สุดท้ายศาลฎีกาจึงตัดสิน ให้ อินทามระ กลับมามีตัวตนบน GPS อีกครั้ง หลังสูญหายไปกว่า 20 ปี  และไม่น่าเชื่อว่าจะมีการตัดสินที่ไม่เข้าข้างหน่วยงานใหญ่อย่าง กทม.

 

  1. ผลคือ ภายใน 180 วัน (นับจาก กรกฎาคม 60 )  ทางทะเบียนราษฎร์ของผู้ที่อยู่อาศัยริมถนนอินทามระ ต้องเปลี่ยนชื่อถนนใหม่หมด (นับจากซอย 1-59 นั่นเอง)  กะแล้วต้องทำให้เสร็จหมด ช่วงเดือน เมษายน 61)

แต่ล่าสุด (มกราคม 61) เรื่องราวอาจจะไม่จบดี  เพราะ กทม ยืนยันจะไม่เปลี่ยนชื่อถนน แจ้งว่าเนื่องจากมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนแล้วว่า  จดจำชื่อ ‘สุทธิสารวินิจฉัย’ ได้มากกว่า

ครั้งนี้จะเป็นการโบ้ยความรับผิดชอบอีกครั้ง ของคนทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดอีกหรือไม่? กฎหมายยังคงศักดิ์สิทธิ์มีช่องให้คนหัวหมอดิ้นหลุดอีกหรือเปล่า? และประชาชนรู้เห็นกับการทำประชาพิจารณ์จริง ๆ หรือเปล่า? ซึ่งทางครอบครัวอินทามระยังเชื่อมั่นว่าถ้าใครหลายคนได้รู้จักกับประวัติความเป็นมาของ โต๊ะ อินทามระ นายตำรวจผู้เสียสละเพื่อชาติ (ทำงานในกองคลัง กรมตำรวจ)  ก็คงยอมให้ กทม. คืนชื่อเดิมให้กับถนนสายนี้แน่นอน  บางคนมองว่า ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่แล้วรู้ว่าอนาคตจะมาเจอเรื่องแบบนี้  ที่ดินแปลงนี้ควรจะเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ขายเวรคืนเพื่อเลี้ยงดูตัวเองในอนาคตดีกว่าไหม? แต่เพราะท่านคิดแล้วว่าจะเสียสละเพื่อเป็นส่วนรวม แต่คนเพียงบางคนในหน่วยงานปัดสวะ ไม่รับผิดชอบ จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนรุ่นปัจจุบันได้อย่างไร  อนาคตยังจะมีคนกล้าเสียสละเพื่อชาติอีกไหม?