เรื่องเล่า หนังสือ น่าอ่าน หนังน่าดู

รีวิวหนัง Memoris of Geisha นางโลมโลกจารึก

“นี่ไม่ใช่ความทรงจำของจักรพรรดินี”

อันที่จริงในภาพยนตร์เรื่องนี้ มีประโยคเด็ดอยู่มกมาย ดั่งที่ Blogger หลายคนรีวิว อย่างเช่น “เกอิชา ไม่ใช่โสเภนี” ฯลฯ แต่สำหรับผู้เขียน ประโยคสุดท้ายของเรื่อง นี่เด็ดกว่า .. มันเหมือน Paradox ว่า ทั้งหมดที่เล่ามานี่ ไม่ใช่ความทรงจำที่มีค่าอะไร เพราะไม่ใช่ความทรงจำของชนชั้นสูง

 

ถ้าเราเกิดอยู่ในยุคก่อนสงคราม  แล้วเป็นเด็กผู้หญิงด้วยเนี่ยะ ก็มีโอกาสถูกขายให้กลายเป็นหญิงขายตัว อย่าว่าแต่ญี่ปุ่นบ้านเขา  สมัยก่อนในเมืองไทยก็มีเรื่องแบบนี้ให้ได้ยินบ้าง ..แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด ไม่ใช่ความใจร้ายของแม่ ซึ่งแม่ๆ เองก็คาดหวังว่า ลูกของตัวจะได้เป็นสาวใช้ หรือ ใช้แรงงานค่าทาสไปพลางๆ ก่อนที่จะได้รับโอกาส เก็บเงินเพื่อไถ่ตัวเองได้

สำหรับซายูริ นั้นไม่ใช่

ก่อนหน้านี้ ซายูริ (ก่อนเข้าวงการเกอิชา ไม่ได้ชื่อนี้)  เธอเป็นเด็กผู้หญิงวัย 9 ขวบ ที่ถูกขายให้กับซ่อง โสเภณี  เธอพยายามหนีไปกับพี่สาว ที่ถูกขายให้กับอีกที่หนึ่ง  โชคไม่ดีพอ  พี่สาวขโมยเงิน หอบหนีไปได้ ส่วนน้องสาว จะปีนหลังคาออกมา กลับหนีไม่พ้น.. นั่นแหละ ทั้งหมดของชีวิตเธอ จึงหนีไม่พ้นอีกเลย

ฮัตซึโมโม่ สวยมาก (ทำไมต้องทำผมยุ่งๆ)

ฮัตซึโมโม่ เป็นเกอิชาตัวร้ายของเรื่อง  สังคมปั้นเธอมาให้เป็นแบบนั้น เธอเป็นหญิงสาวที่ถูกขายมาเป็นเกอิชาเหมือนกัน และได้สำเร็จวิชาชั้นสูง  เธอสวย และมีผู้ชายมาติด (แต่ไม่มีคนอุปถัมภ์)  และไม่อยากให้คนอื่นมาดีมาเด่นกว่า

 

ปกติแล้ว ซ่องเกอิชา จะมีเกอิชาอยู่ไม่กี่คน คนที่กำลังถูกฝึกอยู่ จะเรียกว่า เมโกะ ในบ้านที่ซายูริอยู่ นอกจากแม่เล้า ก็มีฮัตซึโมโม่ เป็นเกอิชา และ ฟักทอง หญิงสาววัยรุ่นๆ เดียวกันกับซายูริ เป็นเมโกะ ส่วนซายูริเป็นเพียงสาวใช้ ที่ต้องทำทุกอย่างที่ทุกคนสั่ง (แม้ว่าจะมีความรู้สึกว่าฟักทองเป็นเพื่อนบ้างก็ตาม)

 

ในภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนมุมเดียว เฉพาะเรื่องของเกอิชายุคท้ายใกล้สงคราม (ซึ่งผู้เขียนคิดว่าน่าจะอธิบายได้ไม่ละเอียดเท่าของจริง)  ในเรื่องพยายามบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องของโสเภณีนะ  แต่จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้เลย

 

ซายูริหลังจากเสียพ่อแม่ไปกับโรคร้าย  พี่สาวก็หนีไป  ตัวเธอเองเคว้งคว้าง

 

จนวันหนึ่ง เธอเจอกับผู้ชายใจดี ดูหล่อ รวย ดี  มากับหญิงสาวแต่งตัวสวยๆ คนหนึ่ง (เหมือนเป็นเด็กเลี้ยงอีกคน)  เธอถูกพาไปซื้อน้ำแข็งใส และชายผู้นั้นให้เธอสัญญาว่า “ต่อไปนี้อย่าทำหน้าเศร้าแบบนี้อีก”  และเปรยๆ ว่า อีกหน่อย เธอคงสวยเหมือนกับผู้หญิงที่เขาพามาด้วยคนนั้น

 

กลับกลายเป็นว่า ซายูริ หัวใจพองโต เอาเงินทั้งหมดที่ผู้ชายคนนั้นให้ไปบริจาคที่ศาลเจ้าและขอพรว่าจะได้เจอกับชายคนนี้อีก และขอให้ตัวเองได้เป็นเกอิชาที่สวย เลิศ ที่สุด  และเก็บผ้าเช็ดหน้าของชายผู้นี้ไว้

 

จนวันหนึ่ง ผ่านมาไม่กี่ปี ซายูริโตเป็นสาว  เธอเอาเครื่องดนตรีไปส่งให้ฟักทอง ขณะที่พาฮัตซึโมโม่ ออกงาน  วันนั้นเธอได้เห็นผู้ชายคนที่เธอใฝ่ฝันอีกครั้ง  ซายูริตกใจ วิ่งหนีกลับไป  และวันนั้นเอง ผู้ชายก็ได้ให้แม่เล้าคนหนึ่ง ไปรับตัวซายูริมาฝึกเป็นเกอิชา

 

ผู้ชายจำซายูริได้ตั้งแต่แรกเห็น แม้ว่าจะเห็นเพียงแว้บเดียว เพราะเธอมีดวงตาสีฟ้า (มันเป็นเรื่องน่าแปลกมากที่ผู้หญิงญี่ปุ่นจะมีตาสีฟ้า นอกจากบ้านจะอยู่ใกล้กับเกาะฮาวาย)

 

แม่เล้าอีกทีม ไม่ได้เปิดเล้าอย่างเป็นทางการ ก็มาพนันขันต่อ ว่าจะฝึกซายูริ เงินทั้งหมดที่ได้จากการประมูลพรหมจรรย์ก็จะเข้าเล้าทั้งหมด .. อ่านมาถึงตรงนี้แล้วผู้อ่านหรือคนดูท่านอื่นอาจจะเขม่นผู้เขียนว่าทำไมเรียกว่า “ซ่อง” บ้าง “เล้า” บ้าง  เพราะผู้เขียนคิดว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ไม่ได้มองว่า เกอิชา เป็นโสเภณี เลย .. (แม้กระทั่งชื่อเรื่องภาษาไทยยังถูกตั้งว่า “นางโลม”)

 

ผู้เขียนรู้สึกนอยด์ ซายูริ มาก เธอไม่น่ายอมไปหมดทุกอย่าง เธอเลือกทางที่จะเป็นเกอิชา เต็มตัว  โดยไม่ระแคะระคาย ใฝ่ฝันถึงโลกภายนอกและการไถ่ตัวเป็นอิสระบ้าง  เนื่องจากชีวิตทาสปกติก็ยากที่ซายูริจะได้ไถ่ตัวเองออกมา เพราะเธอทำข้าวของเสียหายหลายอย่าง จนค่าหนี้ก็สูงประมาณหนึ่ง แถมยังไม่ได้มีรายได้จากช่องทางไหนเลย

 

ไม่แปลกที่ซายูริจะนึกฝันถึงวันไถ่ตัว

และเธอยังเจอกับผู้ชายคนแรกที่เธอคิดว่าดี.. โดยคาดหวังไปแล้วว่า “ต้องเป็นเกอิชาเท่านั้น จึงจะได้เจอกับเขาอีก”.. แค่เป้าหมายของการเลือกคู่แรกก็ผิดแล้ว

 

เพราะซายูริไม่เคยเจอผู้ชายดีๆ

เพราะเธอไม่เคยเห็นภาพว่า ผู้ชายดีๆ หัวหน้าครอบครัวดีๆ เป็นอย่างไร  สิ่งที่ซายูริได้เรียนรู้ก็คือ การเอาอกเอาใจผู้ชาย และสามารถมีอะไรกับผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รักได้ เพราะเงิน

 

พี่เลี้ยงของเธอ มีนายพล เป็นผู้อุปถัมภ์  ในที่นี้ก็คือ ผู้ที่ให้เงิน ให้บ้าน ให้มีชีวิตที่สบาย โดยไม่ใช่ตำแหน่งภรรยา  เรียกง่ายๆ ก็คือ เด็กเลี้ยง.. แต่ก็นั่นแหละ ใครจะถูกเลี้ยงไปได้จนแก่.. ในวันที่เกอิชา ชราลง เขาก็ย่อมหาคนใหม่เลี้ยงดูได้

 

แต่ในที่นี้ เกิดสงครามเสียก่อน  นายพลฆ่าตัวตาย  และซายูริเอง ก็ต้องหนีสงคราม

 

ผู้ชายในเรื่อง เป็นนักธุรกิจ  ซายูริเรียกเขาว่า “ท่านประธาน”  แต่ท่านประธานนี่แหละ เคยพยายามผลักดันเธอให้กับ “โนบุ” เพื่อนของเขา ที่เคยช่วยเหลือเมื่อครั้งสงคราม จนใบหน้าเสียโฉม และกลายเป็นคนไม่มั่นใจ

 

แม้ว่าช่วงสงคราม พวกเขาจะช่วยส่งซายูริไปเป็นแรงงานที่บนเขาเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากสงคราม  แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ซายูริ รู้สึกว่าเป็นบุญคุณช่วยชีวิตใหญ่หลวง

 

มี Blogger เขียนว่าในหนังสือ จะเป็นช่วงบั้นปลาย ที่ซายูริ ถูกส่งให้ไปมีอะไรกับคนอเมริกา เพื่อให้ช่วยเซ็นสัญญา ช่วยเหลือญี่ปุ่นไว้ ซึ่งหากเป็นเรื่องจริง เราก็คงไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นอย่างไร แต่ตัวละครในนั้นจะถูกชาวบ้านรังเกียจ ตราหน้าว่าเป็นโสเภณี ไม่สุงสิงด้วย

 

ในเรื่อง วางบท ซายูริไว้ว่า ก็ไม่ได้ไร้เดียงสา แต่ก็ไม่ได้เจนโลก แต่กลายเป็นความรู้สึกแบบ เฟมินินส์จัดๆ เป็นผู้หญิงที่คาดหวังในความรัก แต่เข้าใจว่าคงไม่สมหวัง

 

สำหรับคนญี่ปุ่นอาจจะมองว่า การที่ผู้ชายทำงาน มียศ มีตำแหน่ง มีเงินเยอะๆ เลี้ยงเกอิชา ไม่เป็นเรื่องผิด  ..สำหรับสังคมไทย คนบ้านๆ ก็ตราหน้าแล้วว่า เฒ่าเลี้ยงเด็ก ..แต่ทั้งที่ความจริง  คนไทยก็มีแบบนั้นเยอะแยะถมไป

 

คือทุกครั้ง ที่เราต่างได้ยินคำว่า “เกอิชา” แล้วสงสัยว่า ขายตัวด้วยไหม?  ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะไม่มี พวกเธออาจขายแค่เสียงร้องเพลง กับ เต้นรำ เคล้าเสียงดนตรี  แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ตีตราไว้แล้วว่า “เกอิชา..คือนางโลมชั้นสูง ที่ต้องใช้เงินซื้อ”

ตอนจบของเรื่อง  มันไม่ Happy Ending และจบแปลกๆ

ดูแล้วนอนไม่หลับด้วย!..

 

 

ต้องขออภัยด้วยหากรีวิวครั้งนี้ไม่ถูกใจท่าน…

ขัดใจที่นางเอกตาสีฟ้า

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s