ทำไมโอริโอ้จึงเป็นสีดำ

(นำข้อมูลมาจาก เว็บไซต์มติชน)

6 มีนาคม 2012 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันฉลองครบรอบ 100 ปี ของคุกกี้ที่ได้ชื่อว่าขายดีที่สุดในโลกอย่าง”โอริโอ” ที่ถือกำเนิดเมื่อวันเดียวกันนี้ในปี 1912  ที่เป็นช่วงก่อนที่เรือไททานิกจะแล่นออกทะเลและจมลงในที่สุด หลังบริษัท เนชันแนล บิสกิต คอมปานี หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ”นาบิสโก” จำหน่ายแซนวิช คุกกี้ ที่ร้านค้าปลีก “S.C. Thuesen” ที่เมืองโฮโบเกน รัฐนิวเจอร์ซี

 

แคมเปญครบรอบ 100 ปีโอริโอ

 

ว่ากันว่า แต่เดิมโอริโอผลิตออกมาเพื่อออกมาสู้กับบิสกิตที่มีลักษณะคล้ายกันจากอังกฤษ  และพัฒนาต่อมาจนโอรีโอเป็นแซนวิชคุกกี้ที่ขายดีที่สุดในศตวรรษที่ 20 โดยทำยอดขายทั่วโลกเมื่อปีที่แล้วไปกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์   แต่เดิมคุ้กกี้ยี่ห้อนี้มีรูปร่างนูน โดยขายในราคา 25 เซ็นต์/ปอนด์ บรรจุในกระป๋องสังกะสีที่มีฝาเป็นแก้วให้มองเห็นของข้างในได้  และเปลี่ยนชื่อเรียกไปตามกาลเวลา ได้แก่ “โอริโอ แซนด์วิช” (Oreo Sandwich)  ในปี 1921, “โอริโอ ครีม” (Oreo Creme Sandwich)  ในปี 1948, “โอริโอ ช็อคโกแลต แซนด์วิช คุกกี้” (Oreo Chocolate Sandwich Cookies) ในปี 1974 และเปลี่ยนเป็น โอริโอ เช่นในปัจจุบันที่สุด

 

 

ภายใต้สโลแกนเดิมที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงก็คอ”บิด ชิมครีม จุ่มนม” (twist, lick and dunk)

 

 

 

 

1.ชื่อของ”โอริโอ”ยังคงเป็นปริศนา ไม่มีใครสามารถยืนยันที่มาดังกล่าวได้แน่ชัด  บ้างก็เชื่อว่ามาจากคำว่า “Or” ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า”ทอง” หรือมาจากแพ็คเกจที่แต่เดิมส่วนใหญ่เป็นสีทอง บ้างก็คาดเดาไปไกลว่าเพี้ยนมาจากภาษากรีก “βουνό” ที่แปลว่า”ภูเขา” อาจเนื่องจากในช่วงทดลอง โอริโอจะมีรูปร่างขายภูเขาขนาดย่อม

 

2.สัดส่วนของเนื้อคุกกี้และครีมในปัจจุบันของโอริโอสูตรดั้งเดิมอยู่ที่ร้อยละ 71 ต่อ 29

 

3.โอริโอได้รับอนุญาตให้เป็น”โคเชอร์” หรืออาหารที่ถูกต้องสอดคล้องกับหลักศาสนาที่ชาวยิวรับประทานได้ หรือเรียกว่า “โคเชอร์” เมื่อปี 1998 (คำว่าโคเชอร์เป็นภาษาฮีบรูว์ แปลว่า “สะอาด” หรือ “เหมาะสม” หรือ “เป็นที่ยอมรับ”) โดยจะมีเครื่องหมายดังกล่าวอยู่เหนือข้อมูลน้ำหนักของผลิตภัณฑ์

 

  1. หนึ่งในส่วนผสมดั้งเดิมของครีมรสชาติเข้มข้นของขนมชนิดนี้คือ Trans fat หรือที่เรียกชื่อเต็มๆว่า Trans fatty acid หรือมีชื่อเล่นว่า “ไขมันหมู” เป็นกรดไขมันชนิดหนึ่ง  (สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ได้ออกกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตอาหารแสดงปริมาณ Trans fat บนฉลากโภชนาการเพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภคตัดสินใจที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ) ต่อมาจึงมีการยกเลิก หลังจากมีการค้นพบว่าการรับประทานกรดไขมันชนิดนี้เป็นเวลานาน จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับคอเลสเตอร์รอลในเลือด ซึ่งเป็นอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด

 

  1. หากนำโอริโอเท่าที่มีการผลิตขึ้นมา มาวางรอบโลก จะสามารถวางได้ถึง 381 รอบ เมื่อนำขนมทุกชิ้นมาต่อกันในแนวเส้นศูนย์สูตร  หรือหากวางในแนวตั้ง จะมีระยะทางเท่ากับการไป-กลับดวงจันทร์ได้ถึง 5 รอบ
  2. ในปี 1912 โอริโอได้ผลิตออกมา 2 ไส้ คือ เมอแรงมะนาวและครีม  ก่อนดีไซน์ใหม่ของโอรีโอเกิดขึ้นในปี 1916 และได้หยุดผลิตไส้เมอแรงมะนาวที่ขายสู้ไส้ครีมไม่ได้ในช่วงปี 1920 การออกแบบใหม่เกิดขึ้นในปี 1952 โดยรวมยี่ห้อของนาบิสโก ไว้บนคุ้กกี้ด้วย ปัจจุบันโอรีโอถูกผลิตออกมาในรูปแบบต่าง ๆ กว่า 40 ชนิด

 

  1. โอริโอมีวางจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เพื่อพิจารณาเฉพาะยอดขาย ประเทศที่มียอดขายสูงสุดตามลำดับได้แก่ สหรัฐฯ, จีน , เวเนซุเอลา, แคนาดา และอินโดนีเซีย  ในบางประเทศเช่นจีน  “คราฟท์ ฟู้ด” ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของนาบิสโก ได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรเล็กน้อยเพื่อให้ถูกใจผู้บริโภค

 

 

 

  1. มีการผลิตโอริโอรสชาติพิเศษ รุ่น “ลิมิเต็ด เอดิชัน” เพื่อฉลองการครบรอบ 100 ปี โดยใช้ชื่อว่า “เบิร์ธเดย์ เค้ก โอริโอ”  ที่จะมีไส้ที่มีลักษณะคล้ายขนมเค้ก  ก่อนหน้านี้ ก็เคยมีการผลิตรสชาติแปลกออกมาแล้วบ้าง อาทิ “ทริปเปิล ดับเบิล”โอริโอ, กรีน ที โอริโอ, บลูเบอร์รี ไอศครีม โอริโอ, ดุลเช่ เดอ เลเช่ โอริโอ และ ออร์แกนิก โอริโอ

 

 

9.จนถึงปัจจุบัน โอริโอถูกวางจำหน่ายทั่วโลกไปแล้วกว่า 450,000 ล้านชิ้น นับตั้งแต่วางจำหน่ายเมื่อปี 1912

 

เรื่องและภาพโดย : matichon.co.th

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s