รีวิว เข้าคลินิกภูมิแพ้ สะพานควาย

จบทุกคำถาม หาหมอภูมิแพ้ และ รักษาภูมิแพ้ที่ไหนดี

รีวิวเปิดถุงช้อปปิ้งมาก็มากแล้ว วันนี้ลองมาฟังต้นหอมรีวิวคลินิกภูมิแพ้กันบ้าง (เอิ่ม..ฟังดูแปลกๆ) เอาหน่า.. เชื่อผม บล็อกนี้มีประโยชน์แน่นอน

(บทความนี้ไม่ได้มีใครจ้างเขียนนะคะ จ่ายเงินเอง.. เจ็บเอง T T คนที่แพ้ต้องดูแลตัวเอง)

 

ก่อนอื่นต้องบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะหาหมอเลย  แต่เหมือนมี Something ดูดต้นหอม ให้ต้องแวะ  เรื่องก็มีอยู่ว่า…(ยาวมาก)

 

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์นรกของต้นค่ะ เนื่องจากกลับบ้านค่ำมาก ไม่ได้ทำความสะอาดห้องมา 2 สัปดาห์เต็ม ไม่ค่อยได้อยู่ห้อง จึงมี สมช. อื่นพาเพื่อนมาปาร์ตี้แทน นั่นก็คือ “ฝุ่น” เจ้าฝุ่นนี่ไม่ได้มาเป็นเม็ดอย่างเดียวนะ มันมาเป็นตัว มี “ไรฝุ่น” มาด้วย บวกกับ ความร้อนและเหงื่อ ที่ทำร้ายผิว แล้วด้วยฝนตกด้วย     แอร์เย็นเอาผ้าห่มมาห่มตอนทำงาน ผิวข้อพับร้อน จนเป็นผื่น  เกาจนเลือดออก!!!

 

ผื่น atopic dermatitis

พอเจอคลินิกหมอภูมิแพ้ ที่เขียนว่า “รักษาภูมิแพ้ผิวหนัง” ก็เลยต้องแวะ เธอจะเกาจนขาเหวอะอย่างนี้ไม่ได้นะต้นหอม!!

บางคน ตัวเป็นแผล ต้องเกาอยู่ตลอดเวลา เจอความร้อน ความเครียด ตัวขึ้นผื่น และคันในจุดเดิมๆ ตลอดเวลา  อาจจะต้องไปเช็คว่าผิวหนังมีปัญหาหรือเปล่า  ซึ่งในกรณีของต้นหอม  ตอนอายุ 20 เคยแพ้มากๆ แบบนี้ครั้งหนึ่ง คุณหมอบอกว่าเข้าข่ายเป็นผื่น Atopic

 

“ผื่นผิวหนังบางประเภท  ไม่ใช่โรคผิวหนัง”

 

แห้ง คัน เกา ผื่น

คุณหมอบอกว่ามันจะป็นวงจรแบบนี้ (อ่าว.. อย่างนี้เราก็ถือว่ามาเป็นระยะท้ายแล้วสิ!) ถ้าไม่ดูแลตัวเองก็จะเป็นใหม่อีก ถ้าอยากตรวจ Skin test ที่นี่ก็มี และพร้อมออกผลได้เลย ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล ไม่ต้องต่อคิว (ระหว่างเล่านี้จะมีเด็กผู้หญิงชุดไทย วัยอนุบาล มากับแม่ รอตรวจเหมือนกัน วิ่งไปวิ่งมา)

 

ลืมบอก วันนี้ต้นมาส่ง  ปณ. ที่บิ๊กซีสะพานควายแล้วเดินผ่าน  ไม่เคยเห็นคลินิกนี้มาก่อน  ไม่รู้จัก  ไม่มีใครแนะนำ  เดินผ่านมองเข้าไป รู้สึกว่าเป็นคลินิกที่สะอาดมาก ผิดหูผิดตา  (และเป็นคลินิกที่ไม่ได้ตั้งโดดตามอาคารพาณิชย์เหมือนที่เคยพาอาม่าไปหาหมอนอกเวลา) ก็เลยลองเข้าดู  อยู่ใกล้ตู้เอทีเอ็มด้วย ก็เลยไปย้ายเงินจ่ายบัตรเครดิตให้วงเงินเต็มๆ พอจ่ายค่ารักษา (สรุปคือรับแต่เงินสด! อ่วมเลย เงินเดือนยังไม่ออก)

(ระหว่างรอตรวจ ก็แอบ Search Profile จากชื่อคุณหมอที่ติดอยู่หน้าห้อง พอเจอปุ๊บแทบกรี๊ด เป็นอาจารย์หมอ ที่จุฬา และเป็นทีมบริหาร (ตำแหน่งรองอธิการบดี) ท่านต้องประจำอยู่ตึกจามจุรี ๔ ที่ต้นเคยไปนอนใต้ตึกตอนรับน้องแน่เลย!)

 

สรุปคือ ก็นั่นแหละจ้า ความคัน กับ ผื่น ที่จะขึ้นเมื่อผิวแห้ง จากสภาพผิวแบบ Atopic dermatitis ผิวแพ้ง่าย จากโรคภูมิแพ้  ต้องดูแลตัวเองด้วยการงดอาบน้ำอุ่นเพราะมันจะล้าง WAX ที่ผิว

 

“คนเป็น Atopic ผิวจะมี Wax น้อยกว่าคนอื่น” แล้วพวกสบู่ต้องพิถีพิถันเลือกเป็นพิเศษ (คุณหมอจะย้ำมากกว่าใช้สบู่อะไร ส่วนใหญ่แล้วต้นจะใช้สบู่แคร์ สูตรเด็ก) คุณหมอบอกว่า มี johnson and johnson สูตรใหม่สำหรับ allerginic (pH 5.5 ไร้น้ำหอม เพราะจะเคืองผิว )ให้ลองใช้ดู วันนี้จึงได้ยามา 3 ตัว

  • สบู่

  • ครีมทาผิว ที่เป็น wax

  • ยาสเตรอยด์อ่อนๆ ให้ทาบริเวณที่คัน

  • ยากินแก้แพ้ หมอให้กินติดกัน 1 เดือน

สบู่ยาจาก คลินิกภูมิแพ้ น่าจะเป็นจอห์นสัน ต้วที่คุณหมอบอก

ตัวนี้เป็นสบู่ที่ได้มา น่าจะแบ่งออกมาจากสบู่จอห์นสันที่หมอบอก  แต่กลิ่นไม่น่าใช่ ดูเป็นสบู่ยามากๆ  สีเขียว  หอมยา ดมแล้วเหมือนแชมพูไนเซอร่า สีแดง ที่รักษารังแค

ต่อมาเป็นครีม ที่เอาไว้สำหรับรักษาความชุ่มชื่นของผิว ไร้น้ำหอม ไร้สี ไรกลิ่น เป็น wax แท้ๆ เลย น่าจะเป็นกลีเซอรียผสมอะไรสักอย่างออกครีมๆ เพราะตัวนี้เนื้อเดียวกับสูตรครีมทาส้นเท้าแตกของหมอจุฬา ที่เราเคยได้ตอนกำเริบเมื่ออายุ 20 เหมือนกัน (ฟังแล้วอย่าเพิ่งกลัวว่าหมอเอาครีมทาส้นเท้าแตกมาให้ทาหน้าหรือเปล่า  มันแค่ส่วนประกอบตือๆ กันหลายอย่างค่ะ ปลอดภัย ไม่ได้แย่นะ โอ๋ๆ)

Wax ล็อกความชุ่มชื้นของผิว จาก คลินิกภูมิแพ้

 

ยากินกับยาพ่นจมูก  พีคมาก..  พอเห็นยาแก้แพ้เป็นแผง ต้นต้องถามคุณหมอก่อนว่า “กินแล้วจะเศร้าไหมคะ?” สมัยเรียนได้มา กินแล้วหายคัน แต่มันจะเศร้าๆ กินติดกันเป็นเดือนแล้วรู้สึกชีวิตมีดราม่าบอกไม่ถูก  อาจารย์หมอทำท่าหงายหลังทีนึง บอกว่าเมื่อก่อนอาจจะมียาแก้แพ้ตัวหนึ่งที่กินแล้วเป็นแบบนั้นม แต่ตัวนี้กินแล้วไม่เป็น ให้กินทุก 12  ชั่วโมงแบบตั้งเวลาไว้เลย เช้า เย็น 8.00 am/pm ให้ยัดเข้าไปเลยจ้า

ยาภูมิแพ้

 

มัน Peak ตรงนี้

ตรวจหน้าเคาน์เตอร์จะมี Screen Test เป็นแบบฟอร์ม ต้นก็กรอกข้ามๆ ไป เพราะว่าไม่ได้มีอาการไซนัส หรือรับทางเดินหายใจ ยังหายใจได้ปกติ  ไม่คันตา  ไม่แพ้อาหารอะไรทั้งนั้น (แต่ถ้ากินปลาหมึกแล้วคืนนั้นจะไม่ได้นอนเลยทีเดียว)

 

ตรวจจะจบแล้วคุณหมอถามว่า “มีอาการหายใจไม่อิ่มบ้างหรือเปล่า?”

คือในใบนั้นถามแค่ว่า หายใจไม่สะดวกหรือเปล่า ไอ้เราก็เข้าใจว่า เกือบ 30 ปี ที่ผ่านมา  สะดวกแบบนี้!  แต่ช่วงนี้มีอาการนอนไม่หลับ กระฟัดกระเฟี๊ยด นอนไม่พอ (นอนไม่อิ่ม  ตัวผอมหมดละ) ต้องหาพระมาคล้องคอ นึกว่ามีสิ่งที่มองไม่เห็นติดมากับอะไรหรือเปล่า (ว่าไปนั่น!) คุณหมอขอเอาเครื่องมือลองส่องจมูกดูหน่อย (หน้าตาเหมือนปืนกาว ไม่เจ็บ) มันคือกล้องจุลทรรศน์ต่อกับ macbook ตอนแรกว่าจะขอถ่ายรูปเก็บไว้ กลัวโดนด่า พอคุณหมอรุ้ว่าต้นทำงานประเภทเขียนบล็อก  คุณหมอบอกว่า ถ่ายไปเถิดจะได้เป็นความรู้แก่คนอื่น

 

ภาพรูจมูกคนไข้ของคุณหมอ

บนซ้าย คือรูจมูกของคนปกติ ที่มีช่องให้อากาศผ่าน ขวาบนคือรูจมูกของผู้ชายกำยำร่างใหญ่ เหนื่อยง่าย

เห็นรูจมูกแบบนี้แล้วเพิ่งรู้เลยว่าคนเป็นภูมิแพ้ไม่ควรทำจมูก เพราะหนังเนื้อภายในมีโอกาสบวมง่ายมาก “คุณหมอคะ อย่างนี้หนูทำจมูกได้ไหม” คุณหมอแนะนำเลยว่า “อย่าเพิ่ง” เอาที่ธรรมชาติสร้างมาไว้ให้เถิด (ธรรมชาติคงรู้ว่าผู้เขียนอาจจะหายใจยาก เลยให้จมูกบานๆ มาเป็นของแลกเปลี่ยน)

 

“คนที่แพ้ต้องดูแลตัวเอง”

คืออาการมีแค่คันผื่นที่ขา ไม่นึกเลยว่าจะลามปามมาระบบทางเดินหายใจด้วย!

การอาบน้ำเย็นเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี 9 เดือน (ที่เรื่มเป็นคนติดน้ำอุ่น) สั่นหน่อยแต่ไม่มาก  และคุณหมอแนะนำว่าไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะอุณหภูมิจะทำให้ผิวแพ้ง่ายในโพรงจมูกของคุณบอบบาง

ส่วนต้น  ออกผิวเยอะ ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้มีเหงื่อ ต้องรีบซับออก และเข้าที่เย็น (เรื่องเธอเยอะจริงๆ)  ครั้งนี้เป็นความโชคไม่ดีของคุณหมอที่มาเจอคนไข้เรื่องเยอะอย่างต้นหอม  ครั้งหน้า น่าจะเป็นคุณหมอศัลยกรรม ไม่ได้ทำสวยนะคะ  จะไปตัดไฝ กับ จี้ริดซี่ (คือนางเริ่มมีอาการแล้ว)

ค่ารักษาเบาๆ..

ครั้งหน้าจะมาตรวจว่าผิวแพ้อะไรเป็นพิเศษบ้าง แต่ตินนี้ขอเก็บห้องก่อน

IMG_0358

กลับมาดูดฝุ่นที่ห้อง แล้วเอาถุงฝุ่นมาทิ้ง ย้ายมาอยู่ห้องนี้ 9 เดือน ซื้อเครื่องดูดฝุ่นมาไม่เคยแกะมาทิ้งเลย

(คุณหมอถามว่ารู้ได้ยังไงว่าที่เป็นอยู่คือ ผื่น Atopic ก็เลยบอกว่าสมัยเรียนเคยเป็นหนักๆ อย่างนี้ครั้งหนึ่ง ไปหาหมอที่จามจุรี ๙ จึงบอกคุณหมอว่าตอนเรียนก็ฝึกงานที่ รพ. จุฬาเหมือนกัน)

ก็พอรู้มาบ้างว่า ผื่น Atopic จะเป็นแบบนี้ และต้องดูแลตัวเอง แต่ไม่รู่มาก่อนว่าผิวเรา แทบจะไม่มี Wax ต่อไปนี้จะเอาเวลาอ่ายรีวิวเครื่องสำอาง  มาอ่าน paper บ้าง  เว้นมานานเหลือเกิน  สำหรับวันนี้หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์ของคนที่เป็นโรคผิวๆ ที่สมัยก่อนเรียกว่า “น้ำเหลืองไม่ดี” กันนะคะ ถ้ารักษาถูกจุด มันก็จะหาย  ไม่ต้องเหมือนต้นที่เปลี่ยนหมอมาเยอะมาก  หมอจีน หมอไทย ตามประสา  เพราะคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ทราบว่าต้องดูแลอย่างไร (เมื่อก่อนนี่ทาผื่นด้วยเหล้าขาว)

สรุปคือวันนี้ นอกจากต้องมาเห็นรูจมูก Somebody ที่ไม่รุ่จักมาก่อนในชีวิต (สตรองมากเท่านั้นถึงจะอยู่เป็น) ต้นหอมนางต้องเรียนรู้การดูแลตัวเองใหม่ เลิกอาบน้ำอุ่น ทาครีมหลังอาบน้ำเสร็จ รับประทานยาให้เป็นเวลา และต้องซักผ้าปูที่นอนทุก 2 สัปดาห์ (และคุณหมอแนะนำว่าถ้าคนเป็นภูมิแพ้ ต้องเอาตุ๊กตาออก)  แต่ต้นว่าปัญหาตอนนี้คือ ตุ้เสื้อผ้า กับ กองหมอนผ้าห่มดูเยอะไป ทางที่ดีควรเอาออกไปจากห้องนอนดีกว่าค่ะ

(แนะนำ เครื่องดูดไรฝุ่น ป้องกันภูมิแพ้จาก OTTO ค่ะ ใครกำลังตามหาเครื่องดูดไรฝุ่นอย่างดี ราคาไม่เกิน 4,000 บาท แอดมินแนะนำตัวนี้)

===================================================

** ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อความ และ ภาพ เพื่อนำไปเผยแพร่ทั้งส่วนตัวและสาธารณะ เนื่องจากเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา   หากพบเห็นจะฟ้องร้องดำเนินคดีถึงที่สุด

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s