Quarter-life Crisis เบื่อโลก เบื่องาน เบื่อสังคม ..

นิตยสารไทม์ เผยแพร่เรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอาการ Quarter-life Crisis ถ้าหากเปรียบเป็นภาษาไทยคงคล้ายๆ กับคำว่า “เบญจเพศ”  แต่อาการเหล่านี้มีผลกระทบจาก Social Media และ Technology ร่วมด้วย มาสังเกตตัวเองกันว่า เริ่มมีอาการปลีกวิเวกแล้วหรือยัง

“อยากอยู่คนเดียว” … เป็นความรู้สึกที่เราอาจจะเป็นบ่อยมาก  และยิ่งบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองไม่มีคุณค่า และมีโอกาสน้อยไปกว่าคนอื่นๆ  เพราะเราเห็นเพื่อน เช็คอินตามร้านอาหารแพงๆ เดินเล่นเมืองนอกชิลๆ ไปทำงานต่างประเทศ มีชีวิตที่ดีกว่าเราทั้งนั้น  โดยลืมไปว่า ไม่มีใครเขาเอาด้านไม่ดีของตัวเผยแพร่ให้คนอื่นเห็นหรอก

ตัวคุณเองก็มีคุณค่าในแบบที่คุณเป็น  แต่คุณก็อาจจะลืม  และอยากหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมสักพัก แต่ก็กลัวว่าถ้าหายไปแล้วเพื่อนจะจำเราไม่ได้  อยากให้ตัวเองถูกพูดถึงในกลุ่มเพื่อนๆ บ้าง  อาการแบบนี้เขาเรียกว่าโฟโม (FOMO : Fear of missing out)  วัยรุ่น วัยนักศึกษา อาจจะกำลังประสบเหตุการณ์เช่นนี้อยู่แต่เรียกไม่ถูกว่าตัวเองเป็นอะไร

เมื่อถามว่าต้องพบจิตแพทย์ไหม?  หากคนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และมีอาการซึมเศร้าประกอบกันเกิน 2 สัปดาห์ โดยเอาตัวเองออกมาจากภาวะแย่ๆ เหล่านั้นไม่ได้  กินไม่ได้ นอนไม่หลับ น้ำหนักลด  มีปัญหากับการสนทนากับคนรอบข้างมาก  หากกังวลว่าตัวเองจะแย่ไปกว่านี้ควรปรึกษาจิตแพทย์  หรือควรหยุดสาเหตุของความคิดเหล่านั้นเสีย

“ฉันรู้สึกเกลียดงานที่ทำ  อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี?  ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะดูเฟอร์เฟ็กต์ เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กต่างดูมีความสุขและประสบความสำเร็จ  เพื่อนของฉันลงนิตยสารโฟรปว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 30 ปี  และคู่หูของฉันก็ใช้เวลาท่องเที่ยวประเทศไทย แต่ไม่ได้ชวนฉัน ฉันก็รู้สึกเบื่อและโดดเดี่ยวมาก รู้สึกแย่มาก”

“ทุกๆ อย่างรู้สึกเป็นไปไม่ได้ อะไรๆ ก็ไม่ดีไปหมด ภาวะนี้น่าจะเป็นเพราะเป็นช่วย Quarter-life Crisis  เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้ฉันอารมณ์เสียได้หมด  และมันจะเป็นภาวะที่เหมือนตัวเองพยายามเสาะแสวงหาความจริง ฉันหวังว่ามันจะช่วยให้ฉันค้นพบชีวิตที่ดีขึ้นได้”

header

หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

โซเชี่ยลมีเดียทำให้เราสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ขึ้นมาและทำให้เรา “กลัว” เมื่อเราเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น  ทำให้เราดูแตกต่างจากความเป็นอยู่ของเพื่อนๆ อย่างมาก และเมื่อเราได้งานใหม่ เราผิดหวังในความรัก  เราไปเที่ยวที่สวยๆ สักที่ เราก็ต้องมานั่งคิดว่า เรามีดีพอหรือยัง? (ที่จะให้คนอื่นอิจฉา)  การอยู่แบบนี้ทำให้เราไม่มีความสุข เที่ยวเสาะแสวงหาไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น  เมื่อมองเห็นเพื่อนเหยียบหญ้าเขียวๆ ในอินสตาแกรม เราก็อดคิดเปรียบเทียบไปไม่ได้ว่า ..เออ.. เพื่อนเรานี่ดีเนอะ.. นางต้องกำลังมีความสุขอยู่แน่ๆ แตกต่างกับเราที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้  เหมือนเราอยู่ในที่ที่ผิด

การเปรียบเทียบเป็นสิ่งที่เสียเวลามาก ไม่มีอะไรเป็นความจริงสักอย่าง มีแต่ความมโน  การเปรียบเทียบว่าคนอื่นกำลังคิดอะไรกับเรา มันไม่ดีกว่าหรือที่เราจะออกไปเริ่มต้นทำอะไรที่เราควรจะทำจริงๆ

siwika21

 คนอื่นมีความหมายกับเรามากเกินไป

Quarter-life Crisis  เป็นอารมณ์ที่รู้สึกว่าเราควรจะหยุดโฟกัสกับคนใดคนหนึ่ง สิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยไม่มีอะไรมารบกวน และเริ่มต้นถามตัวเองว่า เราควรอยู่จุดนี้ไหม? อะไรเป็นสิ่งที่เราควรแคร์มากที่สุด  และเราควรทำอะไรคืนให้กับโ,กนี้บ้าง ?  อะไรเป็นสิ่งที่ดีกับเรา ? และคนประเภทไหนที่เราควรจะอยู่ด้วย  รอบข้างสิ่งแวดล้อมแบบไหนที่เราควรจะเป็น?  เราต้องมีเงินเท่าไหร่เราถึงจะมีความสุขกับชีวิต?  เรียกได้ว่าเป็นช่วงของการชั่งน้ำหนักเรื่องในใจ ที่ต้องเสียเวลาไปกับมันในแต่ละวัน

เปลี่ยนแปลงตัวเองก็เป็นเรื่องดี

            เมื่อฉันตัดสินใจเปล่ยนงาน หลังจากที่กลัวและกังวลหลายอย่าง เพื่อจะผ่านไปในแต่ละคืน  ความกลัวมันไม่ทำให้เราผ่านจุดนั้นไปได้  ฉันได้เรียนรู้จากการค้นว่าและทุ่มเทให้กับกระดาษ โดยเขียนสิ่งที่กลัวไว้ และเริ่มต้นที่จะตัดมันไปทีละอย่าง เพื่อให้ชีวิตไปต่อได้ นั่นหมายความว่าเมื่อเราอ่านมันแล้ว สิ่งที่เหลือจะเป็นสิ่งที่เราควรสนใจและมีความหมายกับเราจริงๆ

หาสังคมที่ผู้คนล้วนเชื่อถือและเห็นว่าความฝันอันสวยงามของเรามันเป็นไปได้

อย่าไปกังวลว่าสิ่งที่เรากลั่นกรองเลือกมาแล้วมันจะผิด  เพราะหากเรามั่นใจแต่ไปอยู่ในที่ที่ไม่มีคนเห็นด้วยเลย  เราก็จะเครียดเปล่าๆ  หากมั่นใจว่าสิ่งที่เราเป็นนั้นไม่ผิด ไม่ทำร้ายใคร เป็นจริงได้ หารายได้ได้ ก็ทำเลย.. โดยพยายามหาคนที่เป็นแนวร่วมกับเรา  มีความคิดและสติปัญญาที่ช่วยเหลือเราได้  และแบ่งปันกันได้  เพื่อนๆ กลุ่มใหม่นี้จะสนับสนุนความฝันของเราให้ไปได้ไกลขึ้น และเป็นจริงมากขึ้น  เป็นเครือข่ายของไอเดีย และเป็นการใช้โซเชี่ยลมีเดียที่รวมกลุ่มคนวาดฝัน ไม่เปลืองเวลา

work25

ฝึกทีละขั้นตอน อย่ายอมแพ้

เมื่อกล้าที่จะก้าวออกมาจากภาวะ Quarter-life Crisis แล้ว ก็ต้องเรียนรู้ว่าเราจะไม่เครียด และเราทำมันได้ เขียนและเล่าเรื่องราวสิ่งที่เราฝึกฝน เขียนเป้าหมายว่าเราจะทำอะไร และออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพ  เมื่อเราค้นพบสิ่งที่เราจะทำแล้ว เราก็จะก้าวไปต่อได้อย่างไม่หลงประเด็น  อนาคตอยู่ตรงหน้าของเราแล้ว และมันก็ไม่ยากที่เราจะไปถึงความหวัง

                เริ่มคิดและเขียนสิ่งที่เราอยากเป็นตั้งแต่วันนี้ และตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิต  เพราะเราจะไม่ใช่วัยรุ่นที่ไขว้เขว  แต่เรากำลังจะก้าวไปสู่วัยกลางคน  จะเป็นคนที่เป็นผู้นำของครอบครัว  ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาใคร  เป็นคนที่ผู้อื่นอิจฉาได้ โดยที่เราไม่มัวแต่เสียเวลาเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น  ..เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนค่ะ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s